ข่าวนี้ที่ 1

นายกฯนัดถกด่วนเคาะล็อกดาวน์ ศก.ทรุด-หุ้นผวาหนัก!

นายกฯนัดถกด่วนเคาะล็อกดาวน์ ศก.ทรุด-หุ้นผวาหนัก!
HTML Editor

       นายกฯนัด ศบค.ชุดใหญ่ หารือด่วน 9 ก.ค.นี้ อนุมัติยกระดับมาตรการควบคุมโควิด-ล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชนอย่างน้อย 14 วัน เล็งจำกัดการเดินทาง ปิดสถานที่เสี่ยงทุกแห่ง ด้านศูนย์วิจัยมองเป็นปัจจัยเสี่ยงฉุดศก.ปีนี้โตต่ำกว่า 1% ขณะที่โบรกฯมองหากล็อกดาวน์เข้มงวดทั่วประเทศทุบหุ้นไทยลดลงได้ 4-6% จีดีพีมีโอกาสติบลบ 2 ปีซ้อน ด้านตลาดหุ้นไทยวานนี้(8 ก.ค.)ดัชนีดิ่งรับข่าวล็อกดาวน์ 32.93 จุด

 

*** นายกฯถกด่วนยกระดับมาตรการคุมโควิด     

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะเรียกประชุม ศบค.ด่วน วันที่ 9 ก.ค นี้  เวลา 10.00 น โดยเลื่อนมาจากเดิมที่จะประชุมในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 4  

 

*** สธ. ชง"งดเคลื่อนย้าย ปิดสถานที่เสี่ยง 14 วัน"    
    
    นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.ได้มีการหารือถึงมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ซึ่งในส่วนของมาตรการทางสังคม สธ.จะเสนอยกระดับการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำกัดการเดินทาง อยากให้ทุกคนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ไม่จำเป็นไม่ต้องออกจากบ้าน 

 

    โดยจะกำหนดเงื่อนไขยกเว้นที่จำเป็น อาทิ การหาซื้ออาหาร หรือสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต การออกไปฉีดวัคซีน เป็นต้น รวมถึงเสนอให้ออกคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมด ที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันจำนวนมาก หรือเป็นสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ส่วนที่ยังเปิดได้ เช่น ตลาด ซุปเปอร์มาร์เก็ต
 

    ทั้งนี้ จะเสนอให้บังคับใช้ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งจะเสนอ ศบค.ชุดเล็ก และจะมีการเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ ต่อไป
 

    "จะเริ่มเมื่อใดต้องรอให้ ศบค. เป็นผู้ประกาศอย่างเป็นทางการ ก็เป็นมาตรการที่สธ.อยากลดการระบาดในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบเท่ากับมาตรการที่ดำเนินการใน เดือนเม.ย.ปี 63"นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
 

    แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า สธ. ได้เสนอที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ให้มีการปรับมาตรการทางสังคม เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น โดยจะจำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่ ห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด ลดการเคลื่อนย้ายพื้นที่ มีการตั้งจุดตรวจ กำหนดระยะเวลาการเปิด-ปิดกิจการ เพื่อลดการออกนอกบ้าน รวมถึงขนส่งสาธารณะ อาจต้องปรับเวลาให้บริการ หลังมีการลดการเคลื่อนย้ายบุคคล 

 

*** ม.หอการค้าฯ หวั่นล็อกดาวน์ทำเงินหายจากระบบศก. 2-3 แสนลบ.

    ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือโต 0-1% จากเดิมที่คาดไว้ 0.6-1.8% แต่ก็ยังอยู่ในกรอบใหญ่ 0-2% ซึ่งในกรณีนี้ไม่รวมล็อกดาวน์ แต่หากมีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 1 เดือน จะทำเงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจ 2-3 แสนล้านบาท แต่ยังน้อยกว่ารอบก่อนที่ทำระบบเศรษฐกิจสูญเสียมากถึง 6-9 แสนล้านบาท

    ด้านดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) เดือนมิ.ย. 64 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 43.1 จากระดับ 44.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 272 เดือน หรือ 22 ปี 8 เดือนนับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือนตุลาคม 2541 เป็นต้นมา
 

    โดยการที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤต COVID-19 ในประเทศไทย และ ทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และ การจ้างงานในอนาคต 

 

*** ASPS จับตาล็อกดาวน์ ฉุดหุ้นลง 4-6%
    
    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า ประเด็นการ Lockdown หรือ มาตรการคุมเข้มต่างๆ ในอดีตมักส่งผลให้ SET Index ผันผวนและปรับตัวลงราว 4 -6% อย่างไรก็ตามหากตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงในระยะเวลาถัดมา SET Index ก็จะทยอยฟื้นตัวกลับขึ้นมาเช่นกัน

 

    ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ในภาวะที่มีความกังวลประเด็น Lockdown แนะนำถือเงินสด 25% เตรียมไว้สำหรับลงทุนยามตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ขณะเดียวกันเงินลงทุนอีก 75% เน้นหุ้นผันผวนต่ำ กำไรโตดีสวนทางภาพรวมตลาด และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว 
 

    ทั้งนี้ หาก Lockdown เข้มงวดเหมือน ช่วง 2Q63 ประเมิน GDP Growth ไทยปี 64 มีโอกาสติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย GDP Growth ปี 64 ประเมินมีโอกาสถูกปรับลง ถือเป็น Sentiment ลบต่อตลาดหุ้น โดยปัจจุบัน สำนักเศรษฐกิจส่วนใหญ่ และConsensus ที่คาด GDP Growth อยู่ในกรอบ 1.5-2%yoy ส่วน ASPS คาด 1.7% แต่ส่วนใหญ่ Assumption ยังไม่รวม Impact ของการ Lockdown 10 จังหวัด ระยะเวลา 1 เดือน ปลายเดือน มิย.- ปลายเดือน ก.ค. และปัจจุบัน รัฐบาล อาจพิจารณาออกมาตรการ Lockdown ทั้งประเทศ จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะหากเกิดขึ้น Impact การปรับลด GDP จะขึ้นกับระยะเวลายาวนาน

 

*** CIMBT คาดหากรัฐล็อกดาวน์ ฉุดจีดีพีปีนี้โตต่ำกว่า 1%

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยภายว่า หากรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศเหมือนในปีก่อน เชื่อว่าจะทำให้การบริโภคจะชะลอตัวอย่างชัดเจนและคาดว่าจะกดดันให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) ปีนี้โตต่ำกว่า 1% จากคาดการณ์เดิมที่โต 1.3% อย่างไรก็ตามคาดว่า GDP จะไม่ติดลบ เนื่องจากปีนี้ไทยมีการส่งออกที่เติบโตอย่างมากและการใช้จ่ายของภาครัฐที่เข้ามาหนุนการใช้จ่ายภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

*** SET Index ดิ่งหนัก 32.93 จุด ผวารัฐจ่อล็อกดาวน์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้(8 ก.ค.) ปรับตัวลงแรง เนื่องจากนักลงทุนวิตกการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ภาครัฐเตรียมออกมาตรการควบคุมแบบเข้มงวด หรืออาจจะล็อกดาวน์ โดยดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,543.67 จุด ลดลง 32.93 จุด หรือ 1.89% มีมูลค่าการซื้อขาย 110,954.70 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4.59 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,863.98 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 1,016.20 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 2,884.77 ล้านบาท 


    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด