สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 19 ธันวาคม 2560 | 09:25

GCAP พุ่ง All Time High ระวังกำไรปีนี้อ่อนตัว - จ่อเพิ่มทุนปีหน้า

GCAP พุ่ง All Time High ระวังกำไรปีนี้อ่อนตัว - จ่อเพิ่มทุนปีหน้า

    GCAP พุ่งทำ All Time High พร้อมวอลุ่มคึกคัก แม้โบรกฯ คาดกำไรเติบโตโดดเด้นในช่วง 3 ปีข้างหน้า  แต่ระวังปีนี้มีแนวโน้มอ่อนตัว แถมผู้บริหารส่งสัญญาณเพิ่มทุน หวังนำเงินขยายธุรกิจในปีหน้า 

    ราคาหุ้น บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงหลายวันทำการที่ผ่านมา พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยล่าสุดราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับสูงสุดของวัน 8.45 บาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 387% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เทรดวันละ 7.9 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 30 ล้านหุ้น
    GCAP ทำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถเกี่ยวนวดข้าว รถแทรกเตอร์ เป็นต้น ทั้งที่เป็นเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้แล้ว การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อประเภทอื่นๆ 
    ผลการดำเนินงาน GCAP ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) มีกำไรสุทธิ 59.42 ล้านบาท, 55.21 ล้านบาท และ 41.28 ล้านบาทตามลำดับ ส่วน 9 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 24.17 ล้านบาท
    ในปี 2559 ที่ผ่านมา  GCAP มีรายได้ในส่วนเช่าซื้อรถนวดเกี่ยวข้าว 68% ของรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการให้สินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ขยายกิจการไปสู่การสินเชื่อส่วนบุคคล หลังจากที่บริษัทได้รับใบอนุญาติสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพเพื่อการกำกับ(นาโนไฟแนนซ์) ซึ่งปกติลูกค้าเสียดอกเบี้ยในระดับสูงมาก ในขณะที่บริษัทให้ดอกเบี้ยในระดับต่ำกว่า ทำให้โอกาสในการการเติบโตของบริษัทมีโอกาสสูงจากลูกค้าที่สนใจเพิ่มมากขึ้น
    โดยเบื้องต้นบริษัทมุ่งเน้นให้สินเชื่อกับแม่ค้าในตลาด มีการตั้งเงื่อนไขในการให้สินเชื่อ โดยคุณภาพของแผงหรือสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า(ในกรณีที่ไม่ใช่แม่ค้าในตลาดอาจจะเป็นสินทรัพย์อื่น) จะถูกนำมาเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาการให้สินเชื่อ ซึ่งตามกฏหมายบริษัทไม่สามารถยึดแผง/สินทรัพย์ของผู้กู้หรือลูกค้าได้ แต่ก็ถือว่าสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่บริษัทจะใช้อนุมัติการให้สินเชื่อ
    แม้นักวิเคราะห์ จะมีมุมมองบวกต่อการขยายธุรกิจดังกล่าว แต่ก็มีความกังวลว่า D/E ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ GCAP ต้องเพิ่มทุน ซึ่งสอดคล้องกับผู้บริหาร ที่ล่าสุดส่งสัญญาณชัดเจนว่ามีแผนเพิ่มทุนในปีหน้า
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ในปี 2560 นี้ GCAP มีโอกาสบันทึกสินเชื่อจากแม่ค้าในตลาดที่จะทยอยรับรู้ประมาณ 5 ตลาด เช่น ตลาดบางพลี ตลาดปัฐวิกรณ์ โดยเราคาดว่าสินเชื่อใหม่น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เพิ่มขึ้น 355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8,00-1,000 ล้านบาทในปีนี้ เป็นระดับที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ NIM ในระยะยาวของบริษัทประเมินไว้ที่ 14% ซึ่งต่ำกว่าในปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 15% 
    นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะเติบโตในส่วนธุรกิจอื่นอีก ส่วนระดับ DE ที่จะเป็นระดับสูงสุดของบริษัท จะอยู่ที่ประมาณ 5 เท่า หากสูงกว่านี้อาจจะมีความจำเป็นต้องหาเงินทุนเพิ่ม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นใน 2Q60 และได้ส่งผลให้ผลประกอบการลดลง YoY คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้น่าจะเป็นระดับที่เริ่มนิ่งและสามารถใช้ในการประมาณการในช่วงถัดไปได้ ซึ่งถือว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่บริษัทมีการจัดทัพและปรับโครงสร้างของบริษัทเพื่อขยายตัวอย่างก้าวกระโดดทำให้มีค่าใช้จ่าย
    นายสเปญ จริงเข้าใจ กรรมการผู้จัดการ GCAP ให้ข้อมูลในงาน  Opportunity Day ระบุว่าปี 61 มีแผนเพิ่มทุนเพื่อนำเงินใช้ปล่อยสินเชื่อ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1/61 พร้อมกับมั่นใจยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปีหน้า จะสูงกว่าปีนี้ ที่คาดอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ดันรายได้เพิ่มขึ้น
    ทั้งนี้ในทางพื้นฐานพบว่าบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองการเติบโตของ GCAP ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (61-63)  กำไรจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ที่ต้องระวังคือปีนี้ที่กำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลง
    บล.คันทรี่กรุ๊ป ระบุว่า แม้เราปรับประมาณการกำไรปีนี้ของ GCAP ลงเพื่อสอดคล้องกับการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทที่ประเมินต่ำไว้กว่าคาด แต่ปีหน้าเรายังคงประมาณกำไรเดิมจากภาพรวมสินเชื่อ GCAP คาดเติบโตก้าวกระโดดโดยแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาได้แก่ 3 ปีแรก (17F-19F) คาดโตเฉลี่ย 47.6% ต่อปี ภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 17 จะมีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท (+7.1%YoY) และโตเด่นต่อ 128% YoY ในปี 18  แนะนำซื้อ มูลค่าเหมาะสม 9.6 บาท
    บล.กรุงศรี ระบุ เราปรับลดประมาณการกำไรปี FY17-18F ลง 35%/5% เนื่องจาก OPEX และสำรองเพิ่มขึ้น โดยเราคาดว่ากำไรใน FY18F จะโตถึง 222% yoy เป็น 111 ล้านบาท นำโดย i) สินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (+52% CAGR ในปี FY16-19F) ii) สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 37% ในปี FY18F จาก 53% ใน FY17F และ iii) credit cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.6% ในปี FY18F จาก 2.3% ในปี FY17F เราคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรทางการเกษตรใหม่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 4Q17F และปี FY18F เนื่องจากมีการปลูกข้าวเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักและราคาข้าวที่เพิ่มขึ้น สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 346 ล้านบาทในปี FY17F และคาดว่าจะโตอีก 50% yoy เป็น 515 ล้านบาทในปี FY18F จากสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า
    ทั้งนี้ GCAP ตั้งเป้าจะปล่อยกู้สินเชื่อพ่อค้าในตลาดคลองเตยให้ได้ 200 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดปัฐวิกรณ์ ตลาดบางพลี และตลาดพะเยาภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยตั้งเป้ายอดสินเชื่อของแต่ละตลาดไว้ที่ 100-200 ล้านบาท แนะนำให้ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 8.40 บาท
    
    หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานนับว่า GCAP ยังมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร แต่อย่าลืมว่าการเติบโตที่จะเกิดขึ้นคือตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ในขณะที่ผลการดำเนินงานปีนี้ อาจออกมาไม่ประทับใจ แถมผู้บริหารส่งสัญญาณการเพิ่มทุนอย่างชัดเจน การเก็งกำไรจึงต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด