ข่าวนี้ที่ 1

กูรูหวั่นล็อกดาวน์ยืดเยื้อ ฉุดจีดีพีติดลบ 2 ปีซ้อน

กูรูหวั่นล็อกดาวน์ยืดเยื้อ ฉุดจีดีพีติดลบ 2 ปีซ้อน

     นักวิเคราะห์ประเมินเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงถดถอย 2 ปีซ้อน หากยอดผู้ติดเชื้อโควิดทะลุ 2 หมื่นคน ล็อกดาวน์ยืดเยื้อถึงเดือนก.ย.64 แต่หากอิงสถานการณ์ปัจจุบันคาดจีดีพีโต 0% ด้าน ม.หอการค้าฯ ชี้ล็อกดาวน์ 29 จังหวัด กระทบเศรษฐกิจ 3-4 แสนลบ./เดือน ขณะที่หุ้นไทยยังมีแนวรับที่ 1,500 จุด แต่หากเป็นกรณีเลวร้ายดัชนีมีโอกาสลดลงสู่ระดับ 1,480-1,450 จุด

 

*** ทิสโก้ ชี้หากล็อกดาวน์ยืดเยื้อถึงก.ย. จีดีพีเสี่ยงถดถอย 2 ปีซ้อน 

    นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ในประเทศและการใช้มาตรการล็อกดาวน์ส่อแววยืดเยื้อ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังพุ่งขึ้นไม่หยุด โดยล่าสุดทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.8 หมื่นคนต่อวัน สร้างความกังวลมากขึ้นต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 
    
    โดยในกรณีฐาน (Base Case) ประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่จะขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.5-1.8 หมื่นคน ในช่วงปลายเดือนก.ค.ถึงต้นเดือนส.ค.นี้ ก่อนที่จะทรงตัวในช่วงกลางเดือนส.ค.และเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวลดลงในช่วงปลายเดือนส.ค. ส่งผลให้มาตรการล็อกดาวน์น่าจะเริ่มผ่อนคลายได้บางส่วนในเดือนก.ย.64 เป็นต้นไป ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะไม่เติบโต หรือ +0%

    ขณะที่ในกรณีแย่ (Worst Case) หากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุหลัก 20,000 คนต่อวัน และมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อกินเวลานานจนถึงเดือนก.ย.64 มีความเสี่ยงสูงที่เศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ที่เศรษฐกิจไทยถดถอย 2 ปีซ้อน  อย่างไรก็ตามไม่ว่ากรณีใดๆจะต้องติดตามการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐเพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะช่วยลดทอนผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงได้

 

*** หวั่นล็อกดาวน์ 29 จว. กระทบศก. 4 แสนลบ./เดือน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าการยกระดับและการขยายพื้นที่ล็อกดาวน์เพิ่มเป็น 29 จังหวัด คาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจเดือนละ 300,000-400,000 ล้านบาท เนื่องจากจังหวัดดังกล่าวมีสัดส่วนต่อจีดีพีถึง 78-80% เพราะมีการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างเยอะ รวมถึงหากยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ภายในเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ อาจทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบได้ จากปัจจุบันคาดโต 1.2-1.6%

    โดยการกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะส่งผลให้ผู้คนจะจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ซึ่งม.หอการค้าประเมิน 29 จังหวัด ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีการจับจ่ายใช้สอยเยอะ มีโรงงานเยอะ มีกิจกรรมโลจิสติกส์เยอะ รวมถึงยังเป็นเมืองการท่องเที่ยวด้วย เม็ดเงินที่หายไปจึงค่อนข้างมาก แต่ถือว่าจำเป็น เพราะเวลานี้จะต้องหยุดเชื้อก่อน ดังนั้นจะต้องหยุดการติดเชื้อไม่ให้ทะลุ 25,000 คนต่อวันให้ได้ ซึ่งการหยุดไม่ว่าจะ 14 วัน หรือ 1 เดือน เป็นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไม่ให้ระบาดมากขึ้น

    "ส่วนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 2 ปี ก็เป็นไปได้ ซึ่งจะต้องดูว่า เราหยุดโควิดได้ไหม ถ้าหยุดได้มีการอัดเม็ดเงินกระตุ้นเข้าไปก็อาจจะหนุนจีดีพีไม่ให้ติดลบได้เหมือนกัน" นายธนวรรธน์ กล่าว

 

*** KBANK เตือนหากยอดโควิดแตะ 4 หมื่นคน/วัน จีดีพีปีนี้ติดลบ

    นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่าในเดือนส.ค.นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ โดยมองว่าหากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเห็นมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นทั้งการขยายเวลาและการขยายพื้นที่และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจตามมาด้วย โดยขณะนี้ศูนย์วิจัยฯ ประเมินจีดีพีปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 1% แต่หากตัวเลขในเดือนนี้ยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด อาจจะต้องกลับมาทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง

    ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสที่จะติดลบนั้น มองว่าหากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงและยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการพูดถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อถึง 40,000 คนต่อวัน ก็มีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะติดลบ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น และมาตรการล็อกดาวน์ค่อยๆขยับ อาจจะต้องประเมินกลางเดือนนี้เป็นต้นไปว่าจะเป็นอย่างไร

    "ในกรณีที่จีดีพีจะมีโอกาสติดลบได้ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะต้องอยู่ในระดับสูงและลากยาวไปถึงต้นปีหน้า แต่หากหยุดหรือชะลอตัวเลขได้ในเดือน ส.ค.นี้ จีดีพีก็อาจจะยังโตอยู่ แต่ในระดับต่ำ" นางสาวณัฐพร กล่าว

 

*** CIMBT หวั่นคลัสเตอร์โรงงานฉุดภาคการผลิต-ส่งออก 

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่าสำนักวิจัยฯ ประมาณการจีดีพีปีนี้คาดโต 1.3% แต่ในกรณีที่มีการล็อกดาวน์ตลอดทั้งไตรมาส 3/64 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียง 0.7% เท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีการระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมที่กังวลและจะต้องติดตาม เนื่องจากหากเกิดการระบาดในกลุ่มดังกล่าวและไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ อาจทำให้กระทบกับภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งปัจจุบันปัจจัยเรื่องการส่งออกถือเป็นปัจจัยหลักในการพยุงเศรษฐกิจให้ยังขยายตัวได้

    "เรายังมองจีดีพีปีนี้ยังบวก หากล็อกดาวน์ทั้งไตรมาส 3 เพราะการส่งออกยังดำเนินไปได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ จีน และประเทศอื่นๆ แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมทำให้เรามีข้อจำกัดด้านการผลิตและอาจทำให้มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ หรือแม้แต่ภาคการเกษตร อาหารก็โดนผลกระทบในจุดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากังวล "นายอมรเทพ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม มองว่าหากการระบาดครั้งนี้ ไม่ได้กระทบกับภาคการผลิต เชื่อว่ามีโอกาสที่จีดีพีจะโตต่ำกว่า 1% แต่ไม่ได้มองว่าจะติดลบ เพราะยังมีการส่งออกเป็นตัวสนับสนุน ยกเว้นมีการระบาดที่รุนแรง จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นต่อเนื่อง หรือมีมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มข้น คงจะต้องมีการประมาณการกันอีกครั้ง

 

*** ทรีนีตี้ คาดเห็นการปรับลดจีดีพี-กำไรบจ.หลังจากนี้ 

    นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่าการประกาศขยายเวลาในการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 18 ส.ค.เป็นอย่างน้อย และเพิ่มจังหวัดจาก 13 เป็น 29 จังหวัด ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการลงทุนที่จะเห็นการปรับลดประมาณการจีดีพี รวมถึงลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลงได้อีก นอกจากนี้การล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อได้ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบปรับตัวลดลง สะท้อนผ่านปริมาณเงินในระบบหรือ M2 ที่ขยายตัวน้อยลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 13 ปี ส่งผลให้การมีส่วนร่วมของนักลงทุนทั่วไปในตลาดหุ้นไทยเริ่มอยู่ในระดับจำกัดและทำให้วอลุ่มการซื้อขายโดยรวมเบาบางลงไปด้วย

 

*** ทิสโก้ คาด SET มีแนวรับ 1,500 จุด กรณีเลวร้าย 1,480 จุด

    นายอภิชาติ บล.ทิสโก้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวหลุดระดับ 1,500 จุดได้ หากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุหลัก 20,000 คนต่อวัน และมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อกินเวลานานจนถึงเดือนก.ย.64 ส่วนกรณี Base Case คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด พร้อมมองว่าดัชนีหุ้นไทยในเดือนส.ค.ยังมีแนวโน้มแกว่งซิกแซกลงไม่เปลี่ยนแปลง จึงแนะนำกลยุทธ์การทยอยรับแบบ “แบ่งไม้ซื้อ” โดยให้ความสำคัญที่บริเวณ 1,500-1,510 จุด และในกรณีแย่อาจลงได้ลึกถึง 1,480 จุด

 

*** ยูโอบีฯ มองจีดีพีปีนี้ไม่โต- SET มีโอกาสลงแตะ 1,450 จุด

    นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าฝ่ายวิเคราะห์ได้ประมาณการ GDP ไทยปีนี้กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ 0% ยังไม่ติดลบ โดยที่มอง O% คือการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อไม่เกินสิ้น ก.ย.64 ที่จะทำให้ GDP มีโอกาสเป็น 0% แต่ถ้าล็อกดาวน์นานเกิน 2 เดือนจากนี้ไปก็เสี่ยงที่ GDP จะติดลบได้

    ส่วนภาวะดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปี 64 มองว่ามีโอกาสที่ดัชนีจะลงลึกถึงระดับ 1450 จุด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะปรับประมาณทางเศรษฐกิจลงจากมาตรการล็อกดาวน์ จากเดิมที่คาดจะฟื้นในครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำให้น้ำหนักลงทุนในหุ้น 50% ถือเงินสด 50%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด