ข่าวนี้ที่ 1

SET ยังสดใส! ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด-เฟดไม่รีบลด QE

SET ยังสดใส! ลุ้นดัชนีทะลุ 1,650 จุด-เฟดไม่รีบลด QE

          โบรกฯ มองดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (14-18 มิ.ย.) มีแนวโน้มบวกต่อเนื่อง รับอานิสงส์รัฐเร่งกระจายวัคซีน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนลบ. ช่วยกระตุ้นศก. พร้อมคาดประชุมเฟด 15-16 มิ.ย.นี้ ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย ให้แนวรับ  1,610 จุด แนวต้าน 1,650-1,660 จุด แนะลุยหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง

          ในช่วงสัปดาห์นี้ (14-18 มิ.ย.) นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากการที่ภาครัฐเร่งเดินหน้าการฉีดวัคซีน ซึ่งมีเป้าหมาย 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากพ.ร.ก.เงินกู้เพิ่มเติมอีก 500,000 ล้านบาท ที่มองว่าจะเป็นตัวผลักดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยที่ยังต้องติดตาม คือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) 

          *** บล.ทิสโก้ มอง SET บวกต่อเนื่อง เน้นลงทุนหุ้นกลาง-ใหญ่

          นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด ประเมินภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์นี้ (14-18 มิ.ย.) ยังเป็นในทิศทางบวก โดยได้รับอานิสงส์จาก ราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวขึ้น ประกอบกับ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่า จะเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

          ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 มิ.ย. นี้ และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 16-18 มิ.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่า เฟดยังคงนโยบายการงานผ่อนคลายไว้เช่นเดิม ทั้งเรื่องดอกเบี้ย และมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) 

          โดยในสัปดาห์นี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,610 จุด ขณะที่แนวต้านในกรอบ 1,640-1,660 จุด 

          สำหรับกลยุทธ์ ในการลงทุนที่สำคัญ เน้นลงทุน ในหุ้นขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มแบงก์ที่ได้อานิสงส์ จากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งเรื่องการขยายเวลาการพักชำระหนี้ในกลุ่มเอสเอ็มอี รวมถึงการอนุมัติให้สถาบันการเงินจ่ายปันผลระหว่างกาลได้ไม่เกินอัตราจ่ายปันผลของแต่ละสถาบันการเงินในปี 63 และไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 64 

          รวมถึงให้งดซื้อหุ้นคืน และห้ามไถ่ถอนหรือซื้อคืนตราสารเงินกองทุนก่อนครบกำหนด เว้นแต่มีแผนการออกทดแทน เพื่อคงมาตรการเชิงป้องกันในการดูแลความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้กลุ่มแบงก์กลับมามีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นด้วย

          *** บล.เอเซีย พลัส ให้กรอบดัชนี 1,625-1,650 จุด 

          นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อภาพตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์นี้ (14-18 มิ.ย.) โดยทุกอย่างอยู่บนความคาดหวัง ในเรื่องของวัคซีนที่ภาครัฐเร่งกระจายและเดินหน้าปูพรมฉีดวัคซีน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งทำให้ภาพรวมตลาดจึงยังไปได้ต่อ 

          "สิ่งสำคัญตอนนี้อย่างเดียวคือวัคซีน หากไม่มีอะไรสะดุด ก็จะทำให้ภาพตลาดก็จะเป็นในทางที่ดีขึ้น จากความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่ก็ต้องติดตามว่าจะมีอะไรมาสะดุดหรือไม่ ในเรื่องของการจัดหา หรือการนำเข้าวัคซีนเข้ามา ว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยบวกเช่นกัน"นายเทิดศักดิ์ กล่าว 

          สำหรับสัปดาห์นี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,625 จุด ขณะที่แนวต้าน อยู่ที่ 1,650 จุด

          ส่วนปัจจัยที่ยังต้องติดตาม คือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า จะยังไม่เห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องดอกเบี้ย และมาตรการ QE 

          ขณะที่กลยุทธ์ในการลงทุน ยังเน้นหุ้นกลุ่มเปิดเมือง เปิดประเทศ ทั้งในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เช่น AOT -CPN -MINT- BEM -BAM เป็นต้น 

          *** บล.ทรีนีตี้ แนะรอซื้อ หากดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด

          นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์หน้า SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,600-1,650 จุด โดยมีปัจจัยระหว่างสัปดาห์ที่ต้องติดตามคือรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าเป็นสำคัญ จับตาว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE หรือไม่ รวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ถึงตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ

          ส่วนปัจจัยในประเทศติดตามเป็นรายวันการฉีดวัคซีนทำได้เร็วแค่ไหน แต่ให้น้ำหนักที่ต่างประเทศ เป็นตัวแปรสำคัญยังอยู่ที่มุมมองของเฟดมากกว่า

          ช่วงนี้แนะนำถือครองหุ้นส่วนที่เหลือ การเข้าซื้อใหม่ยังไม่แนะนำจนกว่าดัชนีจะต่ำกว่า 1,600 จุด หุ้นที่แนะนำถือครองต่อเป็นหุ้นอิงปัจจัยภายนอก ส่งออก โลจิสติกส์ กลุ่มที่ยัง laggard หุ้น Domestic Play กลุ่มโรงไฟฟ้า


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด