ข่าวนี้ที่ 1

SCC ลุ้นยอดขายปีนี้โต 5-10% ลุยลงทุน 6.5-7.5 หมื่นลบ.

SCC ลุ้นยอดขายปีนี้โต 5-10% ลุยลงทุน 6.5-7.5 หมื่นลบ.

    "ปูนซิเมนต์ไทย(SCC)" ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 5-10% หลังธุรกิจปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ยังขยายตัวได้ พร้อมทุ่มงบ 65,000-75,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนปิโตรคอมเพล็กซ์เวียดนาม และธุรกิจบรรจุภัณฑ์-ปูนซีเมนต์ อาเซียน ด้านโบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" ชี้ธุรกิจปี 64 ยังเติบโตแข็งแกร่ง 


*** ตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 5-10% 

    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 64 จะเติบโต 5-10% จากปีก่อน เนื่องจากธุรกิจเคมิคอลส์จะมีกำลังการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับธุรกิจแพคเกจจิ้งที่ยังมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ 

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างอาจยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น

    ทั้งนี้ มองว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างจะพลิกกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากเริ่มมีการทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มากขึ้น โดยปัจจุบันโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ทั้งที่อยู่อาศัยและโครงการของภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3-4/63 ซึ่งเหลือแต่เพียงโครงการของภาครัฐที่ยังพอขับเคลื่อนไปได้ และคาดว่าที่เหลือยังคงต้องรอความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่จะกลับมา

*** อัดงบลงทุนปีนี้ 6.5-7.5 หมื่นลบ.

    นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตรียมงบลงทุนไว้ 65,000-75,000 ล้านบาท สำหรับใช้ลงทุนในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 50% ของงบลงทุนทั้งหมดในปีนี้ โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าของการก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในอีก 2 ปีข้างหน้า

    ส่วนเงินลงทุนที่เหลือจะใช้ลงทุนในโครงการแพคเกจจิ้งในประเทศฟิลิปปินส์และการขยายฐานธุรกิจแพคเกจจิ้ง และปูนซีเมนต์ในตลาดภูมิภาคมากขึ้น รวมถึงใช้ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้เติบโตและยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น

*** บล.หยวนต้า แนะซื้อ ให้ราคาเหมาะสม 440 บาท
    
    บริษัทหลักทรัพย์(บล.)หยวนต้า(ประเทศไทย) มองผลประกอบการไตรมาส 1/64 ของ SCC ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ธุรกิจวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวตามฤดูกาล,  โรงงานปิโตรเคมี ผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุงใหญ่, และไม่มีค่าใช้จ่ายการด้อยค่าสินทรัพย์ คงประมาณการกำไรปี 64 ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท (+9% YoY)
    ปี 64-66 ยังมีหลายปัจจัยการเติบโตที่รออยู่ 1) การขยายกำลังผลิตปิโตรเคมีจาก 5 ล้านตันเป็น 8.3 ล้านตัน ภายใต้โครงการ MOC debottleneck 3.5 แสนตัน ช่วงกลางปี 64 และ Longson 2.95 ล้านตัน ช่วงกลางปี 66 และ 2) การเติบโตอีกเท่าตัวของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ภายใน 5 ปี 3) การปรับแผนธุรกิจวัสดุก่อสร้างเน้นการค้าปลีก  โซลูชั่น
    คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 440.00 บาท จากราคาหุ้นที่ยัง Laggard และ Valuation อยู่ระดับน่าสนใจ โดยปัจจุบันซื้อขายบน PBV 1.5x นับว่ามีส่วนลดจากค่าเฉลี่ย 10 ปี -1.5SD ผลการดำเนินงานปี 63 พิสูจน์ความแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 

    ขณะที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า เป็นหุ้นใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของกระแสเงินทุนต่างชาติ และเงินปันผลอยู่ในระดับดี ราคาปัจจุบันมีผลตอบแทนเงินปันผลปี 2564 ที่ 3.7% โดยบริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H63 ที่ 8.50 บาท/หุ้น Yield 2.2% ขึ้น XD 8 เม.ย.จ่าย 23 เม.ย.64

*** บล.ทรีนีตี้ แนะ ซื้อ เป้า 430 บาท

    บล.ทรีนีตี้ แนะนำ ซื้อ SCC ให้ราคาเป้าหมาย 430 บาท คงประมาณการกำไรปี 64 ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท +15% YoY โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจปิโตรเคมีที่ยังอยู่ใน Up cycle จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจในหลายประเทศโดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้ที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีมากเป็นอันดับ 1 ของโลก นอกจากนี้ธุรกิจอุตสาหกรรมยายนต์ในหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน รวมถึงการกระตุ้นให้เกิด EV Car ที่เร็วขึ้นในสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิดการใช้ปิโตรเคมีเช่น PP มาขึ้น เห็นได้จากราคา PP ที่สูงกว่า USD1,200/ton

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 438 บาท

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ ซื้อ SCC ให้ราคาพื้นฐาน 438 บาท ธุรกิจปี 64 ยังไปได้ดี โดยการเติบโตมาจากปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีวัคซีนโควิดแล้ว แต่ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์ยังคงสูงในปี 64 ทำให้สเปรดโอเลฟินส์ยังคงแข็งแกร่งต่อ และปริมาณขายเพิ่มขึ้นด้วย จากไม่มีปิดซ่อมบำรุง และได้กำลังการผลิต MOC เข้ามาเพิ่ม 3.5 แสนตันต่อปีหลังขยายกำลังการผลิตคอขวด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในครึ่งหลังปี 64
    ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีการขยายตัวดีตาม E-commerce และธุรกิจอาหาร รวมถึงการซื้อกิจการ โดยในปี 64 จะมีรายได้และกำไรจาก SOVI และ Go-Pak เข้ามาใน SCGP ด้านธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างยังฟื้นตัวช้า เราคาดยอดขายในส่วนนี้จะทรงตัว YoY ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ขยายตัว +6%YoY เป็น 3.76 หมื่นล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด