ข่าวนี้ที่ 1

รัฐจัดหนัก!เยียวยาปชช. แจกเงิน 3,500บ.-เก็บตก"คนละครึ่ง"ล้านสิทธิ

รัฐจัดหนัก!เยียวยาปชช. แจกเงิน 3,500บ.-เก็บตก

"คณะรัฐมนตรี" ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ เยียวยาประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ ตรียมแจกเงิน กลุ่มแรงงาน-เกษตรกร-อาชีพอิสระ คนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ลงทะเบียนผ่าน "เราชนะ" พร้อมเปิดลงทะเบียน "คนละครึ่ง"อีก 1 ล้านสิทธิ 20 ม.ค.นี้ แถมช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดใช้น้ำ-ไฟฟรี 90 หน่วย 2 เดือน ด้าน ธปท.-แบงก์รัฐ-สถาบันการเงินเอกชน แห่ออกมาตรการช่วยลูกหนี้

*** แจกเงิน 3,500 บาท ผ่านโครงการ "เราชนะ"

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ โดยได้มอบหมายกระทรวงการคลัง เร่งพิจารณาการจ่ายเงินเพื่อชดเชยเยียวยารายได้ ทุกกลุ่ม ทั้งแรงงานลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เกษตรกร อาชีพอิสระ โดยพิจารณาวงเงินที่เหมาะสม คือ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยให้กระทรวงการคลังกลับมาเสนอครม.อีกครั้งในสัปดาห์หน้า

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ ออกโครงการ"เราชนะ" ด้วยการให้เงินเยียวยาประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เกษตรกร อาชีพอิสระ คนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียด หรือหลักเกณฑ์โครงการดังกล่าว รวมถึง จำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิว่าจะมีจำนวนมากหรือน้อยกว่าโครงการ"เราไม่ทิ้งกัน"เมื่อต้นปี 63 หรือไม่

    โดยการพิจารณาเกณฑ์ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จะอยู่บนสมมติฐานประชากรไทย 66 ล้านคน และตัดผู้ที่ไม่ควรได้รับสิทธิออก เช่น ผู้มีรายได้สูง ผู้ได้รับการเยียวยาจากประกันสังคม เป็นต้น ซึ่งต่างจากครั้งก่อนที่เริ่มโครงการแล้วเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิขึ้นเรื่อยๆ แต่ยืนยันว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ"คนละครึ่ง" ยังได้รับสิทธิเยียวยาในโครงการ"เราชนะ"ด้วย

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมถึงโครงการ "เราชนะ" ว่า ในเบื้องต้น 4 กลุ่มที่จะไม่ได้เข้าโครงการนี้  คือ 1.ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ 2.ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี 3.ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 และ 4.ผู้ที่มีรายได้สูง โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์ของรายได้อีกครั้ง ซึ่งจะประเมินจากฐานเงินเดือนและบัญชีเงินฝาก

    อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ชัดเจน นั้นจะกำหนดออกมาอีกครั้ง หลังจากผ่านการอนุมัติจาก ครม. ในสัปดาห์หน้า 

*** เก็บตก "คนละครึ่ง"อีก 1 ล้านสิทธิ

     นายอาคม  กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการคนละครึ่ง นายกฯได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง เปิดลงทะเบียนใหม่ 1 ล้านสิทธิปลายเดือน ม.ค. นี้ ทางกระทรวงการคลังได้เตรียมการมาโดยตลอด ซึ่งต้องรอดูตัวเลขที่ชัดเจน คนละครึ่ง ระยะที่ 1 มีสิทธิคงเหลือ 500,000 สิทธิ ระยะที่ 2 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 64 นั้น ซึ่งระยะที่ 2 ประมาณ 500,000 สิทธิเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเสนอ ครม.ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนได้วันที่ 20 ม.ค. นี้และเริ่มใช้จ่ายภายใน 25 ม.ค.63

*** ใช้น้ำ-ไฟ 90 หน่วย ฟรี 2 เดือน-ลดภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง 

     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมาตรการลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ในรอบบิลเดือน ก.พ.-มี.ค. นี้โดยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย จะได้ใช้ฟรีในส่วน 90 หน่วยแรก และหากเกิน 150 หน่วยนั้นให้ลดตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ส่วนกิจการขนาดเล็กไม่รวมส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจให้ใช้ไฟฟรี 50 หน่วยแรก นอกจากนี้ ยังให้ปรับลดค่าน้ำประปา 10% สำหรับบ้านพักอาศัยและกิจการขนาดเล็ก

     ส่วนของค่าอินเตอร์เน็ตนั้น กสทช.และผู้ประกอบการ เพิ่มความเร็วของอินเตอร์เน็ตบ้านและมือถือ ให้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุน WFH ไม่คิดค่าดาต้า 3 เดือน ในการใช้แอปหมอชนะ

     พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปเร่งพิจารณการขยายเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าธรรมเนียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ 0.01% ด้วย โดยให้นำกลับมาเสนอครม.อีกครั้ง

 *** 7 แบงก์รัฐออกมาตรการเพิ่มสภาพคล่อง
 
    นายอาคม กล่าวว่า รัฐบาลยังมีมาตรการเสริมสภาพคล่อง ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 7 แห่ง โดยกระทรวงการคลังได้ขออนุมัติจาก ครม.ขยายเวลาโครงการ 3 โครงการ 1.โครงการขยายเวลาสินเชื่อ เสริมพลังฐานราก วงเงินคงเหลือ 7,000 กว่าล้านบาท ของธนาคารออมสิน สนับสนุนสินเชื่อให้วงเงิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.35% ต่อเดือน กู้ได้ไม่เกิน 3 ปี จากเดิมหมดเวลาขอกู้ 30 ธ.ค. 63 โดยให้ขยายเวลาถึง 30 มิ.ย. 64

    ส่วนโครงการที่ 2 ขยายเวลา ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับอาชีพอิสระ วงเงินเหลือ 11,400 ล้านบาท วงเงินของธนาคารออมสิน และธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.1% ต่อเดือน กู้ไม่เกิน 2 ปี รับคำขอสินเชื่อ 30 ธ.ค. 63 โดยให้ขยายถึง 30 มิ.ย. 64

     โครงการ 3 ขยายเวลามาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วงเงินเหลือ 2,000 ล้านบาท ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim bank) โดยขยายเวลาขอสินเชื่อได้ถึง 30 มิ.ย. นี้

     มาตรการเสริมสภาพคล่อง ค้ำประกันสินเชื่อ เรื่องการพักชำระหนี้ ในส่วนของมาตรการเสริมสภาพคล่องและการพักชำระหนี้ สถาบันการเงินของรัฐยังดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งจะมีความเข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่ยังดำเนินการอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีมาตรการพักชระหนี้ พักเงินต้น และปรับโครงสร้างหนี้ โดยทั้ง 7 สถาบันการเงินนั้น ยังดำเนินการอยู่ต่อเนื่อง

    สำหรับมาตรการเสริมสภาพคล่องนั้น ปัจจุบันมีวงเงินเหลือ 268,000 ล้านบาท และมาตรการซอฟต์โลนธปท. อีก 370,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 638,000 ล้านบาท
 
*** ธปท.สั่งแบงก์-นอนแบงก์ ช่วยลูกหนี้

    นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า  ธปท.ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (ผู้ให้บริการทางการเงิน) เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน  ดังนี้

    1. มาตรการเร่งด่วนและปูพรม ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.64 .ให้เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อย และปรับโครงสร้างหนี้ในเชิงป้องกัน ขยายเวลาให้ลูกหนี้รายย่อยสมัครรับความช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.64 (จากเดิมที่ครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค. 63) โดยลูกหนี้สามารถสมัครขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง หรือ นายจ้างหรือเจ้าของกิจการสมัครขอรับความช่วยเหลือแทนลูกหนี้ได้ เช่น ในกรณีสินเชื่อสวัสดิการ โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ที่เป็นพนักงาน หรือ ลูกจ้าง เพื่อให้การขอรับความช่วยเหลือของลูกหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ ทันเหตุการณ์

     ผู้ให้บริการทางการเงินเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ทุกประเภท (ลูกหนี้รายย่อย ลูกหนี้ SMEs และ ลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่) ตามความเหมาะสมกับประเภทสินเชื่อ และ คำนึงถึงความเสี่ยงของลูกหนี้ จำแนกตามลักษณะธุรกิจ และ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีแนวทางต่าง ๆ ดังนี้  

     ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ ต่ออายุวงเงินหรือคงวงเงิน เปลี่ยนประเภทหนี้จากสินเชื่อระยะสั้นเป็นสินเชื่อระยะยาว ปลอดชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยชั่วคราว ลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าอัตราตลาด เป็นต้น

     ให้เงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติม , พิจารณาชะลอการชำระหนี้สำหรับลูกหนี้ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก. soft loan และ ผ่อนปรนเงื่อนไขอื่นตามความเหมาะสม

    สำหรับรายละเอียดมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยขั้นต่ำ ในกรณีลูกหนี้ปกติ(ไม่เป็น NPL ณ 1 มี.ค. 63) โดยประเภทสินเชื่อบัตรเครดิต เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือ ขยายเวลาชำระหนี้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 12% (พิจารณาให้ใช้วงเงินที่เหลือตามความสามารถในการชำระหนี้)

     สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวงเงินหมุนเวียน เช่น บัตรกดเงินสด ลดอัตราผ่อนขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้ หรือ เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือ ขยายเวลาการชำระหนี้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 22%  (พิจารณาให้ใช้วงเงินที่เหลือความความสามารถในการชำระหนี้)

     สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด และ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22%

     สินเชื่อเช่าซื้อ ไม่จำกัดวงเงิน เดิม มอเตอร์ไซค์ ไม่เกิน 35,000 บาท , รถยนต์ทุกประเภท ไม่เกิน 250,000 บาท เลื่อนชำระค่างวด(เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน ลดค่างวด โดยขยายเวลาการชำระหนี้

    สินเชื่อบ้าน ไม่จำกัดวงเงิน เดิม ไม่เกิน 3 ล้านบาท เลื่อนชำระค่างวด(เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และ พิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม หรือ ลดค่างวด โดยขยายเวลาการชำระหนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด