สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 1 สิงหาคม 2560 | 13:55

ORI โดนเทจบข่าวดีช่วงสั้น จับตาพื้นฐานเปลี่ยนหลังปิดดีลร่วมทุน

ORI โดนเทจบข่าวดีช่วงสั้น จับตาพื้นฐานเปลี่ยนหลังปิดดีลร่วมทุน

        ORI เปิดบวกก่อนโดนเท หลังจบรอบข่าวดีช่วงสั้น ร่วมทุนยักษ์ใหญ่อสังหาฯ จากญี่ปุ่น เตรียมบุ๊คกำไรพิเศษกว่า 200 ล้านบาทใน Q3/60 ส่วนไตรมาส 2 คาดกำไรโตโดดเด่น ดันงบทั้งปีกำไรโต 160-170% สูงสุดในกลุ่ม จับระยะยาวพื้นฐานเปลี่ยน ผลจากการร่วมทุน-ซื้อกิจการ 

  ราคาหุ้น บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) วอลุ่มเข้าต่อเนื่อง 2 วันติด หลังวานนี้ประกาศข่าวดีได้พันธมิตรญี่ปุ่นร่วมทุน โดยเช้านี้เปิดบวกที่ 15.20 บาท ก่อนที่ราคาผันผวนจากแรงขายทำกำไร และย่อลงมาปิดแดนลบที่ 14.70 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 2.65% วอลุ่มซื้อขายมากกว่าปกติ 170% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันก่อน
  ORI ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่โดย "ครอบครัว จรูญเอก" บริษัทฯ ประกอบธุรกิจพฒันาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางใน เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
        กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ กลุ่มลูกค้าวัยเริ่มทำงาน , กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนจากการเช่าที่พักอาศัยเป็นซื้อเพื่ออยู่เอง ,กลุ่มลูกค้าท้องถิ่นที่มีความต้องการขยายครอบครัว, กลุ่มลูกค้าที่มองหาที่พักอาศัยให้ลูกหลาน และกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพื่อรองรับการเปิด AEC
  ORI เข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือน ต.ค.58 และสามารถทำกำไรเติบโตจาก 386 ล้านบาท เป็น 637 ล้านบาท ในปี 59 ส่วนปีนี้แค่ไตรมาสแรกก็ทำกำไรสุทธิสูงถึง 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95% YoY 
  ORI ถือเป็นหุ้นที่สร้างสตอรี่ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าตลาดฯ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารขายบิ๊กล็อตให้กองทุนต่างชาติถึง 2 ครั้ง และการซื้อกิจการ พราวด์ เรสซิเดนซ์ รุกคอนโดฯ ระดับบน ส่งผลให้ Backlog ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 แตะ 2.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดอันดับ 5 ในผู้ประกอบการอสังหาฯ 
  สัญญาณหุ้น ORI ที่มีแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง เกิดขึ้นหลังจากบริษัทฯ เปิดตัวพันธมิตร "โนมูระ เรียลเอสเตท" อสังหาฯ รายใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาซื้อหุ้น 49% ใน 4 บริษัทย่อย ราคาสูงกว่าพาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ข้อดีที่จะเกิดขึ้นในทันทีคือ กำไรพิเศษจากการขายหุ้น 4 บริษัทย่อย กว่า 200 ล้านบาท ที่จะบันทึกในไตรมาส 3/60 นี้ ส่วนในระยะยาว ORI จะได้ Know How เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 
  วานนี้ ORI ประกาศข่าวดี เข้าร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น "โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์" หรือ NRED ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ ติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น โดย NRED จะเข้าซื้อหุ้น 49% ใน 4 บริษัทย่อยของ ORI 
  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.3 หมื่นล้านบาท หลังปรับเพิ่มแผนเปิดโครงการใหม่ปีนี้ เป็น 12 โครงการ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท จากเดิม 9 โครงการ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า NRED จะซื้อหุ้น 49% ใน 4 บริษัทย่อยสูงกว่าพาร์ ระยะสั้นจะมีกำไรพิเศษที่ 200 ลบ. ร่วมเปิดขายโครงการใหม่ 3 แห่งทำเลดีใน 3Q60 นี้เลย จะมีการบันทึกบัญชีตามส่วนได้เสีย ไม่ได้ทำงบรวมข้อดี ROE จะสูงขึ้นในอนาคต 
  สอดคล้องกับ บล.กสิกรไทย คาดจะเห็นกำไรพิเศษระดับ 212 ลบ.จากการขายหุ้นของ 4 บริษัทในไตรมาส 3/2560 ทั้งนี้ ORI มีการปรับเพิ่มเป้าหมายการเปิดโครงการในปี 2560 รวมถึงเป้าหมายยอดขายและรายได้ในปีนี้ขึ้น ซึ่งเราเห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากความผ่อนคลายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นหลังการเข้ามาของ NRED และความคืบหน้าของการซื้อกิจการ Park 24 ที่ช่วยให้บริษัทมี backlog เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 
  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า แม้ในช่วง 3 ปีนี้ บริษัทร่วมทุนจะให้ผลขาดทุนมายัง ORI แต่บริษัทยังแสดงผลกำไรได้ เพราะมีโครงการอื่นๆ ที่โอนและให้กำไรโดยรวมที่มากกว่า ขณะที่ระยะสั้นงบไตรมาส 2 จะออกมาโดดเด่น จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เป็นค่ายที่ให้ราคาสูงสุด 17.20 บาท และคาดอัตราการเติบโตกำไรสุทธิเทียบ YoY สูงสุดในกลุ่ม โดยระบุในช่วง 3 ปีนี้บริษัทร่วมทุน NRED จะให้ผลขาดทุนมายังบริษัท แต่บริษัทฯ จะมีรายได้ค่าธรรมเนียมบริหาร-ก่อสร้าง-ทำตลาดที่ทางบริษัทร่วมทุนว่าจ้างมาช่วยชดเชย และแม้ไม่ทำการร่วมทุนปกติบริษัทฯก็มีขาดทุนจากโครงการใหม่อยู่แล้ว แต่บริษัทฯ ยังแสดงผลกำไรได้ เพราะมีโครงการอื่นๆ ที่โอนและให้กำไรโดยรวมที่มากกว่านั่นเอง บริษัทฯ มั่นใจว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บได้นั้นจะมาช่วยชดเชยผลขาดทุนของบริษัทร่วมทุนในช่วงที่ยังไม่โอนได้
 ORI มีความน่าสนใจในประเด็นคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรที่สูง สำหรับในงวด Q2/60 ที่ใกล้ประกาศก็ออกมาสดใส เป็นแรงกระตุ้นได้ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวหลังได้ PARK 24 มา คาดว่าอัตราการเติบโตกำไรสุทธิเทียบ YoY สูงสุดในกลุ่มที่อยู่อาศัย ปี 60,61 และ 62 เป็น 174% ,56% และ 24% ตามลำดับ และเป็นสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ Backlog หลังรวม PARK 24 ณ ครึ่งปีแรกสูงถึง 2.53 หมื่นล้านบาท ทำให้ประมาณการรายได้มีความมั่นคงสูงที่จะเป็นไปได้ 
  บล.คันทรี่กรุ๊ป คาดว่าผลประกอบการ Q2/60 จะดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากรายได้โครงการไนท์บริดจ์สกายซิตี้สะพานใหม่ ทั้งนี้ ผู้บริหารเปิดเผยว่าใน Q3/60 จะเปิดตัวคอนโดมิเนียม 4 โครงการรวมมูลค่า 7.4 พันล้านบาท รวมทั้งบริษัทมี Backlog รองรับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องที่จะรับรู้ในปลายปี 61-62 ราวปีละ 5-6 พันล้านบาท โดย Bloomberg Consensus ให้ราคาเหมาะสมที่ 16.10 บาท
  บล.กสิกรไทย แนะซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2561 ขึ้นเป็น 16.70 บาทจาก 15.90 บาท ตามการปรับเพิ่มขึ้นของกำไรในระดับ 16.0%, 2.4% และ 6.7% ในช่วงปี 2560-62 หลังรวมผลบวกจากการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ NRED จากประเทศญี่ปุ่น 4 บริษัท รวมมูลค่าลงทุน 2.15 พันล้านบาท (ORI ถือหุ้น 51%) 
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ให้ราคาเป้าหมาย 16.80 บาท แนะซื้อ คาดกำไรเติบโตสูงมากใน 2-3 ปีข้างหน้า คาดกำไรปี 60-61 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท โต 164%YoY และ 2.7 พันล้านบาทโต 63%YoY อิงยอดโอน 8.8 พันล้านบาท (+179%YoY) และ 1.36 หมื่นล้านบาท (+55%YoY) โดยยังไม่ได้รวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัทย่อยราว 210 ลบ. ใน Q3/60 และผลลบของส่วนแบ่งขาดทุนจาก JV 
         ส่วนกำไรไตรมาส 2/60 คาดโดดเด่น และจะทำนิวไฮในไตรมาส 4/60 ตามการเริ่มโอน Backlog ของ Park 24 และมี 4 โครงการของ ORI สร้างเสร็จ ส่วนกำไรปี 61 จะได้แรงหนุนจากการโอนคอนโดฯ สร้างเสร็จซึ่งมี Backlog แล้ว (รวม Park 24) 9.4 พันล้านบาท คิดเป็น 69% ของประมาณการยอดโอน 
   แม้ว่าในช่วง ปี61-62 จะมีผลขาดทุนจาก JV เข้ามา เนื่องจากยังไม่มีรายได้จากการโอนคอนโด แต่ ORI จะได้ Management fee และกำไรจากการขายหุ้นที่คำนวณแบบพรีเมียมบนราคาพาร์ ซึ่งจะสูงขึ้นตามมูลค่าโครงการที่เปิดตัวและมูลค่าเพิ่มจากการปรับตัวของราคาที่ดิน
 ในทางเทคนิค โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ ซื้อเก็งกำไร และให้ Cut loss หากหุ้น ORI ปิดต่ำกว่า 14.30 บาทลงไป 
  บล.ซีไอเอ็มบี แนะนำซื้อ ORI แนวรับ 15.00-14.80 บาท แนวต้าน 15.70- 16.50 บาท , STOP LOSS ถ้าปิดต่ำกว่า 14.30 ลงไป 
  บล.โกลเบล็ก แนะนำ ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 14.90 บาท แนวต้าน 15.50 บาท ถัดไป 16.00 บาท , Cut loss 14.50 บาท

 ราคาที่ย่อลงมาช่วยเพิ่มอัพไซด์จากราคาเหมาะสมที่ราว 17 บาท อาจจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจซื้ออนาคต ORI ซึ่งดูเหมือนว่าพื้นฐานจะเปลี่ยนไป ทั้งรายได้-กำไร ผลจากการซื้อกิจการและการร่วมทุน แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับนักลงทุนจะให้มูลค่าและพอใจซื้อที่ราคาใด โดยจากการสำรวจช่วง 30 วันที่ผ่านมาพบว่าต้นทุนที่คนส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 14.40-14.50 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด