ข่าวนี้ที่ 1

EA ลุยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3,000 MW-รุกขนส่งมวลชนเต็มสูบ

EA ลุยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3,000 MW-รุกขนส่งมวลชนเต็มสูบ

    EA  จับมือพันธมิตรจ่อลุยโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว 2 โครงการ กำลังผลิตรวม  3,000 MW คาดใช้เวลาศึกษา 2 ปี  ลั่นพร้อมให้บริการรถระบบยานยนต์ไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนเต็มสูบ ส่งเรือไฟฟ้าเจ้าพระยา 23 ลำ-ส่งมอบรถบัส 3,000 คันปีหน้า      

* ศึกษาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3,000 MW 
 
    นางสาวออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร EA เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทและพันธมิตรอีก 3 ราย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU)กับรัฐบาลสปป.ลาว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศและจำหน่ายต่างประเทศ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ Saravan Downsteam Hydropower Project  และ Phamong Hydropower Project

    ทั้งนี้คาดผลการศึกษาจะมีอายุศึกษาประมาณ 2 ปี โดยทั้ง 2 โครงการมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 3,000 MW แบ่งเป็นขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 2,000 MW หนึ่งแห่ง และกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,000 MW อีกหนึ่งแห่ง สำหรับมูลค่าเงินลงทุนเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา เช่นเดียวกับการแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละโครงการ

* ปีหน้าส่งเรือไฟฟ้าเจ้าพระยาให้บริการเต็มรูปแบบ  

    นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA  เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมให้บริการระบบยานยนต์ไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชน ทั้งในส่วนของเรือพลังงานไฟฟ้าและรถบัส โดยสารไฟฟ้า โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวเรือพลังงานไฟฟ้า MINE Smart Ferry ลำแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา

    สำหรับเรือโดยสารไฟฟ้าของบริษัทมีเทคโนโลยีที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 800 kwh สามารถวิ่งให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเส้นทาง 23 กิโลเมตร หรือระยะทางต่อการชาร์จ 80-100 กิโลเมตร คาดกำหนดเปิดให้บริการในปลายปี 63 จำนวน 8-12 ลำและกำหนดเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 64 จำนวน 23 ลำ
     
* เปิดค่าบริการ เรือไฟฟ้า 20-30 บ./เที่ยว  

    นายอมร กล่าวถึงธุรกิจ  เรือไฟฟ้า ว่ามีอัตราค่าโดยสารที่ประชาชนรับได้   โดยจะอยู่ในช่วง 20-30 บาท/เที่ยว ขณะที่เส้นทางการเดินเรือไฟฟ้าของบริษัทอยู่ระหว่างการออกแบบเส้นทาง และปรึกษากับกรมเจ้าท่า ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่มีปลายทางไม่ซ้ำกับผู้ประกอบการเรือด่วนเจ้าพระยาที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน  

    ในเบื้องต้นเป็นเส้นทางเดินเรือไฟฟ้าของบริษัทจะเป็นเส้นทางท่าสาทร- ปทุมธานี  โดยเรือของบริษัทฯ จะสามารถจอดได้ทั้งท่าสาธารณะ ท่าของกรมเจ้า หรือท่าเรือใหม่ที่ EA เป็นผู้ลงทุน ส่วนโครงการเรือท่องเที่ยว จำนวน 4 ลำ จะเริ่มให้บริการในปี 64  หากสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยกลับมาดีขึ้น 

* กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ยังเน้นตลาดรถสาธารณะ

    ทางด้านธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทยังคงเจาะตลาดรถยนต์โดยสารสาธารณะเป็นหลัก ทั้ง รถแท็กซี่ และรถบัส โดยในกลุ่มรถแท็กซี่ บริษัทได้หารือกับสหกรณ์แท็กซี่ให้เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าของบริษัท ซึ่งทางสหกรณ์แท็กซี่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่า  แต่จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าชะลอลงไป  แต่บริษัทจะเร่งผลักสนับสนุนการเปลี่ยนรถแท็กซี่มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากที่สุดในปี 64   

    ด้านรถบัสสาธารณะ บริษัทได้นำมาทดลองให้บริการตั้งแต่ปลายปี 62 และจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 64 หลังจากที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้วเสร็จในปลายปีนี้ ปัจจุบันมีออร์เดอร์รถบัสเข้ามาแล้ว ซึ่งหลังจากโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเตรียมเดินเครื่องการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ โดยคาดว่าในปี 64 จะเห็นรถบัสไฟฟ้าที่เป็นรสบัสโดยสารสาธารณะออกมาใช้เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและรถบัสในปี 64 ไว้ที่ 3,000 คัน 

    "หลังจากนี้จะเป็นการเดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานไฟฟ้าทุกส่วน ทั้งเรือไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า รสบัสไฟฟ้า โรงงานแบตเตอรี่ และโรงงานประกอบรถ เพื่อดำเนินงานเชิงพาณิชย์เต็มที่ในปี 64 และช่วยหนุนการเติบโตของรายได้รวมนอกเหนือจากธุรกิจโรงไฟฟ้า หลังบริษัทได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์(COD) ครบทั้งสิ้น 664 MW  " นายอมรกล่าว  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด