หุ้นเด่นวันนี้

FLOYD พุ่งทะลุพื้นฐาน..ระวังกำไร Q4/60 อ่อนแอ

FLOYD พุ่งทะลุพื้นฐาน..ระวังกำไร Q4/60 อ่อนแอ

FLOYD ลุ้นระทึก จะไปได้ไกลแค่ไหน หลังราคาพลิกมายืนเหนือ IPO ได้ 2 วันทำการ ล่าสุดวานนี้แตะ 3.36 บาท ปริมาณซื้อขายกระฉูด 837% ทะลุเป้าพื้นฐานโบรกฯ ระยะสั้นต้องระวังงบ Q4/60 แนวโน้มกำไรลดลง YoY ส่วนภาพปีนี้กูรูคาดกำไรโตเด่นกว่า 100%  

บมจ.ฟลอยด์ (FLOYD) วานนี้ราคาพุ่งแตะจุดสูงสุด 3.36 บาท หรือกว่า 17% ยืนเหนือไอพีโอเป็นวันที่สองนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น โดยเปิดการซื้อขายที่ 2.90 บาท และปิดการซื้อขายที่ 3.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.28 บาท หรือ 9.79%พร้อมปริมาณการซื้อขายพุ่ง 837%

FLOYD เป็นผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ให้บริการเป็นแบบเบ็ดเสร็จ แบ่งระบบติดตั้งได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ 1) ระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบวิศวกรรมสื่อสาร 2) ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย และ 3)ระบบปรับอากาศ มีกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ กลุ่มห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก กลุ่มอาคารห้องชุดเพื่อการพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

FLOYD เพิ่งเข้าเทรดในตลาด mai เมื่อต้นเดือน พ.ย.ปี 2560 หรือประมาณ 2 เดือนกว่า ด้วยราคาซื้อขายครั้งแรก2.80 บาท และในวันแรกราคาทะยานขึ้นทำยอดดอยที่ 7.35 บาท ก่อนที่จะค่อยๆ ซึมลงจนต่ำกว่าราคา IPOภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนเต็มนับจากที่เข้าซื้อขาย และในปี 2561 หุ้น FLOYD ทรงตัวอยูที่ประมาณ 2.30-2.40 บาท
 
สอดคล้องกับ ทิศทางผลประกอบการบริษัทฯ ในปีแรกที่เข้าตลาด แสดงงบการเงินล่าสุดงวด 9 เดือนปี 2560 มีกำไรสุทธิ เพียง 17.58 ล้านบาท ลดลงถึง 80% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 84.77 ล้านบาท เนื่องจากกำไรไตรมาส 3/2560 ต่ำกว่าเป้าโดยมีกำไรเพียง 5 ล้านบาท หรือลดลง 84% YoY สาเหตุมาจากลูกค้าหลักของบริษัทฯ บางส่วนชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่   

สัญญาณราคาหุ้น FLOYD วานนี้ปรับเพิ่มขึ้นพร้อมปริมาณการซื้อขายเข้ามามากสูงผิดปกติวานนี้วันเดียวซื้อขายกัน 100 ล้านหุ้นจาก 5 วันก่อนเฉลี่ยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านหุ้น / วัน  ดันราคาหุ้น FLOYD แรลลี่ขึ้นไปยืนเหนือราคาไอพีโอได้ 2 วันทำการติด สำรวจยังไม่พบประเด็นข่าวบวกต่อบริษัท ในทางกลับกัน พบว่าบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ได้หั่นคาดการณ์กำไรปี 2560 ลงเล็กน้อย เพื่อสะท้อนผลดำเนินงาน 9 เดือนแรกที่ยังอ่อนแอ แถม
ไตรมาส 4/2560 ยังคาดกำไรหดตัว YoY 

บล.เออีซี กล่าวว่า กำไรช่วง 9 เดือนแรกปี 2560 ของ FLOYD คิดเป็นเพียง 33.2% ของประมาณการณ์ทั้งปี ซึ่งต่ำเกินไป หลังมีจำนวนงานที่ส่งมอบน้อยลง ขณะที่ช่วง Q4/60 คาดกำไรยังคงหดตัว YoY เพราะงานที่คาดจะครบกำหนดส่งมอบ ซึ่งได้แก่ โครงการ เดอะ พลัม คอนโด บางใหญ่ (เฟส 2) และโรบินสัน สาขามหาชัย ต่างก็เป็นงานที่มีมาร์จิ้นไม่หวือหวา เมื่อเทียบกับงานจากลูกค้าหลักของบริษัท ดังนั้น เพื่อยึดหลักอนุรักษ์นิยม จึงปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิเฉพาะปี 2560 ลง 13.1% เหลือ 46 ล้านบาท หดตัว 60.3%YoY 

ส่วนปี 2561 ยังคงประมาณการณ์ไว้ที่ 99 ล้านบาท พลิกโตโดดเด่น 115.5% YoYหลังคาดลูกค้ากลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (มาร์จิ้นสูง) จะกลับมาขยายสาขาตามปกติ บวกกับ คาดได้รับงานเพิ่มจากลูกค้ารายใหม่ๆ จาก ความสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด อีกทั้งมองอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นหลังเกิดประหยัดต่อขนาด ( *บล. เออีซี เป็น FA และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น FLOYD)

คำนวณคร่าวๆ หากพิจารณาจากกำไรงวด 9 เดือนที่ FLOYD ทำได้เพียง 17 ล้านบาท หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 6 ล้านบาท การจะทำกำไรปี 2560 ได้ 46 ล้านบาทอย่างที่โบรกฯ คาด เท่ากับว่าต้องทำกำไรไตรมาสสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 29 ล้านบาท หรือต้องทำได้มากกว่ากำไรรวม 9 เดือนที่ผ่านมาเสียอีก ดังนั้น ก็ต้องจับตาว่าจะทำได้หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่โบรกฯ คาด ราคาหุ้นก็อาจจะเผชิญแรงขายอีกรอบได้เช่นกัน 

FLOYD ปรับขึ้นด้วยปัจจัยบวกใด? หรือส่วนหนึ่งอาจเพราะนักลงทุนหันมาเข้าหุ้นกลุ่มที่เพิ่งทำไอพีโอได้ไม่นาน สังเกตว่าวานนี้ไม่ใช่แค่ FLOYD ที่เรียงหน้ากระดานมาทั้ง Value และ Volume ในระดับ Top 10 แต่ยังมีหุ้นอีกหลายตัว เช่น ADB SKN CRD ICN  อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น FLOYD ได้ขยับขึ้นมาจนชนราคาเป้าหมายโบรกฯ แทบไม่เหลืออัพไซด์แล้ว ขณะที่งบไตรมาส 4/2560 และทั้งปีแนวโน้มกำไรลดลง YoY ระยะสั้นจึงต้องระวังแรง Take Profit ไว้ด้วย
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด