สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 15 มกราคม 2561 | 09:11

DDD พุ่งกระฉูด เก็งงบโตแรง แต่ระวังราคาหุ้นแรงกว่า

DDD พุ่งกระฉูด เก็งงบโตแรง แต่ระวังราคาหุ้นแรงกว่า

         DDD พุ่งแตะ 103 บาท ไม่สนติด Cash Balance ยาวถึงเดือน ก.พ. สตอรี่กำไรโตสูงแตะ 720 ลบ.ในปี 62 ดึงดูดนักลงทุน จับตาราคานี้แพงไปหรือยัง หลังเทรด P/E พุ่งกว่า 105 เท่า แถมเกินเป้านักวิเคราะห์ที่ให้ราคาเหมาะสมเพียง 60-66 บาท

         ความเคลื่อนไหวหุ้น บมจ.ดู เดย์ ดรีม หรือ DDD ราคาปรับขึ้นแรงและมีการซื้อขายคึกคัก ดันราคาหุ้นปิดในระดับสูงสุดของวันที่ 103 บาท เพิ่มขึ้น 9.50 บาท หรือ 10.15% และเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 340% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
         DDD ก่อตั้งในปี 53 หรือมีอายุเพียงแค่ 7 ปี ก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เมื่อ 26 ธ.ค.60 ในหมวดธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ที่ราคา IPO 53 บาท โดยจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนสถาบันสูงกว่า 46% ของหุ้นไอพีโอทั้งหมดหรือคิดเป็น 35 ล้านหุ้น ในขณะที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนทั่วไปเพียง 35.47% หรือราว 27 ล้านหุ้นเท่านั้น ส่วนหุ้นทั้งหมดหลังเข้าซื้อขายมีจำนวน 316 ล้านหุ้นที่ราคาพาร์  1 บาท
         DDD ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายภายใต้แบรนด์ Namu Life ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ตัวเดียวคือ SNAILWHITE โดยในปี 59 มีสัดส่วนรายได้มาจาก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า 89% บำรุงผิวกาย 3% ทำความสะอาดหน้า 4% ทำความสะอาดผิวกาย 0.8% ครีมกันแดด 4.9% ชุดของขวัญ 5.2% อาหารเสริม0.1% และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (OEM) 0.2% โดยแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ในประเทศอยู่ที่ 87.5% และจากต่างประเทศ 12.2% 
         ผลประกอบการของ DDD ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 57 - 59 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27.5 ล้านบาท 175.7 ล้านบาท และ 328 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 248.8% ต่อปี จากความประสบความสำเร็จในการทำตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ และจากต้นทุนที่ลดลงตามยอดขาย
         ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 DDD มีกำไรสุทธิ 253.45 ล้านบาท ลดลง 6.6% จากงวดเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดสูง หลังเปิดตัวสินค้าใหม่มากถึง 8 ผลิตภัณฑ์
         ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DDD ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงหลังเข้าซื้อขาย โดยเฉพาะในวันแรกที่ราคาพุ่งแตะ 100 บาท หรือราว 89% จากราคาจอง และหลังจากหุ้นเข้าเทรดเพียง 1 สัปดาห์ก็ถูกตลาดหลักทรัพย์ใช้มาตรการกำกับการซื้อขาย Cash Balance ทันที นับเป็นหุ้นเซ็ทแรกที่ถูกใช้มาตรการประเดิมปี 61
         เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 61 ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้ DDD เป็นหนึ่งในหุ้นที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ซื้อขายด้วยการวางบัญชีเงินสด (Cash Balance) ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2561-16 ก.พ. 2561
         ราคาหุ้น DDD เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงอีกครั้ง แม้ยังอยู่ในช่วงติด Cash Balance พบว่ามีสตอรี่เพียงอย่างเดียว คือการเติบโตของกำไรที่น่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังการผลิตและการขยายตลาดไปต่างประเทศ
         ดร.สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DDD เปิดเผยว่ารายได้ปี 61 จะเติบโต 30% จากปี 60 ที่มีการเติบโตในระดับเดียวกัน จากการออกสินค้าใหม่ 8 รายการในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิม และขยายตลาดในประเทศผ่านการเปิดสาขาใหม่ 2 สาขาจากปัจจุบันที่มีเพียง 1 สาขา และขยายตลาดในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน และอีก 2 ประเทศในเอเชีย เริ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1.9 ล้านลิตรในปัจจุบันเป็น 4 ล้านลิตรต่อปีภายในปี 63 
         โดยในปี 61 จะมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 22-23 % เพิ่มขึ้นจากปี60 ที่อยู่ราว 20 % เนื่องจากยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น และ ควบคุมค่าใช้จ่ายและใช้งบการตลาดที่ระดับเดิมคือประมาณ 15% ของยอดขาย
         นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมี MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC.ถือหุ้น 0.86% ซึ่งจะใช้เป็นช่องทางในการขยายตลาดไปยังประเทศที่ Morgan Stanley มีความสัมพันธ์ด้วย
         แม้แนวโน้มการเติบโตของ DDD จะสูงอย่างมาก โดยนักวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิในปีนี้จะโตกว่า 61% และปี 62 จะมีกำไรสุทธิแตะ 720 ล้านบาท จากปี 59 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 328 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันกลับสูงเกินราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่ 60 - 66 บาทไปแล้วเกือบเท่าตัว
         บล.เคทีบี คาดว่าหลังจากเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 ล้านลิตรต่อปี จากเดิม 1.9 ล้านลิตรต่อปี ในปี 62 รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทจาก 1,264 ล้านบาท งวด 9 เดือนล่าสุด ในขณะที่คาดว่าปี 62 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 720 ล้านบาท EPS อยู่ที่ 2.28 บาท และ Net profit margin 24% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก 1) กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2) การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ  
         ประเมินมูลค่าเหมาะสมเบื้องต้นของ DDD อยู่ที่ 66 บาท อ้างอิงจาก P/E ปี 62 ที่ 29 เท่า ซึ่งมาจากค่าเฉลี่ย PE ของราคาเป้าหมายของหุ้น BEAUTY และ RS ที่ประกอบธุรกิจคล้ายกัน จากแผนขยายตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศของบริษัทฯที่ค่อนข้างดี อีกทั้งมองว่าตลาดต่างประเทศสำหรับ DDD ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น คาดว่าจะมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต
         บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่า อัตราเติบโตของกำไรเฉลี่ยต่อปีของ DDD ในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ 32% โดยกำไรปี 61 คาดจะมีกำไร 573 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 61% จากปี 60 ที่คาดกำไร 355 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 762 ล้านบาทในปี 62  จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งในประเทศและส่งออก รวมทั้งการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ยอดขายในประเทศจะถูกผลักดันจากการเพิ่มช่องทางการขาย เช่น ร้าน King Power และการออกสินค้าขนาดเล็กในรูปแบบซอง ส่วนการส่งออกไปประเทศจีนจะถูกสนับสนุนจากการขายผ่านทางออนไลน์และออฟไลน์มากขึ้น
         ประเมินราคาเหมาะสมที่ 61 บาท/หุ้น เทียบเท่า PER ในปี 61 ที่ 33.8 เท่า
         ด้านบล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นของ DDD ในปี 61  ไว้ที่ 60 บาท อ้างอิง PER ที่ 38 เท่าเทียบกับ BEAUTY  โดย DDD มีความแตกต่างจาก BEAUTY ตรงที่ DDD มีโรงงานในการผลิตเครื่องสำอางเป็นของตัวเอง ในขณะที่ BEAUTY ใช้การ OEM ในการผลิตเครื่องสำอาง 
         นอกจากความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจแล้ว DDD ยังมีความเสี่ยงจากการขายหุ้นของ NHTPEC (ถือหุ้นโดยกองทุนของ Morgan Stanley) ซึ่งได้รับหุ้นก่อน IPO ที่ราคา 28.42 บาทจำนวน 15 ล้านหุ้นแต่ถูกห้ามขายภายในระยะเวลา 12 เดือน

         ผลการดำเนินงานของ DDD ในปีนี้และปีหน้า ค่อนข้างชัดเจนว่าจะเติบโตก้าวกระโดด ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อบริษัทฯ อย่างมาก แต่หากพิจารณาจากมูลค่าเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมินที่ 60-66 บาท ต่ำกว่าราคากระดานเกือบเท่าตัว หรือหากจะเทียบกับหุ้นที่ธุรกิจคล้ายกันอย่าง BEAUTY พบว่ามี P/E ล่าสุดที่ราว 60 เท่า เทียบกับ DDD ที่ค่า P/E สูงถึง 105 เท่า  เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด