สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 2 กุมภาพันธ์ 2561 | 13:00

TACC พุ่งรับกำไรนิวไฮ จับตาตลาดเครื่องดื่มกัมพูชาแข่งเดือด!

TACC พุ่งรับกำไรนิวไฮ จับตาตลาดเครื่องดื่มกัมพูชาแข่งเดือด!

    TACC ดีดแรง 2 วันติด ทำนิวไฮรอบ 1 เดือน หลังผู้บริหารลั่นรายได้ปี 61 โตอีก 10% ด้านนักวิเคราะห์มองเป็น 1 ในหุ้นที่กำไรสุทธิปี 60 ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ต่อเนื่องถึงปี 61 และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายที่ 6.90 - 7.70 บาทอีกมาก แต่ต้องรับมือการแข่งขันในตลาดกัมพูชาปีนี้ที่สูงขึ้น
    ราคาหุ้นบมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) ดีดแรง 2 วันทำการติด ขึ้นมาทำจุดสูงสุดของภาคเช้าที่ 5.60 บาท ทำสถิตินิวไฮรอบ 1 เดือน ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.80% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 424.38% เมื่อเทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    TACC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ ใน 7-11 เป็นเครื่องดื่มในโถกด , เครื่อมดื่มชนิดผงพร้อมชง ขายให้ร้าน All Cafe และยังมีเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น ชาเขียวพร้อมดื่มเชนย่า กาแฟปรุงสำเร็จวีสลิม และปัจจุบันแตกไลน์มายังสินค้าเบเกอรี่ A Smile เครื่องดื่มชูกำลัง Jump Start และของใช้ภายใต้ลิขสิทธิ์ Sanrio
    ส่องผลการดำเนินงานย้อนหลังพบว่ามีการเติบโตสม่ำเสมอ โดยมีกำไรสุทธิในปี 57-59 อยู่ที่ 51.84 ล้านบาท 67.95 ล้านบาท และ 101.83 ล้านบาท ตามลำดับ จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นหลังออกสินค้าใหม่ และตลาดขยายตัวทั้งในและต่างประเทศ
    ในขณะที่งวด 9 เดือนปี 60 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 79.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 8% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 73.19 ล้านบาท ซึ่งถือว่าการเติบโตชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายในประเทศเติบโตเพียงเล็กน้อย แม้จะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดค่อนข้างมาก
    สอดคล้องกับราคาหุ้นที่เริ่มปรับตัวเป็นขาลงหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 10.50 บาทในช่วงเดือนต.ค. 60 ก่อนลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ 5 บาท เมื่อในเดือนธ.ค.60
    ราคาหุ้น TACC ที่ดีดกลับในช่วงนี้ เป็นผลจากผู้บริหารออกมาแถลงข่าวสร้างความมั่นใจรายได้ปี 61 โตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 60 และการปรับสูตรผลิตสินค้าที่ใช้น้ำตาลน้อยเพื่อลดผลกระทบจากภาษีน้ำตาล
    "ชัชชวี วัฒนสุข" ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์(TACC) ระบุว่า ตั้งเป้ารายได้ปี 61 เติบโตมากกว่า 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา วางแผนและพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 2-3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็วทั้งในธุรกิจ B2B และ B2C
    ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในกัมพูชา มีการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก จากการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ๆ และตามด้วยการส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องของทุกแบรนด์ ทาง “เชนย่า” (Zenya) ซึ่งอยู่ในกัมพูชามามากกว่า 10 ปี ยังคงวางแคมเปญ Zenya 10th Anniversary อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มการจดจำและเพิ่มความรักในแบรนด์ 
    บริษัทฯได้มีการปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีน้ำตาล ซึ่งตามเกณฑ์การคำนวณภาษีจะคิดตามค่าความหวาน โดยได้บริษัทฯได้มีการพัฒนาสูตรใหม่ที่ใช้น้ำตาลน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังรอลูกค้าอนุมัติ
    ในขณะที่นักวิเคราะห์มีความเห็นสอดคล้อง ชูเป็น 1 ในหุ้นที่กำไรสุทธิไตรมาส 4/60 และทั้งปี 60 จะทำสถิติสูงสุดที่ 110 ลบ. พร้อมเติบโตต่อที่ 135 ลบ.ในปี 61 จากการออกสินค้าใหม่ ในขณะที่ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์อีกมากจากเป้านักวิเคราะห์ที่ 6.90 - 7.70 บาท แต่การแข่งขันที่สูงมากในกัมพูชายังเป็นประเด็นกดดัน และต้องรอการพิสูจน์
    บล.ฟินันเซีย มองว่า TACC จะเป็น 1 ในหุ้นที่กำไร Q4/60 และทั้งปี 60 จะทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ทั้งจากช่วง High Season ของธุรกิจ และยังมีสินค้าใหม่ที่รอรับรู้รายได้อีกมาก เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิ Q4/60 ไว้ที่ 30 ล้านบาท (+36% Q-Q, +3.4% Y-Y) และคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ที่ 110 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิปี 61 ไว้ที่ 135 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้รวมการมี Quanjian Group Co.,Ltd เข้ามาเป็นพันธมิตรซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นอย่างเร็วคือใน Q2/61 เป็นต้นไป ในขณะที่การประสบความสำเร็จของสินค้าใหม่ (Hershey’s Freeze, Easy Dip และ Character Business) จะถือเป็น Upside ต่อประมาณการของเรา
    ทั้งนี้ตลาดกัมพูชายังดูไม่สดใสนัก เพราะได้รับผลกระทบจากการแข่งข้นในตลาดชาเขียวที่รุนแรงขึ้น ในขณะที่ Jump Start ยังเป็นสินค้าใหม่ และอยู่ในช่วงทำการตลาด ส่งผลให้รายได้จากกัมพูชาปรับลดลงในปี 60 แต่บริษัทอยู่ระหว่างปรับกลยุทธ์ ทั้งด้านราคาและทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นรายได้ รวมถึงการเติมสินค้าใหม่ๆเพื่อขยาย Portfolio ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรง โดยตั้งเป้าจะมีรายได้กัมพูชากลับมาเติบโตทำได้ใกล้เคียงกับปี 59 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 7.7 บาท (อิง PE เดิม 35 เท่า)
    บล.ฟิลลิป ปรับลดกำไรปี 60 ลงมาอยู่ที่ 109 ล้านบาท จากผลดำเนินงาน 9 เดือนปี 60 ต่ำกว่าคาด เนื่องจาก"เซนย่า"มียอดขายลงลดจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในกัมพูชา และการส่งออกสินค้าใหม่ๆ อาทิ "Jumpstart (กัมพูชา) และ ผงเครื่องดื่มมะม่วง/ทุเรียน (จีน) เติบโตช้ากว่าคาด 
    แต่คาดกำไรปี 61 อยู่ที่ 120 ลบ.ได้รับแรงหนุนหลักมาจากการขยายสาขาของ All Cafe คาดสิ้นปี 61 อยู่ที่ 5,000 สาขา (ปัจจุบันราว 4,000 สาขา) และการอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายZenya ในกัมพูชาแต่คาด GPM จะลดลง y-y จากการแข่งขันด้านราคาในกัมพูชา และภาษีน้ำตาล
    แนะนำ"ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 6.90 บาท อิง PE 35 เท่า จากความสัมพันธ์ที่ดีกับ CPALL ทำให้ธุรกิจค่อนข้างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้การขยายตัวต่างประเทศนับเป็นความท้าทายหนึ่งและต้องใช้เวลา
    บล.เออีซี แนะนำซื้อที่ราคา 7.25 บาท จากกำไรสุทธิในปี 60 คาดว่าจะเติบโต 17.4% YoY และโตต่อเนื่องอีก 18.4% ในปี 61 ตามเป้าหมายรายได้รวมปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 10% จากการวางแผนและพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอีก 2-3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C ยังมีUpside 40% และคาดให้ Div.Yield ในช่วง 2H60 ที่ 0.8%
    จากมุมมองนักวิเคราะห์และผู้บริหารถึงผลประกอบการ TACC ที่จะเติบโตทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ไตรมาส 4/60 ไปถึงทั้งปี 61 ทำให้ราคาหุ้นสามารถปรับตัวกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง และหากเทียบกับราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่ 6.90 - 7.70 บาท ถือว่ามีอัพไซด์ที่ค่อนข้างสูง แต่ปัญหาการแข่งขันสูงในกัมพูชาที่กระทบบริษัทแม้จะเป็นผู้เล่นเก่าถึง 10 ปี ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด