ข่าวนี้ที่ 1

JR ลั่นเทรดวันแรกคึกคัก โบรกฯให้เป้า 8.80 บาท

JR ลั่นเทรดวันแรกคึกคัก โบรกฯให้เป้า 8.80 บาท

     “เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู.ยูทิลิตี้ (JR) ” ได้ฤกษ์ลงสนามเทรดวันแรก(30 พ.ย.) ผู้บริหารมั่นใจซื้อขายคึกคัก  กระแสตอบรับช่วงโรดโชว์ดี นักลงทุนแห่จองไอพีโอล้น เตรียมนำเงินระดมทุนใช้หมุนเวียนธุรกิจติดตั้งระบบสื่อสาร-โทรคมนาคม  พร้อมอวดงบ Q3/63 กำไรโต 129.61% ด้านโบรกฯให้เป้าสูงสุด 8.80 บาท

***JR พร้อมเข้าเทรด SET ราคาไอพีโอ 5.50 บ. 

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับ บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR  เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “JR” ในวันที่ 30 พ.ย. 63 

     JR ดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้รับเหมาช่วงวางระบบ (Subcontractor) โดยออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งระบบสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบไฟฟ้า (Turnkey Project) รวมถึงให้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศของภาครัฐ และนโยบายการขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนของบริษัท 

    JR มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 4,180 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

***มั่นใจกระแสวันแรกคึกคัก 

    นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JR มั่นใจว่าการนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันแรกจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เห็นได้จากกระแสตอบรับจากการโรดโชว์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และเมื่อเปิดจองซื้อหุ้นก็พบว่า มีความต้องการเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรร

    สำหรับพรวมการดำเนินธุรกิจในปีนี้ คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปัจจุบัน JR มีการรุกขยายงานไปยังงานวิศวกรรมในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ลูกค้าในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ โดยหลังสิ้นงวดไตรมาส 2 บริษัทฯ ได้งานเพิ่มเติมกว่า 420 ล้านบาท

    โดยงานที่ได้นั้น เป็นงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยให้กับโครงการของไทยออยล์ ซึ่ง JR รับงานจากกิจการร่วมค้า Petrofac South East Asia, Saipem Singapore และ Samsung Engineering รวมทั้งงานการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยที่อาคารหมอชิต คอมเพล็กซ์ นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าภาครัฐและเอกชนเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือที่ลงนามสัญญาแล้ว (Backlog) สิ้นไตรมาส 3/63 อยู่ที่ประมาณ 6,169.53 ล้านบาท จะทยอยรับในไตรมาส 4 ปีนี้อีกประมาณ 320 ล้านบาท ปีหน้าประมาณ 2,200 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 66

*** ย้ำ 5.50 บ./หุ้น เป็นราคาเหมาะสม  

    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า มีความมั่นใจว่า JR จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และเชื่อว่าจะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่สร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ

    สำหรับราคา IPO ที่ 5.50 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากภาครัฐและเอกชนที่มีความจำเป็นต้องเร่งลงทุน เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น

***โชว์ผลงาน Q3/63 กำไรโต 129.61%
    
    สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 33.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.70 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 464.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 127.96 ล้านบาท

    ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน ปี 63 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 929.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.86% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวมเท่ากับ 637.06 ล้านบาท ในขณะที่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 63.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 56.25% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 40.76 ล้านบาท 

***โบรกฯ ให้ราคาเป้าหมาย 8.8 บาท/หุ้น

    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ได้ประเมินมูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ 8.80 บาท เนื่องจาก JR จะเป็นหุ้นเติบโตแห่งปี โดยบริษัทฯเป็นผู้ให้บริการรับเหมาฯก่อสร้าง และติดตั้งงานระบบไฟฟ้า และสื่อสารฯ ซึ่งฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานในปี 63-65 ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

    นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักมาจาก การได้งานเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีเหลือง ทำให้งานในมือที่ลงนามสัญญาแล้ว(Backlog) ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6,387 ล้านบาท สูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีในอดีต 7 เท่าตัว

    ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิปี 63-65 จะเติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ย 80.3% ต่อปี (CAGR) จากการรับรู้รายได้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ขณะที่ Margin คาดยังควบคุมได้อยู่ในระดับที่ดี

    พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 8.80 บาท อ้างอิงระดับ PEG 1 เท่า โดยใช้ระดับ TargetPER ที่ 23 เท่า (อ้างอิงการเติบโตของกำไรสุทธิปี 65) และมี Premium จากผู้เล่นในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและสาธารณูปโภค และผู้เล่นในกลุ่ม SI จากการเติบโตของกำไรปี 63-65 ที่โดดเด่นกว่า

*** ยกให้เป็นผู้วางระบบที่กำไรโตเด่นสุดในปี 64

    บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด ประเมินว่า ราคาเหมาะสมหุ้น JR อยู่ที่ 8 บาท/หุ้น อิงกับ PER19 เท่าของประมาณการกำไรปกติปี 64 เทียบเท่า PEG 0.5 เท่า โดยมองว่า JRเป็นผู้รับเหมาวางระบบที่กำไรโตโดดเด่นที่สุดในปี 64 เนื่องจากมีมูลค่างานในมือที่สูงกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ และสามารถรองรับการรับรู้รายได้ในระยะ 3 ปีข้างหน้า

    ทั้งนี้ คาดว่า กำไรสุทธิจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 83% ต่อปีระหว่างปี 63-65 จาก 89 ล้านบาท ในปี 63 เป็น 373 ล้านบาท ในปี 65 โดยเฉพาะในปี 64 กำไรต่อหุ้นจะเติบโตก้าวกระโดดถึง 2.5 เท่าตัว หรือ 250% จากการเริ่มส่งมอบงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู

    ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ JR เป้าหมายราคาปี 64 ที่ 7.40 บาท/หุ้น วิธี PE 19 เท่า โดยมองว่าบริษัทฯ มีความน่าสนใจ จากมีมูลค่าสัญญาในมือ (Backlog) สูงกว่า 6,000 ล้านบาท รองรับการเติบโตถึงปี 65 และยังมีโอกาสได้รับงานเพิ่มเติม 

    ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 63-65 มีแนวโน้มเติบโตเด่น 78%CAGR และการบริหารต้นทุนงานได้ค่อนข้างดี ทำให้รักษา Gross margin ได้ที่ 15% -18% และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ประกอบกับหลังเข้าตลาดหลักทรัพยฯ คาดว่าจะมีเงินสดในมือเพิ่มขึ้นจาก 455 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา รองรับการได้รับงานเพิ่มและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคต







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด