ข่าวนี้ที่ 1

SAK ได้ฤกษ์เทรดวันแรก กูรูให้เป้า 4.50-4.66 บ.

SAK ได้ฤกษ์เทรดวันแรก กูรูให้เป้า 4.50-4.66 บ.

      "ศักดิ์สยามลิสซิ่ง (SAK)" พร้อมเข้าเทรดวันแรก 8 ธ.ค.นี้ โบรกฯให้ราคาเหมาะสมระหว่าง 4.50-4.66 บาทต่อหุ้น มองแนวโน้มกำไร 3 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ยปีละ 18-25% ด้านผู้บริหารเตรียมนำเงินระดมทุนขยายธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ-สินเชื่อส่วนบุคคล ตั้งเป้าปี 66 ขนาดพอร์ตแตะ 1.2 หมื่นลบ.

*** ตลท.รับ"ศักดิ์สยามลิสซิ่ง(SAK)" เข้าเทรด 8 ธ.ค.นี้

 
    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.รับหลักทรัพย์ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ในหมวดอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน หมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ วันที่ 8 ธ.ค.นี้ 

    SAK ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกอบด้วยธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกันสินเชื่อส่วนบุคคลที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่ออื่น 

    ทั้งนี้ บริษัทมีจำนวนหุ้นจดทะเบียน 2,096 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,550 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 546 ล้านหุ้น  มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 7,755.20 ล้านบาท

*** โชว์งบ 9 เดือนปี 63 มีกำไร 408.78 ลบ. โต 54%

    SAK รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/63 มีกำไร 156.12 หรือ 0.10 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 74% จากงวดเดียวกันปีก่อน หลังค่าใช้จ่ายลดลง 117.1 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีผลขาดทุนจากการปิดสัญญาในปี 63        ส่วนงวด 9 เดือนปี 63 มีกำไร 408.78 ล้านบาท หรือ 0.26 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 54% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่มีกำไร 264.03 ล้านบาท หรือ 0.18 บาท/หุ้น    

*** ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 66 แตะ 1.2 หมื่นลบ.
    
    นายพูนศักดิ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหาร SAK กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายขยายธุรกิจให้เติบโตในทุกมิติภายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ ภายในปี 66 ทั้งจำนวนสาขาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,119 สาขา ในทำเลพื้นที่ภูมิภาคเดิม และ ขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาทจากปัจจุบัน SAK มีทั้งสิ้น 519 สาขา ใน 38 จังหวัด พอร์ตสินเชื่อ 6,300 ล้านบาท 

    นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้ทำให้บริษัทก้าวขีดจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อไปขยายธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในทุกมิติจากแผนงานขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้มีความหลายมากขึ้น รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก (Big Data) การเสนอสินเชื่อ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ รับชำระหนี้ บริหารหนี้สูญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัท

*** ระดมเงินใช้เป็นทุนขยายสินเชื่อ

    สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์ประกอบด้วย 1.ขยายการให้สินเชื่อและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในช่วงปี 64-65 วงเงิน 1,550 ล้านบาท 2.ใช้ชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากสถาบันการเงิน ในปี 63-64 ประมาณ 300 ล้านบาท และ3.ใช้ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงระบบให้บริการสินเชื่อ ในปี 64-65 วงเงิน 100 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินรวมทั้งหมด 1,950 ล้านบาท 
  
*** โบรกฯมองกำไรโต 2 เท่าใน 4 ปี 
    
    บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้คาดกำไรสุทธิปี 63 ที่ 534 ล้านบาท ปี 64 ที่ 618 ล้านบาท และปี 65 ที่ 772 ล้านบาท โดยคาดว่า  fully diluted EPS จะลดลง 12% ในปี 64 ก่อนเติบโต 25%
ในปี 65 และ 30% ในปี 66 หรือคิดเป็นการเติบโต 2 เท่าใน 4 ปี 
    
    บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้คาดกำไรปี 63 ที่ 522 ล้านบาท ปี 64 ที่ 602 ล้านบาท และปี 65 ที่ 751 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี 
    
    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้คาดกำไรปี 63 ที่ 506 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ปี 64 ที่ 595 ล้านบาท หรือเติบโต 18% และปี 65 ที่ 741 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% 
    
    บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย จำกัด (มหชน) ได้คาดกำไรสุทธิปี 63 ที่ 480 ล้านบาท ปี 64 ที่ 585 ล้านบาท และปี 65 ที่ 848 ล้านบาท  
    
    ทั้งนี้ การประมาณการดังกล่าว มีปัจจัยผลักดันจากการคาดการณ์เติบโตสินเชื่อ เติบโตเฉลี่ยประมาณ 23% จากการขยายสาขา ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่สูงอย่างยั่งยืนที่ 21% จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เนื่องจากประโยชน์จากการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดฯ และการตั้งสำรองที่ลดลง เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น เป็นต้น

*** ให้ราคาเหมาะสม 4.50-4.66 บาท/หุ้น
    
    บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศ จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินมูลค่าหุ้น SAK เท่ากับ 4.66 บาท ณ ระดับราคาเหมาะสมที่ประเมินคิดเป็น PE ปี 63 เท่ากับ 15 เท่า
    
    บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 4.60 บาท/หุ้น อิงกับ PE ที่ 16 เท่า และ EPS ปี 64 ที่ 0.29 บาท 
    
    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 4.50 บาท ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มูลค่าหุ้นในปี 64 ที่ 9,600 ล้านบาท หรือหุ้นละ 4.58 บาท 

*** เตือน 5 ความเสี่ยง


    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส  ยังได้เตือนถึงความเสี่ยง 5 ข้อที่มีต่อ SAK คือ 1.ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ 2.ความเสี่ยงจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มรายย่อยประเภทบุคคลธรรมดา อยู่ในอาชีพ เกษตรกร ค้าขาย รับจ้าง และพนักงงานโรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้ปานกลางถึงน้อย
    3.ความเสี่ยงจากการไม่สามารถยึดหลักประกันได้ หลักประกันสินเชื่อของบริษัท คือ รถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ รถที่ใช้ในการเกษตร และประเภทอื่นๆ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายสะดวก อาจมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถติดตามยึดหลักประกันได้ กรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้
    4.ความเสี่ยงจากการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย กรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้และต้องยึดรถประเภทต่างๆ บริษัทอาจมีความเสี่ยงที่อาจขายสินทรัพย์ดังกล่าวได้ไม่คุ้มกับมูลค่าหนี้ที่เหลืออยู่
    5.ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงบุคลากร บริษัทต้องสรรหาคุณสมบัติให้เพียงพอกับจำนวนสาขาที่จะขยาย โดยจะต้องมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สินเชื่อด้วย 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด