ข่าวนี้ที่ 1

BGRIM กำไรปีนี้พุ่ง 10-15% เล็งศึกษาแผนออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์

BGRIM กำไรปีนี้พุ่ง 10-15% เล็งศึกษาแผนออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์

      BGRIM มั่นใจปี 63 กำไรสุทธิโต 10-15% รับยอดจำหน่ายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่ม-ต้นทุนก๊าซลดฮวบ  กางแผนหาเงินลงทุน 1.8 แสนลบ. ระดมเงินกู้ 4.5 หมื่นลบ. - เงินสดอีก 2 หมื่นลบ.  แย้มศึกษาแผนออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ย้ำไม่คิดเพิ่มทุน พร้อมเตรียมแผนลุย micro grid เสริม 
    

 

*** BGRIM ลั่นกำไรปีนี้โต 10-5% 

     นาง ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิในปี 63 จะสามารถเติบโต 10-15% จากงวดปี 62 ที่มีกำไรสุทธิ 2,331 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 2/63 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท และคาดในไตรมาส 3/63 กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากปริมาณการเรียกใช้ไฟฟ้าของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาเป็นเป็นปกติ หลังจากที่โรงงานหลายแห่งได้ปิดดำเนินการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด19 ซึ่งล่าสุดได้กลับมาเปิดดำเนินการเป็นปกติใกล้เคียงก่อนช่วงที่จะเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19แล้ว
     
    ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับผลดีจากการที่ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงต้นปีราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 270 บาท/ล้านBTU และในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 240 บาท/ล้านBTU ซึ่งในช่วงสิ้นปีคาดการณ์จากปตท.ระบุว่าราคาก๊าซจะลดลงไปอยู่ที่ระดับ 220 บาท/ล้านBTU ทั้งนี้เมื่อราคาก๊าซลดลง 1 บาทต่อหน่วยจะส่งผลให้กำไรโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 15ล้านบาท
 

 

** ศึกษาหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ - ยันไม่มีแผนเพิ่มทุน  

      ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในปี 68 เป็น 7,200MW จากเดิมที่คาดจะทำได้ 5,000MW ซึ่งขณะนี้มีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว จำนวน 3,019 MW และเหลือ 3,628 MW ที่กำลังพัฒนา ซึ่งบริษัทจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 180,000ล้านบาท ในช่วงปี 63-68

    โดยความคืบหน้า การเตรียมความพร้อมแผนลงทุนดังกล่าวนั้น เงินทุนจะมาจากเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 45,000ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทมีกระแสเงินสดในมือประมาณ 20,000ล้านบาท และมีเครดิตเงินกู้วงเงิน 9,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันการลงทุนในแต่ละโครงการจะเปิดทางให้กับพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนได้ ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาร่วมกันหลายราย 

    ขณะที่เงินลงทุนส่วนที่เหลือ บริษัทศึกษาโอกาสที่จะออกและเสนอขายกู้หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual Bond) โดยขอยืนว่าว่าบริษัทมีการวางแผนการลงทุนที่ชัดเจนในอนาคต และไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนแต่อย่างใด
 
    ส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ระบบพลังงานความร้อนร่วมโคเจนเนอเรชั่น สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(SPP) รวม 7 โครงการ แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนของเดิมเพื่อต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 5 โครงการ และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 2 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งสุทธิรวม 980 MW คาดจะใช้เงินลงทุนประมาณ 30,000ล้านบาท นั้นจะใช้เงินลงทุนส่วนทุนประมาณ 10,000ล้านบาท

 

*** ยันเลื่อนจ่ายไฟ 2 แห่งไม่กระทบ - เล็งทำ micro grid 

    สำหรับประเด็นที่นักลงทุนกังวลว่าการเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 2 แห่งที่ราชบุรีนั้นจะมีผลกระทบต่อบริษัทหรือไม่ โดยบริษัทขอยืนยันว่าการเลื่อนจ่ายไฟฟ้าดังกล่าว ใช้เวลาจ่ายไฟล่าช้าแค่เพียง 11เดือน ไม่ใช่ระยะเวลา 2 ปีตามที่เป็นข่าว และจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทจะมีโรงไฟฟ้าใหม่ทยอยจ่ายไฟเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ บริษัทสนใจที่จะลงทุนทำโครงการ micro grid เพื่อเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าที่ใช้ไฟฟ้าของบริษัท ซึ่งจะเป็นในลักษณะของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งจะทำให้จากเดิมลูกค้าของบริษัทที่เป็นผู้ซื้อไฟฟ้า จะสามารถเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้ต้องการใช้ไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียง
 

*** โบรกฯ ชี้อัพไซด์ของกำไรพุ่ง หลังได้ LNG ต้นทุนต่ำ 

    บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)?เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ BGRIM กำลังปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณขายในเดือนก.ค.-ส.ค. สำหรับผู้ใช้อุตสาหกรรม (IUs) ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้า ต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มลดลงสู่ 236 บาท/ล้าน btu ใน 3Q และ 210 บ. ใน Q4/63 (เทียบกับ Bt262 ใน 2Q) รวมถึง BGRIM ใกล้ที่จะได้ข้อสรุปในประเด็นการนำเข้า LNG 

     นอกจากนี้คาดว่า BGRIM จะเริ่มนำเข้า LNG ในปี 65 สำหรับสร้างโรงไฟฟ้า SPP ทดแทน 5 โรง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 700MW ปริมาณขายสำหรับ IU จะอยู่ที่ 550MW และที่เหลืออีก 150MW สำหรับ EGAT ซึ่ง BGRIM จะซื้อก๊าซจาก PTT สำหรับขายให้ EGAT โดย BGRIM เชื่อว่าบริษัทสามารถนำเข้า LNG ด้วยต้นทุน 4 ดอลลาร์/ล้านbtu เทียบกับ 8 ดอลลาร์/ล้านbtu (หรือ 260 บาท/ล้านbtu) ที่ซื้อกับ PTT ในปัจจุบัน 

    จากต้นทุน LNG ที่ต่ำลง ผู้ขายอาจลังเลที่จะทำสัญญาระยะยาว โดยสัญญาการขายก๊าซอาจมีระยะเวลา 2-3 ปี การประหยัดต้นทุนนี้เทียบเท่ากำไรส่วนเพิ่มที่ 1 พันล้านบาท หรืออัพไซด์ 30% ในปี 66  นอกจากนี้ BGRIM ต้องการที่จะนำเข้า LNG สำหรับการขายให้ IUs สำหรับโรงไฟฟ้า SPP 18 โรงในปัจจุบัน โดย BGRIM ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับส่วนนี้ หากสามารถขอได้ เราคาดว่าการขอโบอนุญาตในรอบนี้จะเพิ่มกำไรของ BGRIM ราว 500 ล้านบาท ต่อปีซึ่งเรายังไม่รวมประเด็นนี้เข้าในโมเดล
 
    ทั้งนี้แนะนำ  ถือ  ราคาเป้าหมาย 42 บาท แต่มีประเด็นกังวลจากความเสี่ยงทางการเมือง (เกี่ยวกับใบอนุญาตการนำเข้า LNG) และการใช้อัตราทดที่สูง

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด