ข่าวนี้ที่ 1

JMT-CHAYO เพิ่มงบซื้อหนี้ รอรับ NPL ทะลักช่วงปลายปี

JMT-CHAYO เพิ่มงบซื้อหนี้ รอรับ NPL ทะลักช่วงปลายปี

 

       หุ้นกลุ่มบริหารสินทรัพย์ตีปีก ตบเท้าเพิ่มงบซื้อหนี้เสียเข้ามาบริหาร หลังโควิดระบาดหนักดัน NPL พุ่ง สถาบันการเงินมีแนวโน้มเร่งระบาย NPL ช่วงปลายปี หนีการตั้งสำรอง ด้าน JMT เพิ่มงบซื้อหนี้เป็น 1 หมื่นล้านบาท จากเดิม 6 พันล้านบาท ขณะที่ CHAYO เพิ่มงบซื้อหนี้เป็น 2.5 พันล้านบาท จากเดิม 2 พันล้านบาท ด้านโบรกฯมอง JMT กำไรทำนิวไฮ แนะซื้อ ให้เป้า 53-58 บาท 

*** JMT เพิ่มเงินซื้อหนี้เป็น 1 หมื่นลบ. 

       นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทเพิ่มงบลงทุนซื้อหนี้เสียปีนี้มาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ที่ 6 พันล้านบาท โดยครึ่งปีแรกใช้งบซื้อหนี้เสียไปแล้ว 3 พันล้านบาท ถือว่าเป็นไปตามเป้า เชื่อว่าในครึ่งปีหลังนี้จะมีหนี้ออกมาให้บริษัทเข้าประมูลอีกจำนวนมาก เนื่องจากสถาบันการเงินต้องการลดหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลง

       อย่างไรก็ตาม มองว่าปริมาณหนี้ในปีนี้จะยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยุงไว้ แต่คาดว่าในปี 65 ภายหลังจบมาตรการพักหนี้จะเห็นสัญญาณหนี้เสียในระบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

       "ครึ่งหลังปีนี้น่าจะเหมือนปีที่แล้ว ทั้งปีปริมาณหนี้เสียในระบบที่สถาบันการเงินเสนอขายก็ยังทรงๆ ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงิน แต่ปกติครึ่งปีหลังหนี้จะเยอะกว่าครึ่งปีแรก แม้คงยังไม่มีอัตราเร่งเร็วนัก เพราะส่วนหนึ่งน่าจะรอขายในปี 65"นายสุทธิรักษ์ กล่าว

*** CHAYO อัดเงินซื้อหนี้เพิ่มเป็น 2.5 พันลบ.
 
        นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มงบลงทุนเพื่อซื้อสินทรัพย์เข้ามาบริหารในปีนี้เป็น 2.5 พันล้านบาท จากเป้าเดิมที่วางไว้ 2 พันล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนของ CHAYO ประมาณ 1-1.2 พันล้านบาท ส่วนอีก 920 ล้านบาท เป็นงบลงทุนของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ชโย เจวี จำกัด (Chayo JV)
     นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับเงินจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ CHAYO-W1 จำนวน 550 ล้านบาท รวมเป็น 2,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าให้ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าเดิม 1 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกใช้งบซื้อหนี้ไปแล้ว 700-800 ล้านบาท ได้มูลหนี้มาเพิ่ม 2,300 ล้านบาท
       ในครึ่งปีหลังสถาบันการเงินจะนำหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ออกมาขายเยอะแน่นอน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจ สถาบันการเงินจะนำ NPL ออกมาขาย เพราะไม่อยากให้ NPL สูง ไม่อยากตั้งสำรองมาก

*** แนวโน้มรายได้ปีนี้เข้าเป้า

      นายสุทธิรักษ์ กล่าวว่า สำหรับการแพร่ระบาดของโควิดกระทบลูกค้าบางส่วน โดยเฉพาะคนที่หยุดทำงาน หรือ ปิดกิจการ แต่โชคดีที่ลูกค้าส่วนใหญ่ 80-90% ของ JMT เป็นลูกค้าที่มีเงินเดือนจึงไม่กระทบมาก ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารายได้และกำไรของบริษัทในปีนี้จะเติบโตได้ 30% ตามเป้า

      ด้านนายสุขสันต์ กล่าวว่า ในส่วนของรายได้ CHAYO ปีนี้มั่นใจเติบโตทะลุเป้า 25% โดยแนวโน้มรายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะฟื้นตัว เพราะเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ จะหนุนให้บริษัทสามารถเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมาย

 *** โบรกฯ คาด JMT ทำกำไรนิวไฮ-หนี้เสียทะลักเกินกำลังซื้อ

      บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุ ประเมินกำไรครึ่งปีแรกของ JMT  คิดเป็น 39% ใกล้กับสถิติในอดีต อิงกับเป้าทั้งปี 1,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41%YoY โดยโมเมนตัมกำไรจะเดินหน้าทำสถิติใหม่รายไตรมาสเช่นในอดีตตามกองหนี้ที่ตัดต้นทุนหมดในครึ่งปีแรกนี้คาดจะไม่น้อยกว่าปีก่อนที่ 7-8 พันล้านบาท ขณะที่แผนเข้าลงทุนหนี้ฯใหม่ 6 พันล้านบาท เดินหน้าขยับจาก 30% ในไตรมาส 1/64 เป็น 50% ในช่วงกลางปี มีโอกาสสูงที่จะได้ตามเป้า 

      ทั้งนี้ ยังพบว่า หนี้เสียที่ถูกนำมาประมูลขายมีจำนวนมากเกินกว่ากำลังซื้อของผู้ซื้อรวมกัน ทั้งยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นปลายปีจากการระบาดฯ จึงคงมุมมองบวกต่อไปถึงปี 65-66 ที่หนี้ฯจะกลับเข้าประมูลซ้ำ และ เป็นโอกาสของบริษัทที่จะเข้าลงทุนได้ไม่น้อยกว่าปีนี้ จนสถานการณ์คลี่คลายลงจากการเร่งฉีดวัคซีน ยอดเก็บหนี้ที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุนกำไรสุทธิของ JMT ทำสถิติใหม่ได้ต่อใน 2 ปีข้างหน้าที่ 2,043 ล้านบาท และ 2,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36 และ 38% YoY จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสม 53 บาท

      ด้านบล. เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า หนี้เสียไม่ได้เร่งตัวในไตรมาส 2/64 โดยคาดว่า การซื้อหนี้ของ JMT จะอยู่ที่ 1.2-1.4 พันล้านบาท จาก 1.8 พันล้านบาทในไตรมาส 1/64 เนื่องจาก ธปท. ขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาหลังจากที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอก 3 

      ทั้งนี้ คาดว่า ธนาคารส่วนใหญ่ลังเลที่จะตัดขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพออกมาช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ในขณะที่ธนาคารต่าง ๆ ยังได้ประโยชน์จากการคลายเกณฑ์การจัดชั้น NPL และ กันสำรอง โดยคาดกำไรกำไรสุทธิในไตรมาส 2/64 จะอยู่ที่ 277 ล้านบาท (-2% QoQ , +23% YoY) ซึ่งยังคงแนะนำ “ซื้อ” และ ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 58 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด