ข่าวนี้ที่ 1

SET อัพไซด์จำกัด หวั่นม็อบการเมือง-แบงก์ถ่วงตลาด

SET อัพไซด์จำกัด หวั่นม็อบการเมือง-แบงก์ถ่วงตลาด

 

      ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (12-16 ต.ค.) แกว่งตัวผันผวนในกรอบ แนวรับ 1,250 จุด แนวต้าน 1,300 จุด เกาะติด 3 ปัจจัยหลัก ชุมนุมการเมือง-แบงก์ประกาศงบ- ดีเบตเลือกตั้งสหรัฐฯ แนะลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่รับอานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐ และหุ้นที่แนวโน้มงบ Q3 ดี

*** จับตาชุมนุม 14 ต.ค.-ประกาศงบแบงก์ Q3-เลือกตั้งสหรัฐฯ
 
    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) สัปดาห์นี้(12-16 ต.ค.) คาดแกว่งตัว Side Way ประเมินแนวรับ และแนวต้านที่ 1,250 - 1,300 จุด โดย ปัจจัยที่ต้องติดตามและคาดว่าจะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า ประกอบด้วย ปัจจัยในประเทศ อย่างการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อ จนถึงขั้นมีการค้างคืนหรือไม่ ถ้าหากการชุมนุมยืดเยื้อก็จะส่งผลลบกับตลาดหุ้นไทย 
    ขณะที่ ปัจจัยนอกประเทศ ต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ว่าพรรค เดโมแครต และพรรครีพับลิกัน จะตกลงกันได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการปรับประมาณการ GDP โลก ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดว่าจะมีการปรับประมาณการขึ้นจากเดิม
    กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำเลือกหุ้นรายตัวที่แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ออกมาดี ประกอบด้วย บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ  NER และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO
    บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังมีความกังวลต่อการประกาศผลประกอบการ Q/63 ของหุ้นในกลุ่มธนาคารในช่วงสัปดาห์หน้า (12-16 ต.ค.) คาดมีโอกาสปรับตัวลดลงจาก  Q2/63 อาจกระตุ้นแรงขายลดความเสี่ยงของหุ้นในกลุ่มธนาคารให้ปรับตัวลดลงถ่วงตลาดได้อีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ เป็นปัจจัยจำกัด Upside ของตลาดได้อยู่ในระยะนี้ 
    อีกทั้งมีความกังวลเล็กน้อยต่อความวุ่นวายทางการเมือง หลังแกนนำผู้จัดชุมนุมในนามคณะราษฎรนัดชุมนุมใหญ่ 14 ตุลาคมนี้ โดยจะปักหลักค้างคืนจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย  มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็น Nosie รบกวนตลาดหุ้นไทยได้บ้างอีกครั้ง
    รวมทั้งยังคาดทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงในเดือน ต.ค.นี้ ยังมีความผันผวน คาดตลาดส่วนใหญ่ให้น้ำหนักต่อประเด็นการเลือกตั้งของสหรัฐเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากไบเดนฯ ชนะการเลือกตั้ง (โพลล่าสุดยังคงมีคะแนนนำ) คาดทำให้เกิดความกังวลต่อนโยบายเพิ่มภาษีต่างๆ ของไบเดน ในระยะถัดไป ซึ่งคาดจะเป็นปัจจัยจำกัด Upside ของทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้อยู่       

*** เอเซียพลัส ให้แนวรับ 1,250 จุด แนวต้าน  1,285 จุด

     นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้(12-16 ต.ค.) ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถ้าหากจำนวนผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก อาจส่งผลให้กระแสเงินทุนไม่ไหลเข้าในประเทศ และ  SET INDEX จะปรับตัวลง แต่ในทางกลับกันหากสถานการณ์การชุมนุมไม่ยืดเยื้อและไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรง ก็อาจจะเป็นจุดที่ปลดล็อคให้ตลาดหุ้นไม่ทรุดตัวลงไปมากนัก โดยฝ่ายวิจัยให้แนวรับไว้ที่ 1,250 จุด และ แนวต้านที่ 1,285 จุด
    อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำให้ลงทุนหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและ ขนาดเล็ก โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก เนื่องจากประเมินว่า กระแสเงินทุนจากต่างชาติจะยังไม่ไหลเข้าตลาดในประเทศไทยในระยะนี้ แต่จะเห็นเม็ดเงินในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันในประเทศ นักลงทุนในประเทศที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทย 
    "ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในช่วงชะลอการขึ้น เพราะสิ่งที่นักลงทุนติดตาม คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นหลัก จำนวนผู้ชุมนุมจะมีมากน้อยแค่ไหน มีมากก็กดดันภาวะตลาด แต่ถ้าไม่มากตลาดก็ปลดล็อคคลายความกังวลและตลาดจะไม่ซึมลึกลงไปมากกว่านี้" นายชาญชัย กล่าว
     บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงเป้าหมายการฟื้นตัวของ SET INDEX รอบนี้ บริเวณ 1,300 จุดภายในสัปดาห์นี้(12-16 ต.ค.) ถึงแม้ว่าช่วงต้นสัปดาห์ เป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุด ทำให้ SET INDEX อาจมีช่วงพักเล็กๆก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานยอดนำเข้า-ส่งออกจีน วันที่ 13 ต.ค., การรายงานผลประกอบการ Q3/63 เริ่มจาก TISCO และ DTAC วันที่ 16 ต.ค.,และจับตาว่า การ Debate รอบสองระหว่าง Trump และ Biden  

 

 



Tags:

SETTISCONER




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด