สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 28 ธันวาคม 2560 | 13:14

จับอนาคต AAV หลังกลุ่ม King Power ถอนทุน - โบรกฯ มองบวก

จับอนาคต AAV หลังกลุ่ม King Power ถอนทุน - โบรกฯ มองบวก

    จับอนาคต AAV หลังกลุ่ม King power ถอนทุน ขายหุ้นคืนให้ "ธรรศพลฐ์" กลับมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 41.32% นักวิเคราะห์มองบวก ชี้ทำให้ตลาดฯ คลายความกังวลเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูง ขณะที่พื้นฐานไม่เปลี่ยน คาดไตรมาส 4/60 พีคสุดของปี แต่ราคาเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ 4.70 บาท ต่ำกว่ากระดาน อาจกดดันหุ้นในระยะสั้น

    ความเคลื่อนไหวหุ้น บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ราคาปรับลดลงทันทีตั้งแต่เปิดการซื้อขาย พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 6.10 บาท ก่อนปรับลดลงแตะ 5.90 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 6.05 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.63% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 3 ที่ 48.92 ล้านหุ้น
    AAV ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยในปัจจุบัน บริษัทถือหุ้นใน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัดเพียงแห่งเดียว สำหรับบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการสายการบินราคาประหยัด โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการขนส่งผู้โดยสารแบบประจำ (Scheduled Passenger Services) และการให้บริการเสริม (Ancillary Services)
    ผลการดำเนินงาน AAV ในปี 57-59 ที่ผ่านมากำไรเติบโตต่อเนื่องที่ 183 ล้านบาท, 1,078 ล้านบาท และ 1,869 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 1,001 ล้านบาท 
    ด้านราคาหุ้น AAV เคยทำไฮที่ 7.80 บาท เมื่อเดือน ส.ค. ปี 59 ตอบรับบิ๊กดีล การประกาศเทคโอเวอร์  AAV โดยนายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่อกลุ่ม King power ด้วยการซื้อบิ๊กล็อต 39% หรือราว 1,891 ล้านหุ้น จากครอบครัวแบเลเว็ลด์ ที่ราคา 4.20 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่ากว่า 7.9 พันล้านบาท โดยนายวิชัย เคยระบุในการแถลงข่าว ตั้งเป้าหมายจะคืนทุนภายใน 7 ปี 
    แต่หลังจากนั้นปรากฎว่าราคาหุ้น AAV เคลื่อนไหวในทางลงเป็นส่วนใหญ่ โดยหากนับจากราคาไฮที่ 7.80 บาท มาจนถึงวันนี้ราคาหุ้นปรับลดลงราว 24% 
    แรงขายหุ้น AAV ที่เกิดในวันนี้ เป็นผลโดยตรงจากข่าว นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประกาศซื้อหุ้นคืนจากกลุ่ม King power ในสัดส่วน 36.3% ที่ราคา 4.70 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคากระดานค่อนข้างมาก พร้อมเตรียมทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ในราคาเดียวกัน
    เย็นวานนี้ (27 ธ.ค.) นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ประกาศซื้อหุ้น AAV สัดส่วน 36.3% ในราคา 4.70 บาทต่อหุ้น รวมกว่า 1,761 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 8,279 ล้านบาท จาก นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และครอบครัว ตอกย้ำความผูกพันกับสายการบิน พร้อมยืนยันแผนการขยายธุรกิจตามเป้าหมายเดิม  ซึ่งการขายหุ้นครั้งนี้ ทำให้กลุ่มศรีวัฒนประภา คงเหลือการถือหุ้นใน AAV ราว 3.5% จากเดิม 39.82% 
    โดยการเข้าซื้อหุ้น AAV ในครั้งนี้ นายธรรศพลฐ์ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธนาคารกรุงเทพ  และภายหลังจากการซื้อขายหุ้น AAV จากครอบครัวศรีวัฒนประภาเสร็จสมบูรณ์ นายธรรศพลฐ์ จะทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) โดยจะยื่นคำเสนอซื้อวันที่ 8 มกราคม 2561 เพื่อเสนอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นอื่นๆ ประมาณ 58.7% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ AAVที่ราคาเสนอซื้อที่ 4.70 บาทต่อหุ้น
    ทั้งนี้ AAV ได้รับคำชี้แจงในเบื้องต้นว่า เนื่องจากนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกิจการตั้งแต่ก่อนมีการซื้อหรือขายหุ้นให้แก่กลุ่มศรีวัฒนประภาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น แผนงานหรือนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทจึงยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ 
    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่มีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าจะทำให้ตลาดฯ คลายความกังวลเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูง ขณะที่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน โดยคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/60 จะดีสุดของปี แต่ราคาเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ที่ 4.70 บาท ซึ่งต่ำกว่ากระดาน อาจกดดันหุ้นในระยะสั้น
    บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุเรามีมุมมอง Neutral ต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ยังเป็น CEO ในช่วงที่ลดสัดส่วนการถือหุ้นลงในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เรายังคงแนะนำซื้อ AAV โดยมีราคาเป้าหมายเท่ากับ 7.28 บาท
    บล. กสิกรไทย คาดว่าการเข้าซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะสามารถลดความกังวลเกี่ยวกับประเด็นที่นายธรรศพลฐ์อาจจะเกษียณก่อนกำหนด หลังจากที่ขายหุ้น 1,931,588,286 หุ้นให้แก่นายวิชัย ศรีวัฒนประภา และครอบครัวในปีที่ผ่านมา เราคงคำแนะนำ วซื้อษ AAV ด้วยราคาเป้าหมายที่ 7.30 บาท 
    เราคาดว่า AAV จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการลดลงของเที่ยวบินในประเทศ ทั้งนี้ AOT รายงานจำนวนเที่ยวบินในประเทศเดือน พ.ย. ลดลงเป็นครั้งแรก (-4.2% YoY) นับตั้งแต่เดือน พ.ย.2554 เราจึงคาดว่าราคาตัวโดยสารเฉลี่ยได้ผ่านระดับต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/2560 
    บล. เอเอสแอล ระบุ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น แม้จะไม่กระทบกับปัจจัยพื้นฐาน แต่เราเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน ขณะที่ AAV ยังมีความน่าสนใจในการลงทุนจาก (1) High Season ของการท่องเที่ยว และ (2) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด 
    ด้านกำไรสุทธิ 4Q60 เราคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 60 หลัง Load factor กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่เราคาดหมายจะเห็นอัตราค่าโดยสาร และจำนวนผู้โดยสารรวมที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทำให้เราให้คำแนะนำ ซื้อ ด้วยมูลค่าเหมาะสม 6.97 บาท
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองเป็นข่าวบวกต่อ AAV ในแง่ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ เพราะในช่วง พ.ค. ปีก่อน ที่เริ่มมีข่าวว่านายธรรศพลฐ์จะขายหุ้น ราคาหุ้นร่วง 11% ภายในเวลา 2 สัปดาห์และใช้เวลาเดือนเศษจึงกลับมาระดับเดิม ในแง่พื้นฐาน AAV เป็นหุ้น Top pick ในกลุ่มสายการบินของเราอยู่แล้ว จากความสามารถในการกระจายตลาดและศักยภาพการทำกำไรที่แข็งแกร่งที่สุด เรายังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองราคาที่ซื้อคืน 4.70 บาท มีส่วนลดจากราคาปิดเมื่อวานนี้ที่ 6.15 บาทถึง 23.6% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจิตวิทยากดดันให้ราคาหุ้น AAV อ่อนตัวลงในระยะสั้นได้ 
    ส่วนเรื่องของการดำเนินงาน คาดว่าจะไม่กระทบมาก เนื่องจากลุ่มนายธรรศพลฐ์เป็นผู้บริหารหลักของบริษัทอยู่แล้ว ทาง DBSV คาดกำไร AAV ปี 60 ลดลง 52% แต่จะกลับไปเติบโตได้ 27% ในปี 61 ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 6.95 บาท   ส่วนราคาเป้าหมายใน IAA consensus เท่ากับ 7.12 บาท 
    บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่อีกครั้ง แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อนโยบายและความต่อเนื่องในการบริหารงานของกลุ่ม AAV  เนื่องจากในช่วงที่กลุ่มคิงเพาเวอร์ถือหุ้นใหญ่ราว 1 ปีครึ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายและทีมผู้บริหารอย่างมีนัยฯ โดยนายธรรศพลฐ์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารมาโดยตลอด ส่งผลให้ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยฯต่อคาดการณ์และมูลค่าพื้นฐาน 
    อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึง 23.5% อาจส่งผลให้ราคาหุ้นอาจปรับตัวลงแรงได้ในระยะสั้น ซึ่งถ้ามี Upside เปิดกว้างจากมูลค่าพื้นฐานที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 6.5 บาท ถือเป็นจังหวะสำหรับเข้าเก็งกำไรระยะสั้น 

    พื้นฐานของ AAV ไม่เปลี่ยนแปลงแม้เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งนักวิเคราะห์มองบวกด้วยซ้ำ เนื่องจากจะลดความกังวลการถอนตัวของ CEO "ธรรศพลฐ์" ซึ่งดูเหมือนว่าตลาดฯ จะให้ความสำคัญมากกว่าการถอนตัวของกลุ่ม King power แต่ก็คงยังมีคำถามต่อไปว่า "เกิดอะไรขึ้น?" จึงนำมาซึ่งการถอนตัวของกลุ่มทุนใหญ่ใน AAV และภาพสวยหรูที่เคยให้ไว้ตอนที่เข้ามาซื้อหุ้นหมายความว่าอะไร?? 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด