สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 27 ตุลาคม 2560 | 13:42

THCOM วงโคจรระส่ำอีกรอบ กติการัฐหลอนไม่รู้จบ

THCOM  วงโคจรระส่ำอีกรอบ กติการัฐหลอนไม่รู้จบ

    THCOM เจอความเสี่ยงรอบใหม่ หลังกกระทรวงดิจิทัลฯ ยันไทยคม 7 และ 8 เป็นระบบสัมปทาน กดราคาดิ่งสุดรอบ 2 เดือน ตลาดกังวลต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 22.5% สูงกว่าปัจจุบันที่จ่ายในระบบใบอนุญาตที่ 4% ทิศทางราคาจากนี้ขึ้นกับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ประเมินกรณีเลวร้ายสุดฉุดกำไรปีละ 46.5% กดราคาเหมาะสมเหลือ 14.70 บ.

    ราคาหุ้น บมจ.ไทยคม (THCOM) เช้านี้ไหลลงต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 14.60 บาท โดยเปิดเช้านี้ที่ 15.50 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่  14.80 บาท ลดลง 1.20 บาท หรือ 7.50% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 200% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    THCOM ประกอบธุรกิจดาวเทียมเป็นหลัก   ถือหุ้นใหญ่โดย บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) สัดส่วน 41% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 18,000 ราย  ปัจจุบัน มีแผนยิงดาวเทียม 9 และไทยคม 10 ขึ้นวงโคจรภายในปี 2564 แต่ทางการยังไม่อนุมัติ
    ราคหุ้น THCOM ในช่วงเกือบ 4 ปีมานี้ (2557-2560) เป็นขาลงต่อเนื่อง จากจุดสูงสุด 43.75 บาทในปี 2557 จากนั้นไหลลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 30-40 บาทในปี 2558-2559 และทำจุดต่ำสุดของปีนี้ที่ 14.40 บาทเมื่อดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
    สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ THCOM ที่ปี 2559 กำไรสุทธิปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 24% YoY ส่วน 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 475 ล้านบาท ลดลงถึง 63% YoY และมีมูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นดือน มิ.ย.60 อยู่ที่ 16.48 บาท 
    นอกจากนี้ปัญหาที่กดดันราคาหุ้น THCOM มาต่อเนื่อง คือ กติกาภาครัฐที่ไม่ชัดเจน เกี่ยวกับการตีความกฎระเบียบของธุรกิจดาวเทียม และส่งผลกระทบต่อแผนการยิงดาวเทียมไทยคม 9 และ 10 ภายในปี64  ที่ปัจจุบันกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ยังไม่อนุญาตให้ยิงขึ้นวงโคจร  และทำให้ลูกค้ารายใหญ่ในญี่ปุ่นของ THCOM ได้ยกเลิกสัญญาจองไป 
    ในขณะที่ดาวเทียมอีก 2 ดวงที่ยิงขึ้นวงโคจรไปแล้ว คือ ไทยคม 7 และ 8 ซึ่งดำเนินการภายใต้ระบบใบอนุญาต จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราเพียง 4% แต่กระทรวงดิจิทัลฯ กลับเห็นว่าควรจ่ายในระบบสัมปทานซึ่งต้องจ่ายถึง 22.5% โดยที่ผ่านมา THCOM มีการเจรจาต่อรองและเสนอผลประโยชน์เพิ่มมาตลอด แต่ก็ยังไม่ลงตัว
    สัญญาณหุ้น THCOM ที่เจอแรงขายหนักอีกครั้ง หลังจาก INTUCH ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ยื่นเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ กรณีมีความเห็นต่างเรื่อง ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ที่มีคำสั่งให้ดาวเทียม ไทยคม 7 และ 8 ไปอยู่ในระบบสัมปทาน ซึ่งสะท้อนถึงการเจรจาต่อรองที่ล้มเหลว ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองเป็นความเสี่ยงรอบใหม่ ที่จะกระทบการดำเนินงานในระยะยาว
    บล.โกลเบล็ก  ระบุว่า สัญญาการให้บริการ หรือ "ใบอนุญาต" ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ THCOM เป็นผู้ใช้ในการประกอบการหลัก โดยกรณีดังกล่าว ได้มีการหารือ ระหว่าง THCOM กับ กระทรวงดิจิทัลฯไปแล้วถึง 4 รอบด้วยกัน (ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 60) จากความต้องการของ กระทรวงดิจิทัลฯ ที่มีคำสั่งให้ดาวเทียม ไทยคม 7 และ 8 ไปอยู่ในระบบสัมปทาน จากเดิมเป็นการประกอบกิจการแบบใบอนุญาต (กสทช.) ซึ่งมีการจ่ายค่าธรรมเนียมเพียง 5% เทียบกับระบบสัปทานที่ 22.5% และในทุกครั้งของการหารือ THCOM ได้มีข้อเสนอเพิ่มผลประโยชน์แก่ กระทรวงดิจิทัลฯ ตลอด แต่ยังไม่เท่ากับระบบสัมปทาน
    ฝ่ายวิจัยจึงมีความเห็นว่าการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ น่าจะสร้างความชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าวได้ แต่มองเป็นประเด็นกดดันต่อ THCOM คือ เพิ่ม Downside ขึ้นอีก แม้อาจมีการสะท้อนไปบางส่วนแล้วก็ตาม กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่กระทรวงดิจิทัลฯ มีการส่งหนังสือฉบับดังกล่าว (5 ต.ค. 60) ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลดลงแล้วราว 7.5% 
    บล.ซีไอเอ็มบี  ได้ปรับประมาณการราคาเป้าหมายลงเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้จากต้นปี 28.10 บาท ลดเหลือ 24.20 บาทในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ล่าสุดจะปรับลงเป็นครั้งที่สองเหลือ 14.80 บาท เนื่องจากผิดหวังกับการที่ผู้บริหารไม่สามารถต่อรองกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ 
    พร้อมปรับคำแนะนำลงจาก ซื้อ เป็น ขาย  ปัจจัยเสี่ยงต่อประมาณการ คือ 1) คำตัดสินในเชิงบวกจากชั้นศาล 2) การได้รับสนับสนุนจากคณะรักษาความสงบ (คสช.)และ 3) การเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในครึ่งหลังปี 61 
    บล.เอเซียพลัส  กล่าวว่า การถูกเรียกร้องจากกระทรวงดิจิทัลฯ ในส่วนของดาวเทียมไทยคม 7 และ 8  ถือเป็นความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจรอบใหม่ โดยหากปฏิบัติตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ เรียกร้อง จากการศึกษา Sensitivity Analysis ของฝ่ายวิจัย โดยกำหนดให้ต้นทุนส่วนแบ่งรายได้ที่กำหนดให้เพิ่มขึ้นเป็น 22.5% ในระยะยาว คาดจะกดดันคาดการณ์กำไรระยะยาวลดลงปีละ 46.5% และมูลค่าพื้นฐานลดลงมาเหลือ 21.7  บาท จากปัจจุบันที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ 24 บาท 
    กรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้แพงขึ้นดังกล่าว และต้องสร้างดาวเทียมสำรองเพื่อทดแทนดาวเทียม 2 ดวงดังกล่าวด้วยสมมติฐานงบลงทุน 2 ดวงรวมกันที่ 1.0 หมื่นล้านบาท จะกดดันมูลค่าพื้นฐานเหลือราว 14.7 บาท ต่ำกว่าราคาปิดล่าสุดที่ 16 บาท ประเด็นดังกล่าวจึงอาจมีผลทำให้ราคาหุ้นปรับลดลง และอยู่ในภาวะที่ผันผวนจนกว่าจะมีความชัดเจนในทางปฎิบัติ

     อนาคตของ THCOM จึงขึ้นอยู่กับการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นสำคัญ ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกมาเมื่อไหร่ ในขณะที่ผลการดำเนินงานที่งบไตรมาส 3/60 ที่กำลังจะประกาศออกมา ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา ว่าจะ "กด" หรือ "ดัน" ราคาหุ้น!!

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด