หุ้นเด่นวันนี้

CK เจอเทรับข่าวขึ้นค่าแรง จับตา!เป็นโอกาส"ซื้อ"หรือ"ซึมยาว"

CK เจอเทรับข่าวขึ้นค่าแรง จับตา!เป็นโอกาส

       CK ร่วง 3 วันติด หลังภาครัฐขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-22 บาท นักวิเคราะห์มองราคาหุ้นสะท้อนข่าวลบไปมากแล้ว จับตางานประมูลใหม่หนุนอัตรากำไรขั้นต้น ด้านบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 61 แค่เสมอตัวจากปีก่อนที่ 3.5 หมื่นล้านบาท

    หุ้น บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ปรับตัวลดลง 3 วันติดต่อกัน หลังจากราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปแตะ 29 บาท ล่าสุดร่วงลงไปแตะ 27 บาท ก่อนจะขึ้นมาปิดที่ 27.5 บาท สำหรับปี 60 ที่ผ่านมา ราคาหุ้น CK ซึมลงตลอดทั้งปี จากราคาปิดปี 59 ที่ 31 บาท ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 25.25 บาท ในช่วงเดือน ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา
    CK เป็นบริษัทก่อสร้างที่สามารถรับบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนทุกรูปแบบ และมีความสามารถในการพัฒนา ลงทุน และบริหารโครงการสัมปทานระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศและภูมิภาคอย่างครบวงจร
    ปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาหุ้น CK ลดลงในขณะนี้คือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 5-22 บาท ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 61 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาหุ้น CK ที่ปรับตัวลงมานี้สะท้อนข่าวนี้ไปแล้ว

    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า ประเด็นที่กระทรวงแรงงานประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรกในรอบ 3 ปี ระหว่าง 5-22 บาท รวมเป็น 315.97-330.00 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 61 แต่รัฐบาลได้ช่วยลดภาระของภาคเอกชนด้วยการนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ทำให้ผลกระทบดังกล่าวจำกัด อีกทั้งกลุ่มผู้ประกอบการได้ปรับตัวมาก่อนหน้า ด้วยการเช่ารถยก รถเครน หรือเครื่องจักรอื่นๆ เพื่อลดการใช้จำนวนแรงงานลง ทั้งนี้ต้นทุนแรงงานคิดเป็น 10-20% ของต้นทุนรวมของผู้ประกอบการ และราคาหุ้นปรับฐานลงมารับความกังวลดังกล่าวไปมากแล้ว
    ส่วนแนวโน้มกำไรของหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในไตรมาส 4/60 จะยังไม่สดใสนัก ผลกระทบหลักมาจากวันทำงานที่น้อยกว่าเนื่องจากอยู่ในช่วงพระราชพิธีเดือน ต.ค. 60 ทำให้เข้าทำงานในพื้นที่ได้จำกัด ทำให้ราคาหุ้นในระยะสั้นยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัด แต่ด้วยภาพเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในปีนี้ ซึ่งจะมีงานใหม่เข้ามามีโอกาสเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงการทยอยประมูลงานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/61 อาทิ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีส้มส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย รวมถึงรถไฟทางคู่เฟส 2 งานในสนามบินสุวรรณภูมิ และงานมอเตอร์เวย์ จะเป็นปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปี

    ส่วน บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาปรับตัวลงแรงวานนี้จากปัจจัยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นสำคัญ มองการปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปบ้างแล้ว ในกลุ่มนี้เรายังคงแนะนำ CK เป็น Top pick และแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 32 บาท จุดเด่นคือการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากมีการลงทุนยังต่างประเทศ และเป็นบริษัทในกลุ่มรับเหมาแห่งเดียวที่มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศครบวงจร โดยล่าสุดยังคงพบสัญญาณเชิงบวกในตราสารอนุพันธ์ (Single Stock Futures) ที่ยังคงมีระดับ Open interest ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

    ขณะที่ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ระบุว่า เกิดความล่าช้าในการประมูลงานรถไฟฟ้าสายสีม่วง มูลค่า 101 พันล้านบาท และทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง มูลค่า 31 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่เราคาดว่า CK มีโอกาสสูงที่จะได้ เนื่องจากมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการสรรหาใหม่เข้ามา (New Procurement Act) อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าการประมูลทั้งสองโครงการข้างต้นจะไปเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 61 และไปช่วยเพิ่มงานก่อสร้างในมือ (Backlog) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
    เรายังชื่นชอบปัจจัยพื้นฐานของ CK ในเรื่องความสามารถและประสบการณ์ที่ยาวนานในอุตสาหกรรม มีผลงานที่ดีในช่วงที่ผ่านมา มีโอกาสได้ Mega Projects อีกมากในอนาคต รวมทั้งการเอื้อต่อธุรกิจกันกับบริษัทภายในกลุ่ม คือ BEM และ CKP คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานใหม่เป็น 34 บาท
    แม้งานประมูลใหม่จะเข้ามาต่อเนื่อง แต่การเติบโตของ CK ยังมีเครื่องหมายคำถามว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหน ขณะที่บริษัทเปิดเผยล่าสุดยังตั้งเป้ารายได้ในปี 61 แค่ทรงตัว

    "ประเสริฐ มริตตนะพร" กรรมการบริหารและผู้บริหารอาวุโสของ CK เปิดเผยว่า ปี 60 มั่นใจรายได้ทำได้ตามเป้าที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้บริษัทได้งานใหม่ 7 โครงการมูลค่ารวม 4.84 หมื่นล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีงานในมือ (backlog) มูลค่ารวมกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท สำหรับรายได้ปี 61 คาดอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท จาก backlog ที่มีอยู่ และคาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 8-10%
    โดยภาพรวมบริษัทพอใจที่มีรายได้ปีละ 3-3.5 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยมีเป้าหมายที่จะหางานใหม่เพื่อรักษา backlog อยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี และเน้นรับงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีในระดับ 8-10% สำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า
    ทั้งนี้ ผลประกอบการของ CK ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาลดลงต่อเนื่อง โดยปี 57 มีกำไรสุทธิ 2,296.26 ล้านบาท ปี 58 มีกำไรสุทธิ 2,192.64 ล้านบาท ปี 59 มีกำไรสุทธิ 2,002.40 ล้านบาท ส่วนช่วง 9 เดือน ปี 60 มีกำไรสุทธิ 1,595.48 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,660.28 ล้านบาท

    หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้ง CK ถูกคาดหมายว่าจะโดดเด่นขึ้นมาหลังจากภาครัฐเริ่มทยอยลงทุนโครงการขนาดใหญ่มากมายตั้งแต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ จะเห็นว่าการเติบโตของกำไรยังไม่สามารถตอบรับกับความคาดหวังที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลให้ราคาหุ้น CK ทำได้เพียงย่ำอยู่กับที่ ส่วนประเด็นค่าแรงที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นเพียงปัจจัยกดดันระยะสั้น หากบริษัทพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสามารถเปลี่ยนงานในมือมาเป็นกำไรที่เติบโตได้ในที่สุด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด