ข่าวนี้ที่ 1

FETCO ชี้เป้า SET ปีนี้ 1,600 จุด หุ้นแบงก์-พลังงาน-ไอซีที เด่น

FETCO ชี้เป้า SET ปีนี้ 1,600 จุด หุ้นแบงก์-พลังงาน-ไอซีที เด่น

    "สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO)" มองเป้า SET ปีนี้ 1,600 จุด กำไร บจ.โต 40% ระบุในระยะสั้นยังไม่เห็นสัญญาณดัชนีพักฐาน หรือหากพักฐานก็ไม่น่าปรับตัวลงแรง มองหุ้นแบงก์-พลังงาน - ICT เด่น แต่เป็นห่วงกลุ่มท่องเที่ยว ส่วนดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้า ลดลง 19.1% อยู่ที่ 130.63 แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง 

*** มองเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,600 จุด

    นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า  FETCO มองเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,600 จุด เนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน(บจ.)จะโต 40% และน่าจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยไปต่อได้ ประกอบกับเงินทุนทั่วโลกไหลเข้า Emerging Market (ตลาดเกิดใหม่) มากขึ้น และเชื่อว่าพอมีวัคซีนมาตลาดเกิดใหม่ก็สามารถบริหารจัดการกับโควิดได้ โดยมองว่าปีนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง จะทำให้ตลาดเกิดใหม่มีความน่าสนใจมากขึ้น
 

    "ตลาดหุ้นไทยปีนี้สอดคล้องกับหุ้นโลก โดย 5 วันทำการที่ผ่านมาปรับขึ้นมา 100 จุด ซึ่งถือว่าเร็วเกินคาด ส่วนปัจจัยหนุนคือกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง ส่วนเรื่องใหญ่สุดปีนี้ก็คือวัคซีน,อัตราดอกเบี้ยโอกาสที่จะปรับขึ้นไม่มีเลย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ยังอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาอีก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นในปีนี้" นายไพบูลย์ กล่าวว่า

 

*** เชื่อระยะสั้นตลาดยังไม่พักฐาน

    นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นมานั้น คาดว่าการพักฐานระยะสั้นคงยังไม่เกิดขึ้น เพราะเรายังเป็นตลาดที่ Underperform อยู่ จากที่ record ไว้ที่กว่า 1,800 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯดัชนีดาวโจนส์ทุบสถิติสูงสุดใหม่ไปแล้ว หรือถ้าจะมีการพักฐานก็ไม่แรงมาก อาจจะรอให้ดัชนีปรับขึ้นไปมากกว่านี้ค่อยพัก ถ้าพักฐานก็ลงไม่เยอะ เพราะถ้ามองไปข้างหน้าปัจจัยบวกยังรออีกมาก มีข่าวบวกที่ทยอยเข้ามาในช่วงนี้
    ส่วนดัชนีจะปรับขึ้นจาก 1,600 จุด ได้หรือไม่นั้น ต้องเห็นภาพเศรษฐกิจดีขึ้น และนำไปสู่ผลประกอบการปี 65 ที่ชัดเจนขึ้นจึงประเมินใหม่ ส่วนการเมืองในประเทศปีนี้เชื่อว่าไม่น่ามีผลต่อตลาดหุ้นไทยเหมือนปีก่อน นอกจากมีประเด็นใหม่เข้ามาจากเดิม

 

*** มองฟันด์โฟลว์ยังไหลเข้าต่อเนื่อง

    นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยบวกที่สนับสนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุดคือ การไหลเข้าของเงินทุนที่นักลงทุนยังเชื่อมั่นว่าฟันด์โฟลว์ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอยู่ รองลงมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่นักลงทุนเชื่อว่าน่าจะฟื้นตัวได้ และผลประกอบการบจ. 
 

    สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การท่องเที่ยว รองลงมาคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่
 

    สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในปีนี้ คือ กลุ่มแบงก์,พลังงาน,ปิโตรเคมี และโรงกลั่น หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ รวมถึงหุ้นที่ยัง Laggard เช่น กลุ่ม ICT ส่วนหมวดธุรกิจที่ยังไม่น่าสนใจมากที่สุดคือ กลุ่มท่องเที่ยว

 

*** ดัชนีเชื่อมั่นลดลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง

    นายไพบูลย์ เปิดเผยด้วยว่า  ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสำรวจในเดือนธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 130.63 ปรับตัวลดลง 19.1% แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 161.41 หรือ อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงมาก โดยส่วนใหญ่มองภาพตลาดหุ้นไทยปีนี้ยังปรับขึ้นได้ต่อ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด