สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 8 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:21

TTCL โดนเทหนัก จับตาโรงไฟฟ้า Ahlone เป็นข่าวดีหรือข่าวลบ

TTCL โดนเทหนัก จับตาโรงไฟฟ้า Ahlone เป็นข่าวดีหรือข่าวลบ

    TTCL โดนเทหนัก กังวลเพิ่มทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone นักวิเคราะห์จับตาเป็นข่าวดีหรือข่าวลบ รายได้ที่เข้ามาในระยะยาว จะชดเชยราคาหุ้นที่ไดลูทลงได้หรือไม่

    หุ้นบริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL ถูกเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวานนี้ (7 ก.พ.) โดยราคาปิดที่ระดับต่ำสุดของวัน 15.60 บาท ลดลง 3.70 บาท หรือ 19.20% ต่ำสุดรอบ 4 เดือน ด้วยมูลค่า 1.72 พันล้านบาท และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 427%เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 23 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 101 ล้านหุ้น
      TTCL ประกอบธุรกิจ 2 ส่วน ได้แก่ 1. ธุรกิจก่อสร้างและให้บริการด้านวิศวกรรม ได้แก่  บริการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร และ 2. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย
    ผลการดำเนินงาน TTCL กำไรปรับลดลง 3 ปีต่อเนื่อง (57-59) อยู่ที่ 460 ล้านบาท (-29.70%) , 422 ล้านบาท (-8.23%) และ 400 ล้านบาท (-5.31%) ตามลำดับ ส่วน'วด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 109 ล้านบาท ลดลง 68.86% YoY  จากรายได้งานก่อสร้างและให้บริการลดลง แต่รายได้จากการบริหารงานโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา TTCL ทำให้นักลงทุนผิดหวัง โดยเฉพาะกับโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อ และล่าช้ากว่าแผน ทำให้ราคาหุ้นค่อนข้างผันผวน จากยอดดอยที่ 41.75 บาทในปี 2557 ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 14.60 บาทในปี 2558 ก่อนปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวในระดับราว 15.30 - 21.50 บาท 
    ล่าสุด TTCL มีความคืบหน้าเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยบริษัทฯ เพิ่งแถลงข่าวการลงนามกับรัฐบาลเมียนมาเพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone แต่ยอมรับว่าการใช้เงินลงทุนสูงอาจต้อง "เพิ่มทุน"
    เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารสายงานการเงินและบัญชี   TTCL แถลงการลงนามในหนังสือเพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone ว่า บริษัทเล็งเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาเพิ่มทุนแบบมอบอํานาจทั่วไป หวังนำเงินลงทุนโรงไฟฟ้า 
    โดยโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone คาดทำรายได้ปีละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 30% และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 10% ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 64 จากโครงการก่อสร้างเสร็จในสิ้นปี 63
    บริษัทคาดรายได้ปี 64 อยู่ที่ 2.2-2.5 หมื่นล้านบาท ภายใต้งานก่อสร้างกลับมาเติบโตดี และรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า Ahlone 
    ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,280 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน รัฐ Kayin นั้นคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับ PPA ในไตรมาส 2/60 หลังจากนั้นจะสรุปแหล่งเงินทุน และก่อสร้างต่อไป หากเป็นไปตามกำหนด คาดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เฟสแรก จำนวน 640 เมกะวัตต์ในปี 66
    "บริษัทจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้า Ahlone 350ล้านเหรียญและโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน1,280 เมกะวัตต์ที่ รัฐ Kayin มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านเหรียญ ซึ่งการลงทุนไม่พร้อมกัน โดยจะเริ่มก่อสร้าง Ahlone ก่อน และโรงไฟฟ้าที่รัฐKayin ใช้เงินกู้ 70% และส่วนของทุน 30% ซึ่งมีรัฐบาลแห่งรัฐ Kayin ถือหุ้น และกำลังหาพันธมิตรเข้ามาถือหุ้น รวมถึงบริษัทมีทางเลือกในการระดมทุนหลายช่องทาง" นายกอบชัย กล่าว
    ด้านมุมมองนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุโครงการนี้อาจเป็นทั้งข่าวดีและข่าวลบ จากการต้องเพิ่มทุน โดยในเบื้องต้นปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" ด้วยราคาเหมาะสมที่ลดลงเหลือ 19 บาท จาก 24 บาท 
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า หลัง TTCL ได้ลงนาม NTP (Letter of Notice to Proceed) กับกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของเมียนมาร์ เป็นโรงไฟฟ้าส่วนขยายในโครงการ Ahlone จำนวน 350 MW ระยะเวลาดำเนินการ 28 เดือน จากปัจจุบันที่ทำอยู่ในกำลังการผลิต 110 MW ถือว่าเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตไปถึง 300% หลังจากที่บริษัทได้ลงนาม MOU ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 1,280 MW ที่รัฐ Kayin ประเทศเมียนมาร์
    เรามีความเห็นเป็นบวกกับงานโรงไฟฟ้าส่วนขยายในโครงการ Ahlone เพราะเป็นโอกาสของการแสวงหารายได้และกำไรในอนาคต อีกทั้งมีโอกาสน้อยที่จะล่าช้า เทียบกับโครงการอื่นๆในมือของบริษัท เพราะที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับโครงการปัจจุบันที่ทำอยู่ สำหรับขั้นตอนคือ หลังจากลงนามใน NTP จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ทำรายงานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและสังคม และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางการพม่า ภายในระยะเวลา 6 เดือน
    อย่างไรก็ตามเนื่องจาก 2 โครงการดังกล่าวมีขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงต้องตามมาด้วยการกู้เพิ่มยังผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Raito) มีโอกาสจะเพิ่มขึ้น หรือมีโอกาสจะเพิ่มทุนด้วยเพื่อลดภาระการกู้ ทั้งนี้มูลค่า 2 โครงการรวมกันเป็น 109 พันล้านบาท หากมีข้อสมมุติให้ใช้เงินกู้ 70% และเพิ่มทุน 30% พบว่า Net Gearing Raito ปี 62 จะเพิ่มสูงไปเป็น 4.1 เท่า แต่ผู้บริหารกล่าวว่าจะใช้วิธีเพิ่มทุนเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่เราคาดว่าบริษัทจะมีโอกาสที่จะต้องเพิ่มทุน
    ลดคำแนะนำเป็นถือ จากเดิม ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ 19.00 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOP (Sum of Parts) ราคาปิดถือว่าสูงกว่าราคาพื้นฐานอยู่ แม้ได้รวมโรงไฟฟ้าส่วนขยายในโครงการ Ahlone เข้าไป แต่เป็นเพราะคาดว่าต้นทุนทางการเงินเกี่ยวกับหนี้เงินกู้ (cost of debt) จะเพิ่มขึ้น จากเดิม 5% เป็น 11% โดยเฉพาะทริสได้ปรับลดเครดิตบริษัทจาก BBB+ เป็น BBB ดังนั้นจึงคาดว่าระยะนี้ราคาหุ้นจะมีความผันผวนจากโครงการข้างต้น ซึ่งเป็นทั้งข่าวดีและข่าวลบเรื่องอาจต้องเพิ่มทุน ในอนาคตหากมีความชัดเจนเรื่องการเพิ่มทุน เราจะสะท้อนไปยังประมาณการได้ดีขึ้น
    ด้านบล.ทิสโก้ มองว่าการเพิ่มทุนมีความเป็นไปได้ แต่จะชดเชยโดยการเติบโตในอนาคต หาก TTCL ได้งาน EPC และจะสร้างการเติบโตจากรายได้ประจำในระยะยาว
    TTCL เผยสัดส่วน D/E ของโครงการโรงไฟฟ้า Ahlone ส่วนต่อขยายที่ 70:30 มูลค่าโครงการ 350 ล้านดอลลาร์ โดย TTCL จะถือหุ้น 100% และจะใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านดอลลาร์ IRR ของโครงการ 13% และยังไม่ได้รวมการลงทุนในโรงไฟฟ้า Kayin ที่ใช้เงินลงทุน 900 ล้านดอลลาร์ ทำให้เรามองว่ามีโอกาสในการเพิ่มทุนสูง แม้จะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของผู้บริหารก็ตาม โดยเรามองว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าของ TTCL ในระยะยาวจากงาน EPC
    TTCL มีแผนที่จะศึกษาความเป็นไปได้, สิ่งแวดล้อม, สังคม และ PPA ให้กับรัฐบาลเมียนมาภายใน 6 เดือน โดยมีมูลค่าการก่อสร้าง 315 ล้านดอลลาร์ เริ่มในช่วงกลางปี และจะ COD ในปี 2020 สำหรับโรงไฟฟ้า 1280 MW ที่ Kayin มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ (มูลค่างาน EPC ราว 900 ล้านดอลลาร์) ผู้บริหารคาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มในปลายปี และ TTCL มีงานในมือ 1.2 หมื่นล้านบาท และจะประมูลงานเพิ่ม 700 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยคาดว่างานในมือจะเพิ่มขึ้นจากงาน EPC ที่เพิ่มหลังราคาน้ำมันฟื้นตัว
    จากข้อมูลของ PPA, การหาเงินและโรงไฟฟ้า Ahlone เรายังคงประมาณการและคำแนะนำให้ “ซื้อ” เนื่องจากแนวโน้มในระยะยาวที่แข็งแกร่ง เราคาดว่าโรงไฟฟ้า kayin จะเริ่มก่อสร้างในช่วง 4Q18 และมูลค่าที่เหมาะสมของเรา 23.80 บาท อ้างอิง PER ที่ 25.7 เท่า สำหรับปี 2018F อิงค่าเฉลี่ย 5 ปี และเรายังไม่ได้รวมมูลค่าโครงการ DCF คิดเป็นสัดส่วน 12.60 บาท (TTCL ถือหุ้น 30%) มีความเสี่ยงคือ การเพิ่มทุน, ความล่าช้าของโรงไฟฟ้า Kayin, โครงการในมือที่น้อยกว่าคาด และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

    การได้งานขนาดใหญ่ของ TTCL เป็นสิ่งที่ยังต้องจับตาว่าจะคุ้มค่าและชดเชยไดลูทที่จะเกิดขึ้นจากการเพิ่มทุนได้หรือไม่ แต่ตราบใดที่แผนเพิ่มทุนยังไม่มีความชัดเจน ราคาหุ้นย่อมถูกกดดันต่อไป เนื่องจากไม่สามารถประมาณการราคาเหมาะสมได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด