ข่าวนี้ที่ 1

ธปท.ยันไม่ยกเลิก LTV -กูรูมองถ่วงหุ้นอสังหาฯ

ธปท.ยันไม่ยกเลิก LTV -กูรูมองถ่วงหุ้นอสังหาฯ

    ธปท. ส่งสัญญาณไม่ยกเลิกเกณฑ์กำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย LTV หลังผ่อนคลายไปแล้ว 2 ครั้ง ลั่นไม่เป็นอุปสรรค คนต้องการซื้อบ้านยังเข้าถึงสินเชื่อได้ พบ Q2/63 สินเชื่อยังโต 4.4% ชี้ช่วยสกัดดีมานด์เทียมก่อนเกิดโควิด ป้องกันความเสี่ยงภาคอสังหาฯ ด้าน'เศรษฐา ทวีสิน' เตือนเศรษฐกิจ-อสังหาฯ ยังแย่ แนะรัฐต้องช่วย โบรกฯ มองหุ้นอสังหาฯฟื้นช้า หากธปท.คง LTV

*** ธปท.ยัน LTV ยังจำเป็น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขอสินเชื่อบ้าน

    นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า ธปท. ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่า มาตรการอัตราส่วนการให้สินเชื่อซื้อบ้านโดยเทียบกับมูลค่าหรือ  (LTV) ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อบ้าน และการปล่อยสินเชื่อใหม่ ของสถาบันการเงิน

*** เผยผ่อนคลายไปแล้ว 2 ครั้ง 

    อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ออกมาตรการ LTV เมื่อเดือนเม.ย.62 ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV แล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ การผ่อนปรนเกณฑ์สำหรับผู้กู้ร่วม และการซื้อบ้านหลังแรกราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทสามารถกู้ได้เท่ากับราคาบ้านและยังสามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% เพื่อใช้เป็นค่าตกแต่ง หรือซ่อมแซม ส่วนบ้านหลังที่สองก็กู้ได้ถึง 90% ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ ธปท. ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

*** พบ Q2/63 สินเชื่อบ้านยังโต 4.4%

     จากข้อมูลของ ธปท. พบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2 ปีนี้ ยังขยายตัวที่ 4.4% สูงกว่าไตรมาสก่อน แม้จะอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นการซื้อบ้านหลังแรก

    “มาตรการ LTV ยังช่วยรองรับผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และระบบเศรษฐกิจโดยรวมเนื่องจากช่วยชะลอความต้องการเทียมและปริมาณที่อยู่อาศัยส่วนเกินก่อนเหตุการณ์ระบาดของโควิดด้วย”นางนวอร กล่าว

    ทั้งนี้ ในสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงและไม่รู้ว่าโควิด 19 จะจบลงเมื่อใด ธปท. จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

*** `เศรษฐา ทวีสิน` ชี้อสังหาฯ กระทบหนัก 

    นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI หนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย ได้แสดงความคิดเห็นเรื่อง ใครว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้รับแรงเหวี่ยงจากการระบาดของโรคโควิด-19 ผ่าน Twitter ส่วนตัว (@Thavisin) โดยระบุว่า ถ้าใครบอกว่าตลาดอสังหาฯ ยังไปได้ คนนั้นพูดไม่จริงแน่นอน ทุกวันนี้แสนสิริยอดโอนสูงเป็นประวัติการณ์ไม่ใช่เพราะตลาดดี แต่เราจัดโปรโมชันเพื่อเร่งขายเร่งโอน เพราะอยากได้เงินสดในการรับมือ Worst Case Scenario

*** เตือนเศรษฐกิจ-ภาคอสังหาฯ ยังแย่ แนะรัฐต้องช่วย

    “เศรษฐกิจแย่ ภาคอสังหาฯ ยิ่งแย่ รัฐบาลต้องช่วย เพราะแม้แสนสิริจะพอไปไหวเพราะตุนเงินสดไว้แล้ว 12,000 ล้าน แต่เราก็ไม่อยากเห็นรายใดรายหนึ่ง ไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายเล็กต้องล้มไป เพราะจะกระทบกันหมด”

    ขณะเดียวกันก่อนหน้านั้นเศรษฐาได้แสดงความคิดเห็นว่า “ผมคิดว่าไทยทำได้ดีในแง่ระบบสาธารณสุข แต่ผมยังไม่เห็นบาลานซ์ระหว่างสาธารณสุขและเศรษฐกิจประเทศ…คุมเข้มการระบาดเกินไป เศรษฐกิจก็พัง แต่เปิดประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากไป โรคก็กลับมาอีกรอบ…การรักษาสมดุลของสองเรื่องนี้ยาก แต่ต้องทำและต้องทำโดยด่วนด้วย

    “โควิด-19 เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ มีขาวมีดำ แต่พอเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์มีหลายทฤษฎี แต่ผมว่าตอนนี้จะทำอะไรขอให้ทำเถอะ แจกเงินให้คนที่เดือดร้อนก็ทำไป ไม่ได้บอกว่าไม่ให้แจก แต่แจกแล้วไม่มีมาตรการกระตุ้นอื่นตามมา เศรษฐกิจก็พังอยู่ดี

    “มาตรการรัฐชิมช้อปใช้ แม้จะเป็นมาตรการที่ดีแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเมื่อคนไม่มีเงินในกระเป๋า เขาจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ”

 *** โบรกฯมองหุ้นอสังหาฯฟื้นช้า หากธปท.คง LTV 
    
    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมอง"เป็นกลาง" กับกลุ่มหุ้นอสังหาริมทรัพย์ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีท่าทีคงมาตรการ LTV (Loan to Value”) ต่อไป ซึ่งการคงมาตรการดังกล่าว จะทำให้หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ ยังคงไม่น่าลงทุนเท่าที่ควร เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกกระตุ้น แต่หากต้องการเข้าลงทุนในกลุ่มอสังหาฯ ควรรอซื้อในช่วงไตรมาส 4/63 จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากจะเป็นช่วงเวลาที่หุ้นอสังหาฯ จ่ายเงินปันผล โดยแนะนำ SPALI และ NOBLE

    ขณะที่ นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่า หาก ธปท. ยังคงมาตรการ LTV ต่อไป จะทำให้หุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวได้ช้าตามภาวะเศรษฐกิจ แต่หากต้องการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์โดยที่ยังคงมาตรการ LTV ภาครัฐอาจต้องมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น ลดค่าโอน ค่าจดจำนอง ซึ่งเคยมีมาตรการออกมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ครั้งก่อนครอบคลุมอสังหาฯที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 50% ของตลาดเท่านั้น 

    โดยครั้งนี้ภาครัฐอาจต้องออกมาตรการครอบคลุมมูลค่าอย่างน้อยไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนเป็น 80% ของตลาด ซึ่งคาดว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯได้ดีที่สุดหากยังมีการคงมาตรการ LTV 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด