ข่าวนี้ที่ 1

KBANK โชว์กำไร Q1 ทะลุหมื่นลบ.-TMB ยังตั้งสำรองเข้มข้น

KBANK โชว์กำไร Q1 ทะลุหมื่นลบ.-TMB ยังตั้งสำรองเข้มข้น

    "ธนาคารกสิกรไทย(KBANK)" เปิดงบไตรมาส 1/64 มีกำไรสุทธิ 10,627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.10% รับค่าธรรมเนียมพุ่ง-ตั้งสำรองลดลง ด้าน"ธนาคารทหารไทย(TMB)" รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 2,782 ล้านบาท ลดลง 33.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังรายได้ดอกเบี้ย-NIM ลดลง และยังตั้งสำรองเข้มข้น 

** KBANK อวดงบ Q1/64 กำไรทะลุหมื่นลบ.  

    นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/64 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 10,626.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,374.87 ล้านบาท หลักๆเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 1,923 ล้านบาท หรือ 19.30% เป็นผลจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ของสินทรัพย์ทางการเงินตามภาวะตลาด และค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุนเพิ่มขึ้น 

    นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ลดลงจำนวน 950 ล้านบาท หรือ 5.44% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 41.30% 

    รวมทั้ง ธนาคารและบริษัทย่อยมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 8,650 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 3,222 ล้านบาท หรือ 27.14% โดยยังคงใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ของโควิด-19  

    โดยสิ้นมี.ค. 64 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,767,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 63 จำนวน 108,317 ล้านบาท หรือ 2.96% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิ และการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ซึ่งธนาคารมีการติดตามดูแลคุณภาพเงินให้สินเชื่อของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างใกล้ชิด 

    สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) สิ้นมี.ค.64 อยู่ที่ระดับ 3.93% ในระดับเดียวกับสิ้นปี 63 อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ สิ้นมี.ค. 64 อยู่ที่ระดับ 153.98% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 63 อยู่ที่ระดับ 149.19% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III สิ้นมี.ค.64 อยู่ที่ 18.44% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.80% 

** TMB เผย Q1/64 มีกำไร 2,782 ลบ. ลดลง 33.2%   

    ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/64 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,782 ล้านบาท ลดลง 33.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 4,163 ล้านบาท
    
    โดยในไตรมาส 1/64 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นจำนวน 12,872 ล้านบาท ลดลง 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) ในไตรมาส 1/64 ลดลง 12 bps จาก 3.12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลดลงของ NIM มีปัจจัยหลักมาจากอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อลดลงและส่วนหนึ่ง มาจากการทบทวนรายปีในการปรับประมาณการทางบัญชีของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR)สำหรับพอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสะท้อนการแข่งขันและพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้าสุทธิด้วยต้นทุนเงินฝากที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างงบดุลให้มีความเหมาะสม 

    อย่างไรก็ดีหากไม่รวมผลกระทบการปันส่วนราคาซื้อหลังจากการรวมกิจการของธนาคารธนชาต (PPA) NIM อยู่ที่ 3.08% ในไตรมาส 1/64

    ขณะที่เงินฝากขยายตัว 0.8% YTD มาอยู่ที่ 1,384 พันล้านบาทผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักของลูกค้รายย่อยยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี หนุนโดยเงินฝาก No-Fixed ขยายตัว 6.8% YTD และเงินฝาก TMB All Free เพิ่มขึ้น 4.8 %YTD ขณะที่เงินฝาก Ultra Saving ชะลอตัว 7.4 %YTD จากการโอนย้ายฐานเงินฝากของลูกค้า ธนาคารธนชาต เงินฝากประจำและบัตรเงินฝากลดลง 16.9 %YTD สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างเงินฝากให้มีความเหมาะสม ส่งผลให้เงินฝากลูกค้ารายย่อยมีสัดส่วนอยู่ที่ 73% ของเงินฝากรวม ณ สิ้นไตรมาส 1/64

    นอกจากนี้ธนาคารยังคงเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวังในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลให้สินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมี.ค. 64 ลดลง 0.9 %YTD อยู่ที่จำนวน 1,380 พันล้านบาท สินเชื่อบรรษัทลูกค้าธุรกิจลดลง 1.8 %YTD เป็นผลจากการชำระหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีค่อนข้างทรงตัว สินเชื่อลูกค้ารายย่อยลดลง 0.5 %YTD จากสินเชื่อเช่าซื้อที่ชะลอตัวเล็กน้อย 0.4 %YTD เนื่องจากผลของฤดูกาล ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตยังคงปรับตัวลดลง 

    อีกทั้งธนาคารยังคงความรอบคอบและตั้ง ECL เป็นจำนวน 5,480 ล้านบาทในไตรมาส 1/64 เทียบกับ 8,237 ล้านบาทในไตรมาส 4/63 การตั้งสำรองสะท้อนแบบจำลอง ECLที่เข้มงวดของธนาคารซึ่งได้รวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นบนพอร์ตสินเชื่อจากมาตรการความช่วยเหลือเข้ามาด้วย ในไตรมาส 1/64 สินเชื่อขั้นที่ 3 อยู่ที่จำนวน 43,400 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 2.75% โดยการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลไกลอื่นๆในการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพชะลอตัวในไตรมาสนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด