ข่าวนี้ที่ 1

THG ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 7-10% เล็งจับมือ"จุฬาฯ"ลุยกัญชง

THG ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 7-10% เล็งจับมือ

   "ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป(THG)" เปิดแผนปี 64 คาดรายได้โต 7-10 % เตรียมงบลงทุน 1.13 พันล้านบาท ใช้ก่อสร้างโรงพยาบาล เล็งเจรจาบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ในประเทศ ร่วมลงทุนธุรกิจเฮลท์แคร์ คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เดินหน้าเจรจา"จุฬาฯ" ลุยธุรกิจปลูก-สกัดกัญชง

** THG ตั้งเป้ารายได้ปี 64 โต 7-10% 

    นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 64 จะเติบโตประมาณ 7-10% จากปีก่อนที่ทำได้ 7,300 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นจะกลับมา ซึ่งจะส่งดีต่อธุรกิจโรงพยาบาลให้ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะบริษัทมีสัดส่วนรายได้หลักจากธุรกิจโรงพยาบาลกว่า 90% ประกอบกับคาดหวังว่าสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติจะเริ่มกลับเข้ามาในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้

** วางงบลงทุน 1.13 พันลบ.- เจรจาบริษัทพลังงานลุยธุรกิจด้านเฮลท์แคร์

    นายแพทย์ธนาธิป กล่าวว่า ในส่วนของงบลงทุนปีนี้บริษัทเตรียมไว้ประมาณ 1,130 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ลงทุนการก่อสร้างอาคารใหม่ภายในโรงพยาบาลธนบุรี 1 มูลค่าประมาณ 483 ล้านบาท,โรงพยาบาลธนบุรี 2 มูลค่า 187 ล้านบาท,โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง มูลค่า 250 ล้านบาท,โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ รังสิต มูลค่า 43 ล้านบาท และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจอีกราว 165 ล้านบาท

    ขณะที่แผนการซื้อกิจการ (M&A) มองว่ายังอยู่ในแผนตามปกติ ซึ่งปัจจุบันก็มีดีลที่เจรจากันอยู่ ซึ่งหากใครทำธุรกิจด้านโรงพยาบาลแล้วอยากได้เครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ไปช่วยดูแลก็สามารถติดต่อบริษัทมาได้ ซึ่งบริษัทก็สนใจที่จะเข้าลงทุนหากได้ข้อตกลงหรือราคาที่ดี 

    ส่วนการหาพันธมิตรเพื่อร่วมลงทุนทำธุรกิจด้านเฮลท์แคร์นั้น ยอมรับว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทพลังงานรายใหญ่ในประเทศอยู่ 1 ราย ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่อีก 10 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี พร้อมคาดว่าจะได้ข้อสรุปความร่วมมือกันที่ชัดเจนภายในปีนี้

** เจรจา"จุฬาฯ"ลงทุนธุรกิจกัญชง

    นายแพทย์ธนาธิป กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างพูดคุยกับศูนย์วิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จังหวัดสระบุรี เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปลูกและโรงสกัดกัญชง ซึ่งมองว่าเป็นธุรกิจต้นน้ำที่ปัจจุบันยังเปรียบเสมือนคอขวด โดยหากมีการทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) บริษัทจะรีบแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    ส่วนการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทซิโนแวคจากประเทศจีนจำนวน 1.5 แสนโดส ที่บริษัทดำเนินการสั่งมาผ่านองค์การเภสัชกรรม คาดว่าจะได้ช่วงปลายเดือนพ.ค.64 นี้ ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะให้บริการฉีดแก่กลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลที่สนใจ ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีการกำหนด แต่ที่ผ่านมามีผู้สนใจจำนวนมากโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่

    
** บล.ทิสโก้ แนะนำถือ THG ให้ราคาเหมาะสม 23 บาท

    บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทิสโก้ จำกัด มองว่า เป้าการเติบโตของ THG ที่ 7% ยังมีความเสี่ยงจากการระบาดรอบที่ 3 และความล่าช้าในการฉีดวัคซีน โดยในเดือน ม.ค. และ ก.พ. มีรายได้ที่ต่ำกว่าในปี 63 เนื่องจากเศรษฐกิจในไทยที่อ่อนแอ และการทำรัฐประหารที่เมียนมา และในช่วงไตรมาส 1/64 ยังมีความเสี่ยงจากค่าเงิน เนื่องจากมูลค่าของเงินลงทุนใน MMK (Kyat) ที่ลดลงหลังการทำรัฐประหาร ทั้งนี้มีเงินกู้จาก Ar Yu hospital อีก 24 ล้านดอลลาร์

    ด้านยอดขายของ Jin Wellbeing ที่ 3 - 5 หน่วยต่อเดือนจะช่วยหนุน OPEX โดยยอดขายเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์ในโครงการเริ่มดีขึ้น และเริ่มมีการชวนเพื่อนและญาติๆ มาใช้บริการ โดยการดำเนินงานหลัก (ธนบุรี 1-2) ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ไม่มากนัก เนื่องจากเน้นในผู้ป่วยเฉพาะทางเป็นหลัก ภาพรวมจึงแนะนำให้ “ถือ” หุ้น THG โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 23.00 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด