ในที่สุดราคาหุ้น WICE ก็ไต่ระดับขึ้นมาทำนิวไฮรอบ 1 ปีแล้ว หลังจากภาพการเติบโตเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลดีจากการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ในช่วงโควิด-19 หนุนกำไรปีนี้โตแรงเกิน 100% ...มิหนำซ้ำการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนอาจไม่ได้หยุดแค่นี้? แต่จะมีอะไรบ้างต้องติดตาม
*** นิวไฮรอบ 1 ปี บวกแล้ว 207% จากจุดต่ำสุด
ราคาหุ้นบริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เปิดตลาดเช้านี้ดีดไปที่ 3.60 บาท ทุบสถิตินิวไฮรอบ 1 ปีไปแล้ว หลังจากที่ไต่ระดับขึ้นมาต่อเนื่อง จากจุดต่ำสุดของวิกฤตโควิด-19 ที่ 1.17 บาท หรือคิดเป็นบวกมาแล้วกว่า 207% ภายในระยะเวลา 4 เดือน หากเทียบกับจุดสูงสุดของวันนี้
ก่อนจะปิดตลาดเช้านี้ไปที่ 3.52 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ +4.14% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 238.84% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ด้วยกันไปอย่างขาดลอย
*** อะไรทำให้ WICE พิเศษกว่าหุ้นขนส่งตัวอื่น ?
เนื่องจาก WICE มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขนส่งทางอากาศ(AIR FREIGHT)มากที่สุด เมื่อเทียบกับรายได้รวม (35.37% ในปี 62)เมื่อรวมกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เร่งความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิคส์(สูงถึง 60% ของรายได้รวม) จากการทำงานที่บ้าน(WFH) เข้ามาหนุนรายได้จากการขนส่งทางอากาศเติบโตสูงมากในปีนี้ จนทำให้ผู้บริหารต้องเตรียมปรับประมาณการขึ้นจากปกติที่เติบโต 20% ต่อปี
นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ WICE เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทฯเตรียมพิจารณาเพิ่มเป้าหมายรายได้ปีนี้หลังจากปิดงบไตรมาส 2/63 จากเดิมคาดโต 20% โดยปีก่อนที่ทำได้ 2.2 พันล้านบาท แต่ยังคงเป้าอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) ปีนี้ที่ 5% ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ - กำไรในปีนี้ทำจุดสูงสุดต่อเนื่อง(นิวไฮ)
ขณะที่ธุรกิจขนส่งข้ามชายแดน(Cross Border) ผ่าน บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด(ETL) ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ใกล้เคียงกับที่ทำได้ในปี 62 ที่ 478.84 ล้านบาท แต่สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/63 ทำให้ช่วงที่เหลือของปีจะสามารถรับรู้กำไรเข้ามาได้เต็มปี ปัจจุบันมีอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin)อยู่ที่ 15%
*** กำไรปีนี้โต 100% อิเล็กทรอนิคส์จีน คือกุญแจหลัก
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า จากแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งจะทำให้กำไรสุทธิของ WICE ปีนี้เติบโตได้ถึง 101% มาเป็น 125 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล(All Time High) สิ่งที่เข้ามาผลักดันก็คือ
(1) ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัว หลังสงครามการค้าจีน-สหรัฐคลี่คลาย ประกอบกับหน่วยงานที่จีน/ฮ่องกง ให้บริการลูกค้าได้อย่างดีในช่วงเกิดโควิด-19 จึงได้ลูกค้าใหม่จำนวนหนึ่งในราคาบริการที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ฟื้นตัวได้แรงในไตรมาสแรก และส่งผลต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี
(2) ธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (Cross boarder โดย ETL) ได้ผลดีจากแผนการปรับกลยุทธ์เลือกชนิดสินค้า ขาไป-ขากลับ ให้สอดคล้องกับตู้คอนเทนเนอร์ให้บริการของธุรกิจผนวกกับการฟื้นตัวของจีนในเดือน มี.ค. ทำให้ ETL พลิกมีกำไรครั้งแรก +10 ล้านบาทในไตรมาสเดียวจากเดิมคาดทั้งปีทำได้เพียง 7.7 ล้านบาท และต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปี
| บล. | กำไรปี 63 (ลบ.) | YoY |
| โนมูระ พัฒนสิน | 111 | +80% |
| เมย์แบงก์ กิมเอ็ง | 125 | +101% |
| ฟิลลิป | 127 | +105% |
*** จับตาการเติบโตของเทคโนโลยีจีน อาจไม่ได้หยุดแค่นี้!
หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง หรือมีฐานการผลิตตั้งอยู่ในจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทปรับตัวขึ้นสูงมาก สะท้อนว่าการเติบโตของเทคโนโลยีจีนซึ่งเป็นปัจจัยหนุน WICE ไม่ได้จบแค่ปีนี้
จับตา "Made in China 2025" อย่างที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุไว้ว่า WICE เป็นธุรกิจที่จะได้อานิสงส์จากลูกค้าหลักที่เป็นกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้ประโยชน์จากแผนยุทธศาสตร์ "Made in China 2025" ของจีน แต่ว่าแผนยุทธศาสตร์นี้คืออะไรกันแน่ ?
Made in China 2025 มีความคล้ายคลึงกับ Thailand 4.0 และ German Industry 4.0 เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 แต่บริษัทเทคโนโลยีจีนเริ่มผงาดสู่ตลาดโลกในไม่กี่ปีที่ผ่านมา พูดง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนจากการเป็น "โรงงานของโลก" ที่ผลิตสินค้าราคา-มูลค่าต่ำ และใช้แรงงานต้นทุนต่ำ ให้มาเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงและบริการที่มีมูลค่าสูงเสียเอง เช่น อุตสาหกรรมยานอวกาศ ยานยนต์ ยา หุ่นยนต์ แผงวงจร ยกตัวอย่างที่รู้จักกันทั่วไป ก็คือ DJI HUAWEI XIAOMI
ซึ่งหากอิงจากงบไตรมาส 1/63 ของ Xiaomi Corporation มีรายได้เติบโตถึง 13.6% YoY แม้จะอยู่ในช่วงโควิด-19 โดยปัจจัยการเติบโตหลักมาจากธุรกิจส่งออก(Overseas Markets)ที่โตถึง 47.8% YoY ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกสมาร์ทโฟนจากจีนไปยังตลาดทั่วโลก และปัจจุบันเริ่มมีส่วนแบ่งตลาดติด 5 อันดับแรกของแต่ละประเทศไปแล้ว
Xiaomi เป็นเพียงแค่ตัวอย่างผู้ประกอบการจากจีนเพียงรายเดียวเท่านั้น ยังมีบริษัทเทคโนโลยีของจีนอีกหลายแห่งที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าการเติบโตของสินค้าจีนที่เป็นปัจจัยหนุนให้ WICE ยังมีอีกมากนั่นเอง เพียงแต่บริษัทยังถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก อาจมีปัญหาในเรื่องขีดความสามารถในการแง่ปริมาณการขนส่ง จนไม่สามารถกอบโกยขาขึ้นของเทคโนโลยีจีนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
*** ซื้อตอนนี้ยังมีอัพไซด์ให้เล็กน้อย
แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากแล้ว แต่หากอิงจากราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์พบว่ายังมีอัพไซด์เหลืออยู่บ้างเช่นกันดังนี้
| บล. | คำแนะนำ | ราคาเหมาะสม(บ.) |
| ฟิลลิป | ซื้อ | 3.50 |
| เมย์แบงก์ กิมเอ็ง | ซื้อ | 3.84 |
| โนมูระ พัฒนสิน | ซื้อ | 3.90 |
| กรุงศรี | ซื้อ | 3.90 |
ประเด็นบวกระยะสั้นสำหรับ WICE อย่างกำไรปี 63 โตเกิน100% ถือว่าราคาขณะนี้ถูกรับรู้ไปมากแล้ว แต่การเติบโตของเทคโนโลยีจีนซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้ว น่าจะหนุนผลงานไปได้อีก เพียงแต่ว่าสิ่งที่ต้องจับตาก็คือบริษัทจะสามารถเกาะกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีจีนไปได้แค่ไหนกัน ?
เพราะปัจจุบัน WICE ถือว่าเป็นผู้เล่นรายเล็กมาก จึงต้องลุ้นการเข้าซื้อกิจการและการลงทุนใหม่ๆมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตด้วย