ข่าวนี้ที่ 1

SUPER ลั่นปี65 รายได้ 1.2 หมื่นลบ.-GPSC รุกพลังงานสะอาด

SUPER ลั่นปี65 รายได้ 1.2 หมื่นลบ.-GPSC รุกพลังงานสะอาด

    "ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น(SUPER)"ตั้งเป้าปี 65 รายได้แตะ 1.1-1.2 หมื่นลบ. รับกำลังผลิตใหม่เพิ่มขึ้น 163MW ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรลุยโรงไฟฟ้าเวียดนามเพิ่มเติม พร้อมยันไม่เพิ่มทุน  แย้มสนใจสร้างโรงไฟฟ้ารองรับเหมืองขุดบิตคอยน์ ด้าน GPSC ตั้งเป้าดันสัดส่วนโรงไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแตะ 50% ใน 10 ปี

*** SUPER ตั้งเป้าปี 65 รายได้แตะ 1.2 หมื่นลบ. รับกำลังผลิตเพิ่ม

    นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 65 จะแตะระดับ 11,000-12,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงสิ้นปีนี้ที่คาดจะทำได้ราว 9,000-10,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่ตรียมจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มขึ้นเป็น 1,779.32 เมกะวัตต์ (MW) จากสิ้นปีนี้ที่คาดอยู่ระดับ 1,616.32 MW โดยสัดส่วนกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) จำนวน 16 MW,โรงไฟฟ้าขยะ 6 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 141 MW

    สำหรับทิศทางผลการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มั่นใจว่าจะยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ซึ่งบริษัทยังคงเดินหน้าในการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องได้ตามแผนที่วางไว้ 

    โดยบริษัทเตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม เฟสแรก ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 80 MW ภายในเดือนต.ค.นี้ จากกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 421 MW รวมทั้งทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าเดิมในพอร์ตในประเทศและต่างประเทศ เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มฯในประเทศเวียดนาม,โรงไฟฟ้าขยะ และโครงการ Private PPA ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลงานในปี64 สามารถทำสถิติสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วมีจำนวนมากกว่า 100 แห่ง และมีขนาดกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 1,536.3 MW ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตในประเทศจำนวน 699.6 MW และในต่างประเทศ 836.7 MW โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตรวมให้ไปแตะระดับ 1,995.32 MW ภายในปี 66 และมีรายได้เติบโตก้าวกระโดดสู่ระดับ 14,000 ล้านบาท

*** อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร ลุยโรงไฟฟ้าเวียดนามเพิ่มเติม

    นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า สำหรับแผนการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรเพื่อขยายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม ซึ่งยังไม่สามารถบอกรายละเอียดที่ชัดเจนได้ เพราะมีการทำสัญญาข้อตกลงกันไว้ พร้อมยืนยันบริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุนแม้จะมีโครงการการลงทุนใหม่เข้ามาเพิ่มเติม เพราะมีแนวทางในการหาเงินทุนให้เลือกอยู่ 2 วิธี ได้แก่ 1.การขายทรัพย์สินเข้ากองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ และ2.การหาพันธมิตรเพื่อเข้ามาช่วยขยายธุรกิจร่วมกัน ซึ่งบริษัทมีข้อได้เปรียบทั้งมีโนฮาวและรูปแบบการซื้อขายไฟอยู่แล้ว

*** แย้มสนใจสร้างโรงไฟฟ้า ป้อนเหมืองขุดบิตคอยน์

    นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ยื่นข้อเสนอให้บริษัททำเหมืองบิตคอยน์ แต่บริษัทยังไม่ได้มีนโยบายที่ชัดเจน เพราะไม่มีกำลังการผลิตในส่วนที่เหลือ เนื่องจาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ทั้ง 100% แต่หากมีผู้สนใจซื้อไฟฟ้ากับบริษัทโดยตรงในอนาคต หรือหากมีบริษัทสนใจทำเหมืองบิตคอยน์ มาเจรจา บริษัทก็พร้อมสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อรองรับธุรกิจนี้ให้ได้

*** GPSC ขยายพอร์ตพลังงานสะอาดแตะ 50% ใน 10 ปี
    
    นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในพอร์ตการลงทุนให้มีสัดส่วนมากกว่า 50% จากกำลังการผลิตรวมของบริษัทฯ ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2573 พร้อมทั้งก้าวสู่นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ด้วยเทคโนโลยีเซมิโซลิด (SemiSolid) เพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

    “กลยุทธ์ใหม่จะเน้นการขยายโอกาสในการพัฒนาพลังงานที่เป็นแพลตฟอร์ม สอดคล้องกับทิศทางพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานในรูปแบบความร่วมมือ และการเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้กับ Local partner ในประเทศเป้าหมาย โดยเฉพาะ อินเดีย เวียดนามและไต้หวัน ที่จะนำมาสู่การพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรในองค์กรในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น รวม 7,102 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในสัดส่วน 37% ก๊าซธรรมชาติ 48% ถ่านหิน 11% และอื่น ๆ 4%” นายวรวัฒน์กล่าว

*** หวังก้าวสู่ 1 ใน 3 บริษัทนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าอาเซียน
    
     นายวรวัฒน์ กล่าวว่า GPSC ได้ทำการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเปลี่ยนแปลงทิศทางพลังงานโลกและแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ของไทยที่มุ่งไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดภาวะโลกร้อนที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก หรือ 4S ที่จะขับเคลื่อนให้ GPSC ก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมพลังงานเพื่อความยั่งยืน 1 ใน 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

     บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์พลังงานโลก ที่มุ่งสู่การพัฒนาพลังงานสะอาดมากขึ้น ส่งผลให้ GPSC ปรับกลยุทธ์ใหม่ ที่สอดรับกับเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติในปีนี้ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 ที่จะผลักดันให้ประเทศต่างๆ ไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดทำแผนพลังงานชาติให้สอดรับกับทิศทางดังกล่าว

    โดยจะนำมาสู่การปรับแผนการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2565) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานชาติ ที่จะจัดทำเสร็จในปี 2565 โดยเน้นพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น

    สำหรับกลยุทธ์ 4S ประกอบด้วย S1: Strengthen and expand the Core การสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมขยายการให้บริการในธุรกิจหลัก ที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตที่มีเสถียรภาพในระดับสากล สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

    S2: Scale – up Green energy การเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน

    S3: S-Curve & Batteries การพัฒนานวัตกรรมพลังงานและธุรกิจแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน การพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและยานพาหนะอื่นๆ รวมถึงการต่อยอดธุรกิจเชิงนวัตกรรม

    และ S4: Shift to Customer – centric Solutions บริการโซลูชั่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภค โดยใช้นวัตกรรมพลังงานทั้งโรงไฟฟ้าหลักและโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก ด้วยระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเสนอโซลูชั่นที่สามารถบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน

    อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ 4S เกิดจากกรอบการทำงานของ GPSC ที่มุ่งเน้น 3D+1C ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความยั่งยืนอย่างเข้มข้น ซึ่งประกอบด้วย Decarbonize การเพิ่มประสิทธิในกระบวนการผลิต เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ Decentralize การกระจายเชื้อเพลิง กระจายโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด Digitalize การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการพลังงาน และ Convergence ระบบการกระจายการผลิตไฟฟ้าที่ทุกคนเป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด