สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 21 ธันวาคม 2560 | 09:12

TGCI พุ่งซิลลิ่งหลังประกาศควบ 4 กิจการ จับตาราคานี้แรงไปหรือไม่

TGCI พุ่งซิลลิ่งหลังประกาศควบ 4 กิจการ จับตาราคานี้แรงไปหรือไม่

    TGCI วิ่งชนซิลลิ่งทำนิวไฮรอบ 2 ปี หลัง SCC ประกาศควบกิจการกับอีก 4 บริษัทในเครือ จับตาแผน synergy ช่วยยกระดับกำไรได้แค่ไหน ขณะที่จำนวนหุ้นรวมเพิ่มขึ้นอีก 4.265 พันล้านหุ้น กดกำไรต่อหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง 11%

    บริษัท ไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGCI เตรียมควบรวมบริษัทกับ 4 บริษัทย่อยในเครือปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้แก่ บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย บริษัท เดอะ สยาม เซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ย์ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) และบริษัท เจมาโก โดยบริษัทย่อยทั้ง 4 ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์หลัก คือ COTTO และ SOSUCO
    ส่วน TGCI เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังชนิดเคลือบ จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ คัมพานา (CAMPANA) และ คาซา (CASA)
    การประกาศควบรวมกิจการในครั้งนี้ ทำให้ราคาหุ้นของ TGCI วิ่งขึ้นทันที 29.91% ภายในวันเดียว ปิดที่ 3.04 บาท และยังเป็นราคาสูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี อีกด้วย แต่คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ ราคาที่พุ่งขึ้นมานี้จะเป็นเพียงแค่กระแสในช่วงสั้น หรือจะสามารถวิ่งต่อไปได้ เพราะพื้นฐานที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
    ในเบื้องต้น บริษัทได้จัดทำงบการเงินรวมเสมือนใหม่ ซึ่ง TGCI จะมีสินทรัพย์รวม ณ 30 ก.ย. 60 เท่ากับ 13,363 ล้านบาท มีรายได้รวม 10,294 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 412.13 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน ปี 60 เพิ่มขึ้นจากงบเดิมที่มีรายได้ 1,896.21 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 169.91 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิระหว่างปี 58-59 จะเพิ่มขึ้นเป็น 480.22 ล้านบาท และ 299.95 ล้านบาท ตามลำดับ จากงบการเงินเดิมซึ่งอยู่ที่ 284.66 ล้านบาท และ 198.77 ล้านบาท ตามลำดับ
    ทั้งนี้ การควบรวมกิจการจะทำให้ทุนจดทะเบียนและจำนวนหุ้นของบริษัทใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 5.96 พันล้านหุ้น จากเดิมที่ TGCI มีหุ้นรวม 1.69 พันล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท) โดยผู้ถือหุ้นเดิมของ TGCI จะได้รับหุ้นใหม่ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1.259 หุ้นใหม่
    หากพิจารณาในส่วนของงบ 9 เดือนปี 60 ซึ่งเป็นงบการเงินรวมเสมือนแล้ว กำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทใหม่จะอยู่ที่ 0.07 บาท ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นของ TGCI เดิม อยู่ที่ 0.10 บาท เมื่อคำนวณจากจำนวนหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากการควบรวมแล้ว จะทำให้กำไรต่อหุ้นนั้นลดลงจากเดิม กล่าวคือ เดิมมี TGCI 1 หุ้น กำไรต่อหุ้น 0.10 บาท แลกเป็นบริษัทใหม่ 1.259 หุ้น กำไรต่อหุ้น 0.07 บาท เมื่อคำนวณแล้ว กำไรต่อหุ้นจะลดลง 0.01187 บาท คิดเป็นการลดลงถึง 11% จากการถือหุ้น TGCI เดิม
    ด้านอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ อย่างกำไรขั้นต้นลดลงจาก 31.71% เหลือ 30.18% อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.96% เหลือ 4% ส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจาก 0.13 เท่า เป็น 0.56 เท่า เช่นเดียวกับเมื่อปี 58 - 59 ซึ่งกำไรสุทธิต่อหุ้นลดลงเหลือ 0.08 บาท และ 0.05 บาท จากเดิมที่ 0.17 บาท และ 0.12 บาท ตามลำดับ
    อย่างไรก็ดี บริษัทชี้แจงว่า การควบรวมกิจการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เช่น สร้างมูลค่าจาก Synergy ระหว่างกัน โดยบริษัทใหม่จะดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับกระเบื้องเซรามิกในไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต ทำการตลาด จัดจำหน่าย อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ระดับล่าง กลาง และบน รวมถึงการเพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้จัดจำหน่ายสินค้าและวัตถุดิบ (Economies of Scale) โดยกำลังการผลิตรวมของบริษัทใหม่จะอยู่ที่ 84 ล้านตารางเมตรต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ TGCI มีอยู่ 24 ล้านตารางเมตรต่อปี
    ทั้งนี้ คาดว่าผลการควบรวมกิจการและจดทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทใหม่น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค. 61 โดย SCC จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมในสัดส่วน 90.93% จากเดิมที่ SCC ถือหุ้นใน TGCI ทั้งหมด 74.71% ณ เดือน เม.ย. 60 เมื่อเป็นเช่นนี้ จะทำให้บริษัทใหม่อาจมีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกันไม่ถึง 15% ของทุนชำระแล้ว ทำให้คุณสมบัติในเรื่องการกระจายการถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ
    โดย SCC มีแผนจะดำเนินการให้การกระจายหุ้นเป็นไปตามเกณฑ์ เช่น การเสนอขายหุ้นของบริษัทใหม่ที่ถือโดยผู้ถือหุ้นเดิม การออกและเสนอขายหุ้นใหม่ให้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงพนักงานของบริษัทใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทใหม่จะมีการกระจายหุ้นได้ตามเกณฑ์ภายในปี 62-63

    หากอิงจากงบการเงินเสมือน ดูเหมือนว่าการควบรวมครั้งนี้จะทำให้ความสามารถในการทำกำไรในอดีตของบริษัทใหม่ดูอ่อนแอลงไป ในขณะที่ราคาหุ้น TGCI ที่พุ่งชนซิลลิ่งเมื่อวานนี้ (21 ธ.ค. 60) นับว่าสะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า Synergy ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ จะทำกำไรตามทันราคาหุ้นที่ขึ้นไปรอแล้วได้รวดเร็วแค่ไหน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด