ข่าวนี้ที่ 1

กูรูตบเท้าอัพคำแนะนำ SCC เป็น"ซื้อ"-ปีหน้ากำไรกลับมาโต

กูรูตบเท้าอัพคำแนะนำ SCC เป็น

 

    วงการแห่ปรับคำแนะนำ "ปูนซิเมนต์ไทย" เป็น "ซื้อ" ดักคาดการณ์ปี64 กำไรปกติเติบโต YoYเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี รับอานิสงส์งานประมูลทะลัก 6.3 แสนลบ. บวกกับธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง SCGPมีอนาคต สัดส่วนกำไรเริ่มมีนัยและกำลังจะเข้าตลาด เคาะเป้าสูงสุด 424 บาท 

    ราคาหุ้น บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดทำการวันแรกของสัปดาห์บวกสวนตลาดรวม หลังช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัทประกาศกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นไอพีโอ SCGP นับว่าเป็นข่าวที่สร้างบรรยากาศในด้านบวกให้กับ ปูนซิเมนต์ไทยได้ดี จากก่อนหน้านี้ราคาหุ้น SCC ร่วงลง 12% นับจากจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา

    หลายโบรกฯ ได้ทยอยออกบทวิเคราะห์ ด้วยการปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น SCCเป็น "ซื้อ" มองว่าราคาร่วงมามากแล้ว บวกกับมีข่าวดี  SCGP จะเข้าตลาด ซึ่งจะหนุนกำไรจากธุรกิจแพ็คเกจจิ้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในภาพใหญ่เศรษฐกิจที่จะดีขึ้นในปี64 หลังโควิดคลี่คลาย น่าจะทำให้ความต้องการใช้ปูนเพื่องานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น 

    ราคา SCC ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ 354 บาท เพิ่มขึ้น 11 บาท หรือ 3.21% มูลค่าการซื้อขาย 2.28 พันล้านบาท  ส่วน SET Index ปิดที่ 1,310.66 จุด ลดลงว 12.65 จุด หรือ 0.96% มูลค่าการซื้อขาย 54,000 ล้านบาท  

*** คาดปี64 เติบโตครั้งแรกรอบ 4 ปี-รับอานิสงส์โครงการรัฐทะลัก 6.3 แสนลบ.  

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า  SCC ได้แจ้ง ตลท. เกี่ยวกับการกำหนดสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนไอพีโอ SCGP แก่ผู้ถือหุ้น SCC (Pre-emptive rights) อัตราส่วน 7.095 ต่อ 1 ขึ้น XB วันที่ 10 ก.ย.นี้  

    ส่วนแนวโน้มงบครึ่งปีหลังคาดว่าจะชะลอลงจากครึ่งปีแรก ได้รับแรงกดดันจากปริมาณขายปิโตรเคมีที่ลดลงจากแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงาน VCM จำนวน 29 วันในไตรมาส 3/63 และโรงงาน MOC จำนวน 45 วันในไตรมาส 4/63  อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีหลักอย่าง HDPE-Naphtha ในไตรมาส 3 จนถึงปัจจุบันอยู่ระดับ 515 ดอลลาร์/ตัน (+6% QoQ,+13% YoY) และกำไรปกติครึ่งแรกปี 63 ทำได้แล้ว 57% ของคาดการณ์ทั้งปี63 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท (-13% YoY) 

    มองข้ามไปยังปี 64 คาดว่าผลการดำเนินงานปกติที่ 3.7 หมื่นล้านบาท (+13% YoY) เติบโต YoY ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560 หนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย รวมทั้ง SCC ยังได้ประโยชน์ทางตรงจากการผลักดันโครงการก่อสร้างภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องใน 1-2 ปีข้างหน้า 

    โดยโครงการที่คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปี 63-64 มีมูลค่ารวม 6.3 แสนล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก-ม่วงใต้-แดงส่วนต่อขยาย รถไฟทางคู่เฟส 2 ฯลฯ โดยโครงการดังกล่าวคาดเริ่มเห็นการก่อสร้างจริงปี 64

 

***ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เพื่อลงทุนรับการฟื้นตัวปีหน้า 

    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากความน่าสนใจการลงทุนหายไปหลังราคาร่วง 9% หลังขึ้น XD ความกังวลผลกระทบจากแผนปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในครึ่งปีหลัง บวกกับอารมณ์ตลาดที่เป็นลบ จากการปรับน้ำหนักดัชนีของ MSCI-FTSE วันที่ 31 ส.ค. และ 18 ก.ย. คาดหุ้นใหญ่อย่าง SCC ถูกปรับลดน้ำหนัก 2-11 ล้านเหรียญฯ และความเปราะบางด้านการเมืองในประเทศ (กดดันอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง-วัสดุก่อสร้าง) 

    ในทางพื้นฐานได้ปรับคำแนะนำขึ้นจาก "เก็งกำไร" เป็น "ซื้อ" เพื่อลงทุนรับการฟื้นตัวปีหน้า ราคาเหมาะสม 395.00 บาท โดยมีปัจจัยบวกคือ
    (1) ราคา ณ ปัจจุบันเริ่มมีดาวน์ไซด์จำกัด เพราะซื้อขายบน PBV63 ที่ 1.4 เท่า นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีกว่า -2.0SD (2)ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีหลักอย่าง HDPE ในไตรมาส 3/63 ถึงปัจจุบันยังขยายตัว QoQ และ YoY (3)มองว่าความชัดเจนของการให้สิทธิ Pre-emptive rights จองซื้อหุ้นลูก SCGP เป็นความรู้สึกเชิงบวกต่อราคาหุ้น SCC และ (4) ได้ประโยชน์จากการซ่อม-สร้างหลังเหตุการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย  

     เช่นเดียวกับ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากอัพไซด์ที่มากขึ้นราคาหุ้น SCC ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องราว 12% จากจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา คาดเกิดจากความกังวลต่อแนวโน้มธุรกิจปูนซีเมนต์และปิโตรเคมีที่น่าจะอ่อนลงในครึ่งหลังของปี ทำให้อัพไซด์มีความน่าสนใจมากขึ้น ประกอบกับมีประเด็นบวกจากการทำไอพีโอหุ้น SCGPจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายเดิม 402 บาท อิงวิธี SOTP 

    นอกจากนี้ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคาดว่ามูลค่าตลาด ณ ราคาไอพีโอของ SCGP น่าจะเกิน 1 แสนล้านบาทไปพอสมควร ทำให้น่าจะได้รับการคัดเลือกเข้า SET50ภายหลังจากเข้าจดทะเบียนแล้ว 6 เดือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจต่อหุ้น SCGP มากขึ้นอีก 


***SCGP หนุน SCC รุ่ง - อัตราการเติบโตเด่นสุดใน 3 ธุรกิจหลัก 

     บล.เอเซียพลัส ระบุว่า แผนการนำบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เข้าจดทะเบียนใน SET จะสร้างกระแสเชิงบวกให้กับ SCC เพราะเชื่อว่าหุ้น SCGP จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก ภายในกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจแพ็คเกจจิ้งมีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดในบรรดา 3 ธุรกิจหลักของปูนซิเมนต์ไทย

    โดยช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจ แพ็คเกจจิ้ง ทำกำไรคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 22% ของกำไรทั้งหมดที่ SCC ทำได้ เทียบกับช่วง 7 ปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% และธุรกิจนี้ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ก้าวกระโดดได้อีกหลังการระดมทุนไอพีอ ซึ่ง SCC ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตของรายได้อีก 100% ภายใน 5 ปีข้างหน้า ผ่านการทำ M&A ธุรกิจแพ็คเกจจิ้งในภูมิภาคอาเซียน 

    แม้ช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ยังเผชิญปัจจัยลบเกี่ยวกับการชะลอของเศรษฐกิจโลกและการสะสมสต็อกเม็ดพลาสติกเพื่อเตรียมหยุดซ่อมบำรุงโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ในช่วงไตรมาส 4/63 แต่มุมมองธุรกิจในระยะยาวที่เป็นบวก ภายใต้บิสซิเนสโมเดลที่แข็งแกร่ง ทำให้ SCC สามารถสร้างกำไรเติบโตในระยะยาวควบคู่กับการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ แนะนำซื้อ ประเมิน FV ด้วยวิธี DCF ให้ราคาเหมาะสม 424 บาท

             

 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด