ข่าวนี้ที่ 1

GULF ลั่นรายได้ปี65 โต 60% ลุยซื้อโรงไฟฟ้า-ร่วมทุน Singtel

GULF ลั่นรายได้ปี65 โต 60% ลุยซื้อโรงไฟฟ้า-ร่วมทุน Singtel

            "กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์(GULF)" ตั้งเป้ารายได้ปี 65 โต 60% หลังเตรียมรับรู้โรงไฟฟ้า GSRC หน่วย 3-4 อีก 1,325 MW แถมมีแผนซื้อกิจการดรงไฟฟ้าทั้งใน-ต่างประเทศ อีกหลายโครงการช่วยหนุน ด้านแผนการร่วมทุน "Singtel" คาดตั้งบริษัทร่วมทุนในไตรมาส 1/65 ลุยธุรกิจ Data Center และต่อยอดธุรกิจ INTUCH ส่วนโบรกฯยังแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 52 บาท

            *** รายได้ปี 65 โต 60% จ่อรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า GSRC

            นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย " ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 65 จะเติบโตประมาณ 60% เนื่องจากจะมีการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ เอสอาร์ซี (GSRC) หน่วยที่ 3-4 ขนาดกำลังการผลิตรวม 1,325 เมกะวัตต์ (MW) โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือน มี.ค.และต.ค. ปี 65 

            นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ (M&A) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกจำนวนหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง

            ส่วนปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโต 50% จากแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/64 ที่จะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าอีก 3 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวมประมาณ 800 MW ได้แก่ โรงไฟฟ้า GSRC ได้ COD หน่วยผลิตที่ 2 กำลังการผลิตติดตั้ง 662.5 MW เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นที่เรียบร้อยตามกำหนดแล้ว ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.64 โครงการโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้าอีกประมาณ 10 MW

            สำหรับโครงการแม่โขง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 128 MW ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเริ่ม COD ได้ภายในปลายปีนี้หรือช่วงต้นปีหน้า ล่าช้าจากกำหนดการเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในเดือนต.ค.64 เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19

            *** คาดตั้งบริษัทร่วมทุน Singtel ได้ Q1/65 ลุยธุรกิจ Data Center

            นางสาวยุพาพิน กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการลงนามบันทึกความร่วมมือกับ Singapore Telecommunications Limited (Singtel) เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงไตรมาส 1/65 ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้วยกันเพื่อดำเนินธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ซึ่งบริษัทมีศักภาพด้านการผลิตและขายไฟให้กับ Data Center 

            ขณะที่ Singtel มีจุดแข็งจากเทคโนโลยีด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และสามารถดึงดูดฐานลูกค้าชั้นนำทั้งจากองค์กรในประเทศและกลุ่มลูกค้าไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscalers) อาทิ Facebook,Google และ Microsoft เป็นต้น รวมถึงอาจมีการต่อยอดกับ INTUCH ในการใช้เครื่อข่ายระบบ 5G ในอนาคตได้อีกด้วย

            สำหรับการเข้าลงทุนในบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH นั้น ปัจจุบัน INTUCH ยังอยู่ระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในเครือต่างๆ ซึ่งบริษัทได้มีส่วนร่วม ทั้งการส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการ และการเข้าบริหารเพื่อ วางแนวทางเพื่อให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น รวมถึงการต่อยอดธุรกิจโดยเน้นการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลเซอร์วิส โพรไวเดอร์

            *** บล.เอเซียพลัส แนะนำซื้อ ให้ราคาปี 65 ที่ 52 บาทต่อหุ้น

            บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส ประเมินมูลค่าในอนาคต (FV) ในปี 65 อยู่ที่ 52 บาทต่อหุ้น จากงานในมือ (Backlog) ที่แข็งแกร่ง และสูงสุดในกลุ่มกว่า 42,000 MWe โดยหนุนกำไรเติบโตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า รวมถึงยังมี Upside ส่วนเพิ่มจากการ Synergy ระยะยาวในธุรกิจ Digital Infrastructure และ Data Center โดยแนะนำให้หาจังหวะทยอยซื้อสะสมลงทุน 

            ขณะที่ปีนี้ คาดกำไรปกติปีนี้จะอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท ลดลงจากประมาณการเดิม 7.4% เป็นผลจาก COD โครงการที่ล่าช้าออกไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก ส่งผลให้การก่อสร้างและการรับซื้อไฟฟ้าเกิดความล่าช้าลง โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับสมมติฐาน ประกอบด้วย 1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Binh Dai (Phase 1-3) ประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 121.6 MWe เลื่อนการรับรู้โครงการฯ จากเดิม 215 วัน ในปี 64 ออกไปเป็นเริ่มรับรู้ในปี 65 เต็มปี 2.โครงการโรงไฟฟ้า Duqm ประทศโอมาน กำลังการผลิต 159.7 MWe เลื่อนการรับรู้โครงการฯ จากเดิม 160 วัน ในปี 64 ออกไปเป็นเริ่มรับรู้ในปี 65 เต็มปี นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดกำไรสุทธิลง 23.2% จากประมาณการเดิม มาอยู่ราว 7.6 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการรับรู้ผลขาดทุนจากรายการพิเศษ Fx ที่เกิดขึ้นในช่วง 9 เดือน 

            ทั้งนี้ ยังคาดกำไรปกติงวด ไตรมาส 4/64 จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และทำระดับสูงสุดรายไตรมาสเป็นประวัติการณ์ (New High) โดยมีแรงหนุนจากการรับรู้โครงการโรงไฟฟ้า  GULF SRC phase 2 กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 70% ที่ 463.8 เมกกะวัตต์ (COD 1 ค.ต.64) ที่เข้ามาในไตรมาสแรก ประกอบกับการเรียกซื้อไฟฟ้าจากทางภาครัฐที่คาดจะเพิ่มขึ้น หลังจากแนวโน้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวตามสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง 

            นอกจากนี้ยังเข้าสู่ช่วง High season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมประเทศเยอรมนี จึงคาดจะช่วยหนุนให้โรงไฟฟ้า BRK มีผลประกอบการที่ดีขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น 42.3% ใน INTUCH เข้ามาในไตรมาสแรก ซึ่งคาดจะช่วยชดเชยในส่วนของเงินปันผลรับที่จะไม่มีการบันทึกในงวด ไตรมาส 4/64 ได้บางส่วน

            *** บล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดกำไรโตเด่นในกลุ่ม 

            บล. ยูโอบีเคย์เฮียน มีมุมมองว่า ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อ GLUF โดยคาดว่า GLUF จะเป็นบริษัทที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้า รวมทั้งยังมีโอกาสลงทุนต่อเนื่องได้ในอนาคต ทำให้ยังคงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 47 บาท 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด