ข่าวนี้ที่ 1

SET ดิ่ง 21 จุด ผวาม็อบรุนแรง ส่อแววทดสอบ 1,200 จุด

SET ดิ่ง 21 จุด ผวาม็อบรุนแรง ส่อแววทดสอบ 1,200 จุด

    ตลาดหุ้นไทยดิ่งลงแรงกว่า 20 จุด กังวลม็อบการเมือง และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มองดัชนีมีโอกาสลงไปที่ 1,200 จุด แนะกลยุทธ์คงสัดส่วนหุ้น 25% นอกนั้นกระจายความเสี่ยงไปยังกองทุน หรือ ถือเงินสด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทย(15 ต.ค.)ปรับตัวลดลงแรง เนื่องจากนักลงทุนกังวลการชุมนุมทางการเมืองที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลงแรงเช่นกัน จากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 รอบสอง และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯฉบับใหม่ที่ดูเหมือนจะล่าช้าอย่างมาก
    โดยดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด หรือ 1.66% มีมูลค่าการซื้อขาย 54,208.99 ล้านบาท

*** หุ้นไทยร่วงแรง กังวลชุมนุม คาดต่างชาติขาย 
    
    นายปิยภัทร์ ภัทรภูวดล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง ในภาพระยะสั้นยอมรับว่าประเมินได้ยาก ดังนั้นจะต้องรอติดตามสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์ในช่วงเย็นวันนี้(15 ต.ค.)ก่อน โดยมองว่า หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ รุนแรง เชื่อว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้แน่นอน

    “วันนี้(15 ต.ค.)การตอบสนองของหุ้นก็ไม่ได้ลงเยอะในช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายลงแรง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีออเดอร์เข้ามา ทำให้มีความผันผวนมากขึ้น จึงประเมินได้ค่อนข้างยากว่าแรงขายจะเป็นอย่างไร แต่ที่เราต้องตามคือการชุมนุมในช่วงเย็นวันนี้ หากไม่ได้ยืดเยื้อ ผ่านไปได้ด้วยความสงบไม่รุนแรง เชื่อว่าหุ้นไทยอยู่ในช่วงการฟื้นตัวอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาย่อไปบ้างจากปัจจัยการเมืองเข้ามา ส่งผลให้จิตวิทยาจึงสั่นไหว แต่หากไม่เลวร้าย ตลาดพร้อมที่จะฟื้นตัว แต่เพียงแต่ว่า ช่วงที่เหลือจะผันผวน”นายปิยภัทร์ กล่าว

*** แนวรับถัดไป 1,200 จุด แนะถือเงินสดเพิ่ม

    สำหรับเบื้องต้น ประเมินแนวรับแรกไว้ที่ 1,245 จุด หากหลุดมีโอกาสที่จะลงไปที่ 1,200-1,230 จุดได้ ขณะที่แนวต้าน ประเมินไว้ที่ 1,260 จุด 1,280 จุด และ 1,300 จุด ซึ่งเดิมหากตลาดไม่มีปัจจัยลบ ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะฟื้นตัวไปที่ 1,300 จุดได้อยู่แล้ว

    ด้านการลงทุนนั้น หากนักลงทุนที่มีหุ้นเต็มพอร์ต ถือว่าเป็นช่วงการหาจังหวะเพิ่มเงินสดเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงตลาดผันผวน อย่างไรก็ตามมองว่า กลุ่มที่มีสภาพคล่องมากจะกำหนดกลยุทธ์ได้ดีขึ้น

    ส่วนตัวหุ้นนั้น ช่วงที่หุ้นผันผวน หุ้นขนาดใหญ่ จะโดนลดน้ำหนักมาก่อนเป็นภาพรวม ขณะที่หุ้นขนาดกลาง และหุ้นขนาดเล็กจะเคลื่อนไหวได้ดี

*** ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่งผลเชิงลบต่อตลาด

    นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ยอมรับว่าจากสถิติที่ผ่านมาในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จะส่งผลในเชิงลบต่อตลาด แต่ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยหลักอื่นที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน คือ การคาดการณ์หรือประเมินผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 ที่จะออกมาที่นักลงทุนจะให้ความสนใจมากกว่า

    “ในเรื่องของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีบอกอยู่แล้วว่ามีข้อกำหนดอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องการตัดสินใจของรัฐบาลมากกว่า แต่ยอมรับว่า สถิติที่ผ่านมาย่อมมีผลในเชิงลบอยู่ แต่อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้ประเมินแค่มุมมองทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่จะดูผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก”นายคณฆัส กล่าว

*** คงสัดส่วนหุ้น 25% ที่เหลือกระจายกองทุน-เงินสด

    สำหรับกลยุทธ์ ในการลงทุนนั้น ให้คงสัดส่วนหุ้นไว้ที่ประมาณ 25% นอกนั้นจะเป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังกองทุน หรือ ถือเงินสด เป็นต้น

    ส่วนในมุมมองกรลงทุนนั้น แนะเลือกรายกลุ่มมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ ช้อปดีมีคืน เช่น HMPRO-ILM-CPALL กลุ่มมือถือ เช่น COM7-JMART

    นอกจากนี้ กลุ่มที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะออกมาโดดเด่น เช่น TU-HTC-WICE-KCE-HANA เป็นต้น สำหรับแนวรับประเมินไว้ที่ 1,231 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,265 จุด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด