ข่าวนี้ที่ 1

DHOUSE ตั้งเป้ารายได้แตะพันลบ.-พบ"เสี่ยยักษ์"โผล่ถือหุ้น

DHOUSE ตั้งเป้ารายได้แตะพันลบ.-พบ

DHOUSE เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 11.67% ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้โต 6 เท่า แตะพันล้านบาทในปี 68 รักษาอัตรากำไรสุทธิ 22-28% โบรกคาดกำไรปี 63-65 โตก้าวกระโดด ทำนิวไฮต่อเนื่อง ชูมาร์จิ้นสูงกว่าอุตสาหกรรม ให้ราคาเป้าหมาย 0.67-0.70 บาท พบ "เสี่ยยักษ์" โผล่ถือหุ้น


*** เปิดเทรดวันแรก +11.67%

    บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก เปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ 0.67 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 11.67% จากราคาไอพีโอที่ 0.60 บาท โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 0.72 บาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากราคาไอพีโอ ขณะที่ปิดตลาดวันนี้ที่ 0.61 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 1.67% จากราคาไอพีโอ มูลค่าการซื้อขาย 492.03 ล้านบาท 

    DHOUSE ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขายในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและมีเป้าหมายจะขยายสู่พื้นที่จังหวัดอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต โดยระดมทุนผ่านการขายหุ้นไอพีโอจำนวน 217.2 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท ราคาเสนอขาย 0.60 บาท มูลค่าการระดมทุน 130.32 ล้านบาท โดยจะทำเงินพัฒนาโครงการใหม่ 60 ล้านบาท ชำระเงินกู้ยืม 20 ล้านบาท ที่เหลือใช้หมุนเวียนในกิจการ


*** ตั้งเป้ารายได้โต 6 เท่า แตะพันลบ.ปี 68

    นาย พงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DHOUSE ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2568 หรือภายใน 5 ปีข้างหน้า จากปีนี้คาดใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 141.82 ล้านบาท โดยปี 64 จะเปิด 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 700 ล้านบาท ได้แก่โครงการ U Park เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 1/64  และ โครงการแกรนด์ บิซ 2 เป็นอาคารพาณิชย์เฟส 2 บนที่ดินกว่า 10 ไร่ ติดกับเฟส 1

    ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 4 โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย มูลค่ารวม 1,063.32 ล้านบาท ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามทั้งหมด ประกอบด้วย 1.โครงการ เดอะแกรนด์ เรสซิเดนซ์ มูลค่าโครงการ 282 ล้านบาท, 2.โครงการ เดอะแกรนด์ คาแนล มูลค่าโครงการ 381.69 ล้านบาท, 3.โครงการ แกรนด์บิซ มูลค่าโครงการ 200.28 ล้านบาท และ 4.โครงการ พฤกภิรมย์ มูลค่าโครงการ 199.35 ล้านบาท 


*** กำไร 63-65 กระโดดนิวไฮต่อเนื่อง ให้เป้า 0.67-0.70 บาท

    บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรสุทธิของ DHOUSE ปี 63-65 จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ทำนิวไฮต่อเนื่อง  โดยปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 4 โครงการ และมีแผนเปิดใหม่ 2 โครงการ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตใน 2-4 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันบริษัทบริหารอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิได้ค่อนข้างสูงกว่าอุตสาหกรรม จากความได้เปรียบด้านต้นทุนราคาที่ดินที่สะสมมา 

    นอกจากนี้ มองว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมหาสารคามยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการเติบโตของบุคคลากรในภาคการศึกษา ซึ่งบริษัทที่มีความพร้อมทั้งโครงการเหลือขายปัจจุบัน รวมถึงมีที่ดินรอพัฒนาในอนาคต ซึ่งถือว่าได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่น ประเมินราคาเหมาะสม 0.67 บาท

    ด้าน บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ประเมินราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 0.67 บาท เทียบ P/E ที่ 9.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมย้อนหลัง 5 ปีที่อยู่ระดับ 9 เท่า เนื่องจาก DHOUSE มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดยราคาเป้าหมายดังกล่าวอิง EPS ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น

    ทั้งนี้มองความน่าสนใจในการลงทุน DHOUSE ไว้ 5 ข้อ ประกอบด้วย 

    1.เป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมหาสารคาม ที่มีจำนวนนักศึกษาสูงที่สุดในภาคอีสาน เหมาะแก่การลงทุนเพื่อปล่อยเช่าและเพื่ออยู่อาศัยเอง

    2. เริ่มมีโครงการใหม่เข้ามาเสริมทัพรายได้อย่างต่อเนื่อง และการก่อสร้างที่เร็วขึ้นสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้นเช่นกัน

    3. บริษัทมีรายได้เติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2562 รายได้มีการเติบโตสูงถึง 110% YoY และมีกำไรสุทธิปี 2563 เติบโตสูงถึง 328% YoY จากโครงการแกรนด์ บิซ ที่ได้การตอบรับที่ดี

    4. มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอในอนาคต โดยคาดว่าจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 63-65 ที่ 51% ต่อปี จากการเริ่มโอนโครงการพฤกภิรมย์ และคาดกำไรสุทธิปี 63-65 เติบโตราว 42% ต่อปี

    5. คาดรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นในปี 63-65 ที่ 48-51% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม

    ขณะที่ นาย พงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DHOUSE เผยว่า บริษัทฯ มีนโยบายรักษาอัตรากำไรสุทธิระดับ 22-28% โดยจะควบคุมการบริหารค่าใช้จ่ายให้กำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 53-55% 

    ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ ปี 61 ที่ 9.54 ล้านบาท ปี 62 ที่ 40.71 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนปี 63 ทำได้ 25.97 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 14.13%, 28.71% และ 31.18% ตามลำดับ


*** พบ "เสี่ยยักษ์" ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7


    นอกจากนี้ เมื่อสำรวจข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ ปรากฏว่ามีชื่อของ "วิชัย วชิรพงศ์" หรือ "เสี่ยยักษ์" นักลงทุนรายใหญ่ ถือ 5 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.60% ซึ่งน่าจะได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอ จากช่วงก่อนขายหุ้นไม่มีอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด