ข่าวนี้ที่ 1

กำไรแบงก์ปี63 ทรุด 31.75% แบกสำรองหลังแอ่น-NPLเพิ่ม

กำไรแบงก์ปี63 ทรุด 31.75% แบกสำรองหลังแอ่น-NPLเพิ่ม

        แบงก์พาณิชย์ 10 แห่ง รายงานกำไรปี 63 แตะ 1.38 แสนล้านบาท ทรุด 31.75%  จากปี 62 หลังแบกภาระตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอด NPL ส่วนใหญ่พุ่ง เหตุความสามารถในการชำระหนี้ลูกค้าลดลง พร้อมรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน จากการแพร่ระบาดโควิด-19 KBANK  นำทีมทำกำไรมากสุด 2.9 หมื่นลบ. ส่วน TMB กำไรโตมากสุด 40%  ขณะที่โบรกฯ ประเมินปันผลแบงก์ คาด KTB ปันผลสูงสุด 2.8%

        ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย รวบรวมผลประกอบการปี 63 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง  สามารถทำกำไรรวมได้ 138,603 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิรวมกัน 203,107 ล้านบาท ลดลง 64,504 ล้านบาท หรือลดลง 31.75%
 
        ***KBANK นำโด่งทำกำไรมากสุด 2.9 หมื่นลบ. - TMB โตมากสุด 40%

        ธนาคารที่ทำกำไรสูงสุดในปี 63 เป็น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK  ทำได้ 29,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.86% จากปี 62 รองลงมา คือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB มีกำไร 10,112 ล้านบาท  แต่เป็นธนาคารที่มีอัตรากำไรเติบโตมากสุดในกลุ่มถึง 40% หลังการรวมงบกับธนาคารธนชาต

        อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารส่วนใหญ่มีกำไรลดลงอย่างมาก โดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีกำไรลดลงมากที่สุดถึง 52% รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ลดลง 42.90% ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด(มหาชน) หรือ KKP กำไรลดลงน้อยสุด 14.40%
 

        ***กำไรโค้งสุดท้ายปี63  หดตัวกว่า 28% เทียบปีก่อน  KBANK โตสุด 98%

        ทั้งนี้หากพิจารณาเฉพาะงบไตรมาส 4/63 กลุ่มธนาคารพาณิชย์ทำกำไรรวม 31,428 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรลดลง 27.10% โดย KBANK เป็นธนาคารแห่งเดียวที่กำไรเติบโต 50% ส่วนธนาคารอื่นกำไรลดลง โดย CIMBT กำไรลดลงมากสุด แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 5.55% โดย KBANK มีกำไรเติบโตมากสุด 98.52% ส่วน CIMBT ทรุดหนัก หลังขาดทุน 290 ล้านบาท หรือลดลง 453%

ธนาคาร Q4/63 Q3/63 QoQ (%) YoY (%) ปี 63 ปี 62 YoY (%)
BBL 2,398 4,017 -40.30% -70.00% 17,181 35,816 -52.00%
KTB 3,453 3,057 12.90% -49.30% 16,732 29,284 -42.90%
SCB 4,965 4,641 6.98% -9.82% 27,218 40,436 -32.68%
KBANK 13,258 6,679 98.52% 50.62% 29,487 38,727 23.86%
BAY 3,461 6,199 -44.20% -47.00% 23,340 33,132 -29.60%
TMB 1,235 1,619 -23.70% -23.50% 10,112 7,222 40.00%
TISCO 1,636 1,611 1.55% -12.27% 6,063 7,270 -16.60%
KKP 1,108 1,347 -17.70% -34.00% 5,123 5,989 -14.40%
LHFG 204 522.9 -60.90% -76.84% 2,056.90 3,214 -36.00%
CIMBT -290 82 -453.65% -137.00% 1,290 2,017 -36.00%
รวม 31,428 29,775 5.55% -27.10% 138,603 203,107 -31.75%

        ***NPL แบงก์ใหญ่ปี 63 เพิ่ม

        สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPL) ปี 63 พบว่า 6 ธนาคาร ประกอบด้วย BBL  SCB , KBANK , TMB , TISCO และ  LHFG มี NPLเ พิ่มขึ้นเมื่อเทียบปี 62 ขณะที่  KTB  BAY , KKP , และ CIMBT มี NPL ลดลง

ธนาคาร ปี 63 ปี 62
BBL 4% 3.44%
KTB 3.79% 4.33%
SCB 3.64% 3.38%
KBANK 3.94% 3.62%
BAY 1.72% 1.84%
TMB 2.39% 2.33%
TISCO 2.18% 2.05%
KKP 2.69% 3.81%
LHFG 2.77% 1.55%
CIMBT 4.53% 4.59%

        ***KBANK เตรียมเปิดแผนธุรกิจสัปดาห์หน้า

        นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ระบุว่า ผลประกอบการในปี 63 เป็นไปตามสภาวการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ และ การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะแต่ภาคธนาคารเท่านั้น ซึ่งธนาคารได้มีการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน ตลอดจนดูแล และ ให้ความช่วยเหลือลูกค้า

        “ในปีที่ผ่านมาเราทยอยตั้งสำรองมาโดยตลอด เพราะไม่รู้ว่าไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ และ โควิด จะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ ทำให้เราต้องระมัดระวัง ในขณะที่แผนธุรกิจในปีนี้จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์หน้า”นายจงรัก กล่าว

        ***CIMBT เผยขาดทุน เหตุตั้งสำรองสูง

        นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ CIMBT ระบุว่า ในไตรมาส 4/63 ธนาคารมีผลขาดทุน 290.1 ล้านบาท เนื่องจากแต่ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 60% สูงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และ โอกาสที่คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด -19

        “ครึ่งปีแรกนี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังเชื่อว่าครึ่งปีหลังทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจ และ สถานการณ์โควิด ซึ่งจะสะท้อนมายังภาคธนาคาร และ คงเห็นการฟื้นตัวของผลงานที่ดีขึ้น ทั้งสินเชื่อ NPL การตั้งสำรอง”นายสุธีร์ กล่าว

        *** โบรกฯ ประเมินปันผลแบงก์ คาด KTB ปันผลสูงสุด 2.9%

        นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS  ได้ประเมินอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์งวดปี 63 ทั้ง 6 ธนาคารไว้ดังนี้

        หุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่  BBL คาดว่าจะจ่ายปันผล 2% ,  KBANK 1.6% ,  KTB  2.9% และ SCB 2.6%

        ด้านกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลาง - เล็กประเมิน KKP จ่ายปันผลมากสุด 5.4% และ TISCO 4%

        *** พบ KTB จ่ายปันผลล่าสุดมากที่สุด 6.28% เทียบกลุ่มแบงก์ใหญ่

        ทั้งนี้ สำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมข้อมูลการจ่ายปันผลรอบล่าสุดของหุ้นในกลุ่มดังกล่าวช่วงประมาณเม.ย.63 ทั้งจำนวนเงินปันผลและผลกระทบราคาก่อน-หลังขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

ธนาคาร

ปันผล

รอบล่าสุด (บ./หุ้น)

ราคา

ก่อนขึ้น XD (บ.)

% ปันผล

ราคา

ณ วันขึ้น XD (บ.)

ราคาเปลี่ยนแปลง

(%)

ฺBAY 0.45 20 2.25 20 0
BBL 5.00 119 4.20 111 -6.72
CIMBT 0.005 0.42 1.19 0.43 2.38
KBANK 4.50 100 4.50 97.5 -2.50
KKP 2.75 46.25 5.95 42.25 -8.65
KTB 0.753 12 6.28 11.40 -5.00
LHFG 0.045 1.01 4.46 0.99 -1.98
SCB 4.00 76.75 5.21 73.5 -4.23
TISCO 7.75 80.75 9.60 72.25 -10.53
TMB 0.01 0.55 1.18 0.87 2.35

        ซึ่งในรอบปี 62 ที่ผ่านมา การการจ่ายเงินปันผลของแต่ละธนาคาร พบว่าธนาคารขนาดใหญ่ที่จ่ายมากสุด ได้แก่ KTB ที่จ่ายสูงถึง 6.28% ส่วนธนาคารขนาดเล็ก TISCO  เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลมากที่สุดถึง 9.6%  หรือ  7.75 บาท/หุ้น และเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลงวดที่ผ่านมาสูงสุด อย่างไรก็ตาม TISCO ก็เป็นหุ้นที่ปรับลดลงหลังจากขึ้นเครื่องหมาย XD เช่นกันโดยปรับลดลงไปถึง 10.53%

        ก่อนหน้านี้  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกนโยบายรัดเข็มขัดหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ "งดการจ่ายปันผลและการซื้อหุ้นคืน" เพื่อเพิ่มปริมาณเงินสำรองป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกรณีโรคระบาดโควิด-19  ซึ่งมาตรการดังกล่าวถูกประกาศใช้เย็นวันที่ 18 มิ.ย.63 และประกาศยกเลิกวันที่ 12 พ.ย.63 ซึ่งการงดจ่ายเงินหุ้นกลุ่มแบงก์เกิดขึ้นเฉพาะงวดจ่ายปันผลระหว่างกาลเท่านั้น

        อย่างไรก็ตามในระยะข้างหน้า สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ธปท.จึงเห็นควรมีมาตรการเชิงป้องกัน โดยให้สถาบันการเงินสามารถจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของปี 63 ได้ไม่เกินอัตราการจ่ายในปี 62 และต้องไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิปี 63 เท่านั้น  โดยล่าสุดภาพรวมหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ประกาศผลประกอบการประจำปี 63 ครบทุกตัวแล้ว และช่วงประมาณเดือนเม.ย.64 จะเริ่มกลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้ง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด