สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 18 มกราคม 2561 | 08:56

AEONTS พุ่งทะลุเป้าโบรกฯ รับงบปี 60/61 จ่อทำนิวไฮ

AEONTS พุ่งทะลุเป้าโบรกฯ รับงบปี 60/61 จ่อทำนิวไฮ

      ราคาหุ้น บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS พุ่งขึ้นเกือบ 50% ภายในเวลาเพียง 7 วัน แตะ 157.5 บาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All time high) จากเดิมที่เคยทำสถิติไว้ที่ 123 บาท เมื่อเดือน พ.ค. ปี 56

     AEONTS ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Retail Finance) แก่ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อส่วนบุคคล และ อื่นๆ
    กว่า 4 ปีที่ผ่านมา หุ้น AEONTS ทำได้เพียงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 80–120 บาท มาต่อเนื่อง หลักๆ แล้วเป็นไปตามทิศทางกำไรสุทธิที่ชะลอตัวในช่วงระหว่างปี 58 – 60 แต่สำหรับงวด 9 เดือน ปี 61 (มี.ค. 60 – พ.ย. 61) บริษัทส่งสัญญาณการกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 3/60 ที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 56% จากปีก่อน

    ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา AEONTS มีกำไรสุทธิรวม 2,038.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3/60 นั้นเติบโตสูงที่สุด มีกำไรสุทธิ 749.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากปีก่อนที่ทำได้ 479.72 ล้านบาท โดยการเติบโตของกำไรในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานี้เกิดจากหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง 11% จากปีก่อน รวมถึงการเติบโตของรายได้ราว 4%
    จากสัญญาณการกลับมาเติบโตอีกครั้งของ AEONTS ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับประมาณกำไรและราคาเป้าหมายขึ้นในช่วงถัดจากนี้ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น AEONTS ที่พุ่งขึ้นมาในขณะนี้ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของนักวิเคราะห์ส่วนมาก

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า เราปรับประมาณการกำไรขึ้นเฉลี่ย 11% สำหรับปี 60-62 จากการเติบโตของสินเชื่อและอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 111 บาท เป็น 137 บาท โดยมูลค่าตามบัญชี (BV) ปี 61 อยู่ที่ 1.98 เท่า ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 16.6% อย่างไรก็ตาม ตลาดได้ตอบรับประเด็นนี้ไปแล้วโดยสะท้อนจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมากกว่า 40% ก่อนการประกาศงบ เรายังคงแนะนำ “ถือ”
    ทั้งนี้ กำไรที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/60 (ก.ย. - พ.ย. 60) ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ผ่อนคลายมาตรฐานการให้สินเชื่อและขยายวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตที่มีสิทธิ์ เพื่อลดผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กำหนดวงเงินให้สินเชื่อบุคคลสำหรับผู้กู้ที่มีรายได้น้อยและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบัตรเครดิตลง 2% ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 60 แต่เราไม่แน่ใจว่าเป็นความคิดที่ดีหรือไม่ และกังวลว่าจะทำให้ NPLs เพิ่มขึ้น เราจึงปรับเพิ่มสัดส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อสำหรับปี 61 เพื่อสะท้อนข้อกังวลนี้

    ด้าน บล.เออีซี ระบุว่า กำไรช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็น 86% ของประมาณการณ์ทั้งปี ซึ่งสูงเกินไปจากพอร์ตลูกหนี้ที่ขยายตัวดีและการตั้งสำรองที่ลดลงมากกว่าคาด อีกทั้งเรายังมองว่าช่วงไตรมาส 4/60 บริษัทจะมีกำไรปกติเติบโตต่อเนื่อง หลังได้รับผลบวกจากบรรยากาศจับจ่ายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น กอปรกับบริษัทใช้แผนการตลาดที่เน้นทำโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตร และออกบัตรพิเศษกับกลุ่มห้างสรรพสินค้า 
    ดังนั้นเพื่อสะท้อนถึงปัจจัยบวกดังกล่าว เราจึงปรับประมาณการณ์กำไรปกติของ AEONTS ตั้งแต่ปีนี้ขึ้นเฉลี่ยปีละ 20.6% ซึ่งภายใต้ประมาณการใหม่คาดว่าปี 60 จะมีกำไรปกติ 2,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.4% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 11.2% ในปี 61 ทั้งนี้ เราปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 61 ที่ 145 บาท และคาดอัตราเงินปันผลจากกำไรช่วงครึ่งหลังปี 60 อีก 1.8%

    ขณะที่ บล.ทิสโก้ ระบุว่า AEONTS สามารถรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจได้ดี โดยมีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 48.6% ในไตรมาส 3/60 เทียบกับ 50.5% ในไตรมาสก่อน เรายังคงประมาณการกำไรจะเติบโตราว 19-23% ในปี 60 – 61 ซึ่งสะท้อนถึงกำไรในไตรมาส 4/60 ที่คาดจะทำได้ 830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากไตรมาส 3/60 นอกจากนี้ บริษัทอาจมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ ซึ่งโดยปกติจะบันทึกในไตรมาส 4 ของทุกปี
    ราคาหุ้น AEONTS ปรับขึ้น 30% (ณ วันที่ 12 ม.ค. 61) นับตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ ซึ่งดีกว่า SET ที่ปรับตัวขึ้น 3.2% อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น AEONTS ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่า KTC มาก โดยราคาหุ้น AEONTS ปรับตัวขึ้นเพียง 40% นับตั้งแต่ปี 58 ขณะที่ KTC เพิ่มขึ้น 99% และสอดคล้อง SET ที่เพิ่มขึ้น 40% ยังแนะนำ “ซื้อ” ปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 170 บาท จากเดิมที่ 128 บาท อิง PBV ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.3 เท่า สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย 5 ปีในอดีต

    โดยภาพรวมแล้วกำไรสุทธิของ AEONTS ในปีนี้มีโอกาสจะทำสถิติใหม่ได้อีกครั้ง และเมื่ออิงจากมุมมองของนักวิเคราะห์แล้ว ก็มีโอกาสจะเห็นกำไรที่เติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ราคาหุ้นที่ร้อนแรงอย่างมากภายในเวลาไม่กี่วัน จนสูงกว่าราคาพื้นฐานโดยส่วนใหญ่ไปแล้ว ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องจับตามองคือ ความเสี่ยงจากการพยายามปล่อยสินเชื่อที่มากขึ้นเพื่อชดเชยผลกระทบจากมาตรการของแบงก์ชาติ หากควบคุมไม่ดีพออาจจะเห็น NPLs เพิ่มขึ้นมากดดันกำไรได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด