ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้นหุ้นไทยฝ่าแนวต้าน 1,440 จุด ไม่ทะลุเสี่ยงพักฐาน

ลุ้นหุ้นไทยฝ่าแนวต้าน 1,440 จุด ไม่ทะลุเสี่ยงพักฐาน

    หุ้นไทยบวกกว่า 30 จุด ดีดทำนิวไฮรอบกว่า 5 เดือนที่ 1,422 จุด วอลุ่มทะลุแสนล้านบาทอีกครั้ง หลังเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง ซื้อสุทธิรอบ 15 เดือน มูลค่า 3.39 หมื่นล้านบาท กูรูให้แนวต้านแรก 1,438 - 1,440 จุด ไม่ผ่านอาจพักฐานที่ 1,390-1,360 จุด มองเป้าสิ้นปีแตะ 1,476 จุด แนะลุยลงทุนหุ้นใหญ่


*** หุ้นไทยทำไฮรอบ 5 เดือนแตะ 1,422.36 จุด


    ดัชนีตลาดหุ้นไทย(23 พ.ย.) ปิดตลาดที่ระดับ 1,420.43 จุด เพิ่มขึ้น 31.09 จุด หรือ 2.24% มูลค่าการซื้อขาย 1.05 แสนล้านบาท โดยดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 5 เดือนที่ระดับ 1,422.36 จุด

    ทั้งนี้หากคำนวณดัชนีตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.63 พบว่าดัชนีปรับขึ้นไปสูงสุด 227.41 จุด หรือเพิ่มขึ้นถึง 19% โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยถึง 8.5 หมื่นล้านบาท 


*** Fund Flow หนุนดัชนีแล่นฉิว


    นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์  บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากปัจจัยลบหลายประเด็นเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายลง และประเด็นสุดท้ายที่ปลดล็อกความกังวลของตลาดฯ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาตรการดูแลค่าเงินบาท ซึ่งไม่ได้ควบคุมเงินทุนไหลเข้าอย่างที่ตลาดกังวลก่อนหน้านี้ แต่สนับสนุนให้คนไทยนำเงินออกไปลงทุน ทำให้ตลาดหมดห่วงและกลับเข้ามาซื้อต่อเนื่อง

    เช่นเดียวกับ นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่า เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับขึ้นของ SET Index รอบนี้ โดยตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. ถึงล่าสุดวันนี้ มียอดซื้อสุทธิถึง 3.39 หมื่นล้านบาท

    “ระยะสั้นเราเชื่อว่า SET Index ยังเป็นโมเมนตัมของการฟื้นตัว ทั้งจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในดัชนี MSCI Thailand ที่เห็นได้ชัดว่าต่างชาติเพิ่มน้ำหนักการลงทุน” นายวิจิตร กล่าว

    ขณะที่ นายณรงค์เดช จันทรไพศาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.ไอร่า ระบุว่า หุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยหนุนสำคัญคือความคืบหน้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ใกล้สำเร็จแล้ว ขณะที่การชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโจ ไบเดน คาดว่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจโลก ตามนโยบายการค้าเสรี ปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งหุ้นไทยก็เป็นเป้าหมายเช่นกัน โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างประเทศที่เริ่มกลับเข้ามาซื้อ หลังขายออกไปมากก่อนหน้านี้     

    รวมถึง นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่า อีกสาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถจ่ายเงินปันผลปี 63 ได้ ซึ่งเงินปันผลเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ


*** แนวต้านแรก 1,438-1,440 จุด ไม่ผ่านอาจพักฐานที่ 1,390-1,360 จุด 


    ทั้งนี้ บล.ไอร่า ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,440 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,460 จุด ซึ่งหากดัชนีฯ ไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกได้ในสัปดาห์นี้ได้ มีโอกาสที่ดัชนีฯ จะพักฐานที่บริเวณแนวรับ 1,390 - 1,360 จุด

    ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,438 จุด หากผ่านได้มีแนวต้านถัดไปที่ 1,454 จุด แต่หากไม่ผ่านแนวต้านแรก อาจมีแรงขายลดความร้อนแรงจากภาวะ Overbought ลงไปพักฐานที่ 1,400 - 1,395 จุด โดยมองว่าหากผ่านระดับแนวต้านข้างต้นไปได้ ดัชนีฯ สิ้นปีมีโอกาสขึ้นไปถึงระดับ 1,476 จุด

    ฟาก บล.เคทีบี มอง ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับขึ้นไปในระดับ 1,450 จุด แต่อาจพักตัวระหว่างทางบ้างแถวบริเวณ 1,410-1,436 จุด 


*** เปิดกลยุทธ์ลุยหุ้นใหญ่


    "วิจิตร อารยะพิศิษฐ"  แนะนำลงทุน กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับขึ้นนำตลาด เช่น กลุ่มพลังงาน เลือก PTT-PTTEP เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ส่วนกลุ่มธนาคารแนะนำซื้อหุ้นแบงก์กลาง-เล็กที่ราคายังปรับขึ้นไม่มาก เช่น TMB-KTB
   
    “ระยะสั้นเราเชื่อว่า SET Index ยังเป็นโมเมนตัมของการฟื้นตัว ทั้งจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในดัชนี MSCI Thailand ที่เห็นได้ชัดว่าต่างชาติเพิ่มน้ำหนักการลงทุน” นายวิจิตร กล่าว

    ส่วน "ณรงค์เดช จันทรไพศาล" แนะนำ หุ้นกลุ่มพลังงานที่กลับมาดันดัชนีฯ อีกครั้ง อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL 

    รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์จากเงินไหลเข้าของนักลงทุนต่างประเทศ เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ  ADVANC, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC  

    ด้าน นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน  แนะนำ หุ้นที่ราคายัง Laggard อาทิ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด