ข่าวนี้ที่ 1

JAK ประเดิมไอพีโอตัวแรกปีฉลู มั่นใจกระแสดี รับตลาดหุ้นบวกแรงเย้ยโควิด

JAK ประเดิมไอพีโอตัวแรกปีฉลู  มั่นใจกระแสดี รับตลาดหุ้นบวกแรงเย้ยโควิด

"จักรไพศาล เอสเตท (JAK)  หุ้นไอพีโอตัวแรกของปี 64  เคาะราคาไอพีโอที่ 1.45 บาท/หุ้น ระดมทุน 120 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจ พัฒนาโครงการใหม่  ประเดิมเทรดตลาด mai  18 ม.ค.นี้  มั่นใจนักลงทุนตอบรับดีจากปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และสอดรับภาวะตลาดหุ้นคึกคัก รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า สวนกระแสความกังวลโควิด

*** ไอพีโอตัวแรกของปี เคาะราคา 1.45 บาท/หุ้น

                นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของบริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือJAK เปิดเผยว่า  JAK ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 82,709,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาท ซึ่งคิดเป็น 25.85% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ในราคาหุ้นละ 1.45 บาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    บริษัทฯ  เปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 8, 11 และ 12  ม.ค.64  โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)  บริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย  

    "เรามั่นใจว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ JAK ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ด้วยราคาไอพีโอที่กำหนดไว้เป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท"

*** จ่อเข้าเทรด 18 ม.ค.64

     JAK กำหนดวันที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ  (mai) ในวันที่ 18 ม.ค. 64   หมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (PROPCON)

    จุดแข็งของบริษัท คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการทำงาน ทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 60 -  62) เฉลี่ยสูงถึง 50% ต่อปี (CAGR)  สูงกว่าอุตสาหกรรมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 30% จึงเชื่อมั่นว่า JAK จะเป็นอีกหุ้นการเติบโตที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน 

     สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี  63  บริษัทฯ มีรายได้รวม 69.93 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12.64 ล้านบาท 

***  ลุยพัฒนาโครงการใหม่ 

               นายวีระพันธ์ จักรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 120 ล้านบาท (ก่อนหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้) บริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ /การเข้าลงทุนในที่ดินเพื่อพัฒนา นำไปชำระคืนหนี้ธนาคาร และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ภายในปีนี้

    นอกจากนี้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ทั้งต่อสถาบันการเงิน  คู่ค้าธุรกิจ รวมทั้งลูกค้า
                
    “ เม็ดเงินระดมทุนจำนวน 120 ล้านบาท จะยิ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการวางรากฐานที่สำคัญให้กับ JAK ในการก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชนและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เชื่อมั่นในการเติบโตของบริษัทฯ พร้อมทั้งเน้นการถือลงทุนระยะยาว โดยหวังว่าผู้ลงทุนจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน JAK จะได้ร่วมเป็นเจ้าของบริษัทที่เป็น Growth stock และเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” นายวีระพันธ์ กล่าว

                 ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯจะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 320 ล้านบาท  แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 320 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท  โดยมีนายวีระพันธ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สัดส่วนรวมทั้งสิ้น 54.17% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ภายหลังเสนอขาย IPO

*** ลุยพัฒนาโครงการใหม่

               นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน  เปิดเผยว่า จุดเด่นของ JAK เป็นบริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในหลากหลายประเภท ทั้งแนวราบและแนวสูง ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และอาคารชุด โดยบริษัทมีบริษัทร่วม คือ  บริษัท เอ็ม.ที.เอส พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายโครงการไอดิลล์ เป็นโครงการทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว บ้านแฝดและอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี  ซึ่งโครงการไอดิลล์อยู่บนทำเลทองที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

    โครงการของบริษัทฯ เป็นที่ยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและการบริการที่ดี ผู้บริหารอยู่ในพื้นที่จริง มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ พัฒนาโครงการประสบความสำเร็จมายาวนานกว่า  25 ปี  และมีเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ จักรไพศาล  เอสเตท เป็นผู้นำทางด้านที่อยู่อาศัยหลังแรกของกลุ่มคนระดับกลางถึงล่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล  จังหวัดสระบุรี และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจการระดมทุนในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนนำมาพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และพันธมิตร

      "มั่นใจว่า JAK มีแผนการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ชัดเจน จะสนับสนุนการรับรู้รายได้ของบริษัทฯ ในปี 2564 และในระยะยาว ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    ปัจจุบัน JAK มีโครงการระหว่างการพัฒนาจำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมราว 1,422 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เฟิร์น เฟสที่ 2 มูลค่าโครงการ 413 ล้านบาท พัฒนาเป็นทาวน์โฮม ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงสาย 7 (มอเตอร์เวย์) จ.ชลบุรี  โครงการ Canna มูลค่าโครงการ 422 ล้านบาท พัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ ทาวเฮ้าส์ และบ้านแฝดชั้นเดียว ตั้งอยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี (โรงโป๊ะ) และโครงการ Peony & Pine (รังสิต)  มูลค่าโครงการรวม 587 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม สูงไม่เกิน 8 ชั้น   คาดว่าจะพัฒนาแล้วเสร็จ จะเริ่มส่งมอบและทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/ 64  

     อีกทั้ง มีโครงการในอนาคตที่มีแผนพัฒนารวมมูลค่าราว 1,422 ล้านบาท  มีที่ดินในมือรอการพัฒนาโครงการในอนาคตที่บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว จำนวน 2 แปลง ได้แก่ ที่ดินอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เนื้อที่ 29 ไร่  และที่ดินตั้งอยู่ที่ซอยนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เนื้อที่ 2 ไร่เศษ เพียงพอสำหรับการพัฒนาในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า

*** บรรยากาศลงทุนคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยช่วง 2  วันทำการแรกของปี 64 ดันดัชนีเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 5% หรือกว่า 77 จุด แล้ว จากดัชนีเปิดตลาดที่ 1,428.80 จุด สามารถไต่ระดับทะลุ 1,500 จุดได้  โดยดัชนีปิดตลาด ณ วันที่ 5 ม.ค.63 ที่ 1,506.65 จุด เพิ่มขึ้น 38.41 จุด คิดเป็น 2.62% มูลค่าการซื้อขาย 115,299 ล้านบาท

    แม้ตลาดหุ้นจะอยู่ท่ามกลางความกังวลของการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเกรงว่ารัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์อีกรอบ แต่กลับมีแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าของต่างชาติ จากความกังวลเกี่ยวกับการเมืองสหรัฐ

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส ระบว่า ตลาดหุ้นยังผันผวน จากความกังวลโควิด-19 ในประเทศที่ยังดูน่าเป็นห่วง  ทำให้เห็นการเคลี่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนในประเทศเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยกด Bond Yield 1 ปี ทำจุดต่ำสุดล่าสุดอยู่ที่ 0.344% 

    อีกแรงหนึ่งเป็นแรงหนุนจาก Fund Flow ต่างประเทศซึ่งยังมีแนวโน้มไหลเข้าต่อเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เห็นความเป็นไปได้สูงขึ้นในการดำเนินนโยบายที่ ว่าที่ ปธน.ไบเดน หาเสียงไว้ แรงหนุนดังกล่าวทำหน้าที่ช่วยประคองให้ SET Index ยืนได้ที่บริเวณแนวรับ 1425 – 1430 จุด 

    ประเด็นที่ต้องติดตามจากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับเรื่องการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศว่าจะทำได้รวดเร็วเพียงใด เพราะยิ่งใช้เวลานานเท่าใด ก็ยิ่งทำให้เกิด Downside ต่อประมาณการ GDP Growth และ กำไรบริษัทจดทะเบียน ปี 64 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด