ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้นหุ้นไทยทะยานหลังสงกรานต์ จับตางบแบงก์ Q1/61

ลุ้นหุ้นไทยทะยานหลังสงกรานต์ จับตางบแบงก์ Q1/61

    โบรกฯ เผยสถิติย้อนหลัง พ้นเดือนเม.ย.ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น แต่ช่วงหลังเผชิญความผันผวนเป็นระยะ หลังนักลงทุนนิยมการเก็งกำไร จึงมีขาย Sell on fact รวมทั้งปีนี้ตัวแปรสำคัญอิงปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ต้องจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางหากรุนแรงขึ้น อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและตลาดให้ปรับตัวขึ้นได้ หากยืนเหนือ 1,782 จุด จะยืนยันรอบการฟื้นตัว แต่ก็ยังมีลุ้นแรงเก็งกำไรผลประกอบการกลุ่มธนาคาร ซึ่งจะทยอยประกาศสัปดาห์หน้า
    
***บล.เอเซียพลัส มองหุ้นไทยสัปดาห์หน้าไซด์เวย์
    
    นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงหลังเดือน เม.ย. ตามสถิติย้อนหลัง 10 ปี ดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ช่วงระยะหลังจะเผชิญความผันผวนเป็นระยะ เนื่องจากพฤติกรรมนักลงทุนเริ่มนิยมการเก็งกำไร ขณะเดียวกันช่วงดังกล่าวเป็นช่วงทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทำให้นักลงทุนมีการขายแบบ Sell on fact แต่มูลค่าการซื้อขายคาดว่าจะคึกคักมากขึ้นอยูที่ประมาณ 55,000-65,000 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้น คาดว่าสัปดาห์หน้าดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway โดยประเมินกรอบดัชนีที่แนวต้าน 1,780 จุด และแนวรับ 1,745 จุด
    ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเรื่องความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ต้องเร่งหาข้อสรุป และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดการลงทุนทั่วโลก รองลงมาคือเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
    แนะนำนักลงทุนให้เน้น Selective buy ในหุ้น Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม และหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว เช่น HANA โดยคาดราคาปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และ AH ที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มเติบโตได้ดี
    "หุ้นไทยสัปดาห์หน้า แกว่ง sideways ในกรอบ 1,745-1,780 จุด ประเด็นที่มีน้ำหนัก เป็นช่วงประกาศงบไตรมาสแรก จะมีการเก็งกำไร จากนั้นจะมีการขาย sell on fact ออกมากดดันตลาดได้ ปัจจัยต่างประเทศ ยังมีตัวแปรกดดันจาก สงครามการค้าสหรัฐและจีน ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากรุนแรงขึ้น อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ซึ่งจะหนุนหุ้นกลุ่มพลังาน และหนุนตลาดให้ปรับตัวขึ้นได้ แนะนำ ให้รอราคาหุ้นย่อตัวแล้วค่อยเข้าลงทุน หรือหากจะลงทุนจริงๆ ให้เลือกหุ้น laggard"นายพบชัยกล่าว


***บล.เคทีบี มองหลังสงกรานต์หุ้นไทยไม่คึกคัก
    
    นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไปจนถึงเดือน พ.ค. ประเมินว่าจะไม่คึกคัก เนื่องจากขณะนี้ยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน แต่มีประเด็นให้ต้องติดตามในประเทศ คือการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก และการขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายปันผลของหลายบริษัท แต่ตัวแปรสำคัญคาดว่าจะอิงกับปัจจัยต่างประเทศ โดยให้ติดตามประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง คือเรื่องการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงช่วงวันหยุดเทศกาลของไทยจะตรงกับช่วงที่สหรัฐฯจะต้องตัดสินใจเรื่องสถานการณ์ในประเทศซีเรีย ซึ่งข้อสรุปอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกด้วย
    โดยประเมินกรอบดัชนีที่แนวรับ 1,740 จุด และแนวต้าน 1,780 จุด ซึ่งได้ปรับลดกรอบดัชนีลงมาพอสมควร เพราะความกังวลเรื่องปัญหาในซีเรีย ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติประเมินว่า ต่างชาติยังสามารถขายหุ้นไทยออกมาได้อีก เพราะขณะนี้หุ้นขนาดใหญ่มีราคาในระดับสูง ทำให้อาจมีการขายทำกำไร หรือปรับพอร์ต แต่เชื่อว่าเป็นการทยอยขายทั่วไป เพราะหากจะมีการขายมูลค่าสูง จะต้องมีประเด็นการเปลี่ยนเปลงของปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
    กลยุทธ์ แนะนำนักลงทุนขณะนี้ให้ถือหุ้นและรอจับตาปัจจัยใหม่ (Wait And See) เพราะขณะนี้ยังมีหลายประเด็นต้องติดตาม แต่หากจะเข้าลงทุนให้เน้นหุ้นรายตัวเป็นหลัก เพราะพฤติกรรมนักลงทุนขณะนี้ไม่เน้นลงทุนหุ้นรายกลุ่ม

*** บล.กสิกรไทย เผยสถิติหลังสงกรานต์ถึงสิ้นเม.ย. SET Index ปรับขึ้น
    
    บทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย คาดว่าสัปดาห์หน้ามูลค่าการซื้อขายมีโอกาสที่จะกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยที่ 6.9 หมื่นล้านบาทต่อวัน โดยตลาดจะเข้าสู่ช่วงการรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร
    ประเมินในเบื้องต้น BBL BAY TISCO KKP จะมีผลกำไรดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ทั้งนี้ เชื่อว่าการรายงานงบจะกระตุ้นทำให้เกิดแรงซื้อเข้ามายังตลาดมากขึ้น หนุน SET Index ฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน นักลงทุนสามารถเลือกเก็งกำไรกลุ่มหุ้นผลประกอบการเด่นได้ใน BBL TISCO AEONTS CHG RJH LH TPCH AOT AAV BGRIM RATCH
    ทั้งนี้ มีสถิติที่น่าสนใจคือหลังจากพ้นสงกรานต์ไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย. SET Index จะปรับเพิ่มขึ้นต่อด้วยความน่าจะเป็น 60% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.01% 
    สัปดาห์หน้าติดตามการรายงาน ยอดค้าปลีกของสหรัฐตลาดคาดว่าจะขยายตัว 0.4% (16 เม.ย.) GDP ไตรมาส 1 ปี 2561 ของจีน ตลาดคาดจะขยายตัว 6.8% (17 เม.ย.) 
    แนะนำ PTTEP CHG SPALI

***บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มอง SET หลังสงกรานต์ปรับขึ้นยืนเหนือ 1,782 จุด

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดในช่วงหลังสงกรานต์ โดยมองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานที่จะทยอยออกมาหลังจากนี้จะช่วยผลักดันตลาดให้ดีดตัวขึ้น ถ้าSET สามารถยืนเหนือระดับ 1782 จุดได้ จะยืนยันรอบการฟื้นตัว
 
***บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ลุ้นประกาศงบฯแบงก์ 
    
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  ระบุ ในสัปดาห์หน้า ธนาคารไทยจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 หลังจากที่กันสำรองไปมากแล้วในไตรมาส 4/60 คาดว่ากันสำรองจะลดลงในไตรมาส 1/61 และทำให้กำไรเพิ่มขึ้น 16% QoQ จากการคาดการณ์ของเรา แม้ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อจะดีขึ้น แต่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังอ่อนแอและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวอาจทำให้การเติบโตของยอดรายได้รวมซบเซา คงคำแนะนำ เท่าตลาด โดยแนะนำซื้อ BBL และ TISCO เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มสดใสขึ้นจากการเติบโตจากการซื้อกิจการและงบดุลที่แข็งแกร่งกว่า

*** บล.ไอร่า คาดมีแรงเก็งกำไรกลุ่มแบงก์ ประกาศงบฯสัปดาห์หน้า

    บล.ไอร่า ระบุสัปดาห์หน้า เริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศผลการดำเนินงาน 1Q/61 ที่คาดมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในกลุ่มธนาคาร ซึ่งจะทยอยประกาศสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นเป็นกลุ่ม Real Sector ถึงกลางเดือนพ.ค.
    ยังแนะติดตามการประชุม กบง. วันที่ 20/4/61 หลังกระทรวงพลังงานให้ทบทวนโครงสร้างการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ที่มีแนวโน้มว่าอาจจะลดค่าพรีเมียมลง ซึ่งอาจส่งผลบ้างต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ส่วนกลุ่มธนาคาร หลังประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมที่ทำธุรกรรมผ่าน Internet Banking คาดตลาดส่วนใหญ่รับรู้ว่าจะส่งผลต่อผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร คาดชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และคาดส่งผลต่อประมาณการปี’61 ลดลงทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรสุทธิ ซึ่งคาดมีผลต่อประมาณการ EPS ปี’61F ของตลาด พร้อมคาดหลังจากนี้ไปมีแนวโน้มปรับเป้าหมาย SET Index ลง
    นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะจากการยื่นร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาจส่งผลต่อ Road Map เลือกตั้งในเดือนก.พ.’ 62
    อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง – ยาว ยังได้รับ Sentiment บวกจากความคืบหน้าโครงการ EEC ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอประกาศใช้เป็นกฎหมาย คาดส่งผลดีต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเอกชน และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ภายใต้โครงการก่อสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุน รวมถึงล่าสุด รมว.คมนาคม คาดในเดือนพ.ค. - มิ.ย.นี้ เสนอครม. เพื่อขออนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่คาดว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ และงานเดินรถ จะรวมเป็นรูปแบบ PPP และเตรียมจะเสนอ ครม.ได้ประมาณ 3Q/61







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด