ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นโรงพยาบาลตีปีก ผลงานโค้ง 2 พุ่ง -โค้ง 3 นิวไฮ รับยอดโควิดพุ่ง

หุ้นโรงพยาบาลตีปีก ผลงานโค้ง 2 พุ่ง -โค้ง 3 นิวไฮ รับยอดโควิดพุ่ง

        หุ้นโรงพยาบาล ยิ้มรับผลงานไตรมาส 2-3/64 กระฉูด  หลังคนไข้โควิดเพิ่ม ดันรายได้ทั้งปีตามเป้า VIBHA คาดรายได้ทั้งปีโต 50%  ขณะที่ EKH คาดรายได้รายได้รวมโตตามเป้า 20%  ส่วน Q3 ทำ All Time High  ส่วนกรณีสปสช. ลดค่าตรวจ RT-PCR มองไม่กระทบผลงาน เหตุไม่มีกลุ่มลูกค้าเชิงรุกนอกโรงพยาบาล ด้านโบรกฯ ประเมินวัคซีนทางเลือกเป็น Upside และจะช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของกำไรกลุ่มฯในงวดไตรมาส 4/64 ASPS คาดทปีนี้ กำไรทั้งกลุ่มโต 32% แนะเก็บ BDMS หากเน้นลงทุนระยะยาว ขณะที่ระยะสั้นเก็งกำไร BCH

***  VIBHA คาดรายได้ปีนี้โต 50% จากยอดผู้ป่วยพุ่ง

  นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) หรือ VIBHA เปิดเผยว่า รายได้ปีนี้จะเติบโต 50% จากปีก่อนที่ทำได้ 6,338.25 ล้านบาท เนื่องจากยอดผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลวิภาวดี และ โรงพยาบาลในเครือของบริษัทที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงยังมีรายได้เสริมจากการให้บริการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 และ ให้บริการฉีดวัคซีนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ การฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่าให้กับลูกค้าของบริษัทภายในช่วงไตรมาส 4/64

*** คาดผลงาน Q3/64 โตต่อเนื่องจาก Q2/64 รับโควิดหนุน

       ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3/64 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/64 เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ยังอยู่ในระดับที่สูง จึงทำให้การให้บริการของโรงพยาบาลในเครือเต็มเกือบทั้งหมด ประกอบกับ การนำโรงแรมมาเป็นโรงพยาบาลรับผู้ป่วยโควิด (Hospitel) ซึ่งมีขนาด 500 เตียงเต็มศักยภาพ และ ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถขยายเพิ่มเติมได้ เพราะแม้จะมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหลายรายยื่นข้อเสนอทำ Hospital แต่ติดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ บริษัทเปิดรับตรวจเท่ากับจำนวนเตียงที่รองรับได้ในแต่ละวันเท่านั้น

*** แจงสปสช. หั่นค่าตรวจ RT-PCR ไม่กระทบ เน้นกลุ่มลูกค้าจ่ายเอง

       ขณะที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้แจ้งการปรับลดการเบิกค่าใช้จ่ายการตรวจคัดกรองโควิด-19 ทั้งแบบ RT-PCR และ Rapid antigen test นั้น นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่จ่ายค่าตรวจด้วยตนเอง เพราะโรงพยาบาลมีการบริการจัดจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบไดรฟ ทรู ซึ่งมีอัตราการให้บริการอยู่ที่ 3,000 บาทต่อราย อย่างไรก็ตาม มองว่าการคิดค่าบริการที่ลดลงต่ำกว่านี้คงไม่คุ้มค่า เนื่องจากโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่รับตรวจก็ต้องจัดหาห้องพักให้กับคนที่ตรวจแล้วพบเชื้ออีกด้วย

*** EKH คาดผลงานไตรมาส 3/64 นิวไฮ หลังคนไข้โควิดทะลัก

       นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/64 คาดว่า จะทำผลงานสูงสุดทุบสถิติเดิม โดยจะเติบโตดีกว่าช่วงไตรมาส 2/64 และ ดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน จากภาพรวมผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้าการรักษายังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาพรวมรายได้ปีนี้ยังคงเป้าหมายเติบโต 20%

       ปัจจุบันรายได้จากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 คิดสัดส่วนเป็น 60-70% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยโรงพยาบาลมีศักยภาพรองรับกคนไข้ได้ 900 ราย ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มที่ตรวจ และรั กษาหรือเกี่ยวข้องกับโควิดประมาณ 800 ราย ขณะที่มีบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 150 ราย และ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากกลุ่มลูกค้าที่เข้าการรักษาแบบ Hospitel โดยมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยโควิดได้ประมาณ 100 ราย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วย เข้ารักษาเต็ม 100% แล้ว และยังไม่พิจารณาขยาย Hospitel เพิ่ม เพราะอัตรากำลังบุคลากรไม่เพียงพอ

       "เรามองว่าผลงาน Q3/64 เรา All Time High จากการที่กลุ่มลูกค้าเข้ามารักษาหรือตรวจหาโควิด-19 ที่ต่อเนื่อง โดยจากนี้เราไม่ได้คาดหวังรายได้ว่าจะเพิ่มขึ้นได้มากแค่ไหนแล้ว เพราะอัตรากำลังบุคลากรเราตึงมากแล้ว"นายแพทย์อำนาจกล่าว

*** ยันสปสช. ลดค่าตรวจ RT-PCR มองไม่กระทบผลงาน

       นายแพทย์อำนาจ กล่าวเพิ่มเติม ในกรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ได้แจ้งการปรับลดการเบิกค่าใช้จ่ายการตรวจคัดกรองโควิด-19 ลง จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลไม่รับตรวจกลุ่มลูกค้าเชิงรุกนอกโรงพยาบาล แต่รับตรวจลูกค้าเพื่อยืนยันก่อนเข้าการรักษาโรคอื่น ๆ เท่านั้น หรือ อาจมีกรณีรับตรวจตามเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

       ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลสามารถรับตรวจหาเชื้อโควิด 200 ราย/วัน และงดการตรวจแบบ drive thru covid test เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดที่รุนแรง จนโรงพยาบาลไม่สามารถรับมือไม่ทัน จากเดิมที่เคยรับมือการตรวจได้สูงสุดประมาณ 500 ราย/วัน

*** ASPS  คาดกำไรกลุ่มปี 64 โต 32% ส่วนปี 65 โต 7%

       บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดว่ากำไรปี 64 ของกลุ่มฯ เติบโต 32% ส่วนปี 65 คาดเติบโต 7% โดยภายใต้สมมติฐานการระบาดที่จำกัด โดยเชื่อว่าความท้าทายจะอยู่กับโรงพยาบาลประกันสังคมจากแนวโนม้กำไรที่จะขาดความต่อเนื่อง และ เชื่อว่าจะหดตัว ขณะที่กลุ่มที่น่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องขึ้น คือ โรงพยาบาลเงินสด โดยเฉพาะ BDMS, PR9 จากฐานที่ต่ำ และ ลูกค้า Fly-in ที่น่าจะทยอยฟื้นตัวเท่าตลาด จึงเลือก BDMS และ เก็งกำไร BCH จากแนวโนม้กำไรไตรมาส 2–3/64 ที่จะเป็น New High ต่อเนื่อง

       ขณะที่การลงทุนระยะกลาง - ยาว ยังชื่นชอบ BDMS จากการเป็นโรงพยาบาลเงินสดที่มีรายได้เสริม COVID สูงสุดและ ความต่อเนื่องการฟื้นตัวในปี 65 ที่ยังคาดหวังได้

*** KTBST คงน้ำหนักลงทุน  Overweight เลือก BCH เป็น Top Pick

       ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด(มหาชน) ระบุ มีมุมมองเป็นลบเล็กน้อยต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลที่มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองเฉลี่ยรายวันสูงสุดเรียงจากมากไปน้อยได้แก่ BCH , BDMS, CHG, THG, EKH โดยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Healthcare เท่ากับ Overweight โดยเลือก BCH (ซื้อ/เป้า 30.50 บาท)  เป็น Top pick  โดยประเมินกำไร BCH ปี 64 ที่ 2.38 พันล้านบาท (+94% YoY) โดยกำไรยังมี upside จากการขยายเตียงรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่สูงกว่าที่คาดไว้ 4 เท่า และ รายได้จากวัคซีนทางเลือก Moderna ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ

*** บล.บัวหลวง คาด CHG-BCH กำไรโค้ง2 ทำสถิติสูงสุด

      ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ หากการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยจะมุ่งสู่ peak กรณีกรมควบคุมโรคคาดการณ์กรณีล็อคดาวน์ 1 เดือนที่ 30,000-35,000 รายต่อวันช่วงปลาย ก.ย. – ต้น ต.ค. นี้ การเพิ่มขึ้นของการตรวจ COVID-19 ในระดับ 30-40% QoQ ในไตรมาส 3/64 จะชดเชยราคา สปสช ที่ปรับลดลง 26% ได้ โดยโรงพยาบาลที่จะได้รับประโยชน์ คือ โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วย COVID-19 คิดเป็นรายได้ราว 50% ของ BCH และ 35% ของ CHG

      โดยคาดราคาหุ้น CHG และ BCH จะได้รับ catalyst สำคัญ คือ กำไรที่ทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 2/64 ซึ่งน่าจะสูงกว่าเรา และ ตลาดคาดราว 35-40% สำหรับ CHG ประกาศ 13 ส.ค. นี้ และ สูงกว่าเรา และ ตลาดคาดราว 25-30%

      สำหรับ BCH ที่จะประกาศ 16 ส.ค. แนะนำ เร่งเก็บ CHG ที่ valuations ยังวิ่งได้จาก PER ปี 65 ที่ 36 เท่าไป 40 เท่า ที่ราคาเป้าหมายเรา 4.60 บาท คาดราคาหุ้น BCH จะกลับไปยืนเหนือราคาเป้าหมายเราที่ 26 บาทได้อีกครั้งในเวลาไม่นาน

*** กิมเอ็ง เลือกเชียร์ BH -BDMS

      บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุ รัฐบาลประกาศจะลดอัตราค่าตรวจโควิดลง 21% จะกระทบ BCH มากที่สุด ซึ่งทำการตรวจโควิดไป 580,000 รายในไตรมาส 2/64 (33% ของรายได้) ตามด้วย CHG ตรวจ 81,000 ราย (10% ของรายได้) BDMS ตรวจ 162,800 ราย (5% ของรายได้) และ BH ตรวจ 21,000 ราย (5% ของรายได้)

      อย่างไรก็ตาม คาดรายได้จากโควิดจะลดลงในไตรมาส 4/64 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลตั้งเป้าให้คนไทย 70% ได้รับวัคซีนเข็มแรกภายในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 64 และ เปิดประเทศหลังจากนั้น ซึ่งการเปิดพรมแดนจะเป็นประโยชน์ต่อ BH (รายได้ 67% ของรายได้ปกติจากผู้ป่วยต่างประเทศ) และ BDMS (30% ของรายได้ปกติจากผู้ป่วยต่างประเทศ) นี่ คือ เหตุผลที่เราชอบ BH (หุ้นเด่นของเรา) และ BDMS มากกว่าโรงพยาบาลประกันสังคม - BCH และ CHG ที่อาจเห็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิดลดลง QoQ ในไตรมาส 4/64 และ เป็นปัจจัยลบต่อราคาหุ้น

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด