ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP กำไรโค้งแรกทะลัก 1.15 หมื่นลบ. ลุยเพิ่มเป้ายอดขาย

PTTEP กำไรโค้งแรกทะลัก 1.15 หมื่นลบ. ลุยเพิ่มเป้ายอดขาย

    "ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP)" โชว์กำไร Q1/64 แตะ 1.15 หมื่นลบ. โต 34% เมื่อเทียบกับ Q1/63 และโต 364% เมื่อเทียบกับ Q4/63 รับราคาขายฟื้นตัวตามราคาน้ำมันในตลาดโลก พร้อมรับรู้รายได้จากโครงการโอมานแปลง 61 ลุยเพิ่มเป้ายอดขายในปีนี้เป็น 405,000 บาร์เรลต่อวัน หลังเริ่มการผลิตก๊าซโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช ได้เร็วกว่าที่คาด และพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่เพิ่มขึ้น

*** PTTEP โชว์กำไร Q1/64 โต 34% แตะ 1.15 หมื่นลบ. 

    นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/64 จำนวน 376 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา(ดอลลาร์สรอ.) หรือเทียบเท่า 11,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/63  และเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

    ทั้งนี้ บริษัทมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา 74% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลงมาอยู่ที่ 27.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

    ด้านรายได้รวมในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 1,779 ล้านดอลลาร์(สรอ.) เทียบเท่า 54,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/63 โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,391 ล้านดอลลาร์  ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่สูงขึ้น 10% มาอยู่ที่ 40.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    โดยในไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring item) เพิ่มขึ้น จากการซื้อสัดส่วนการลงทุน 20% ในโครงการโอมาน แปลง 61 ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม จำนวน 350 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่า 10,772 ล้านบาท

    ส่วนปริมาณขายปิโตรเลียมไตรมาส 1/64 เฉลี่ย 382,877 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีปริมาณ 381,285 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และเมื่อเปรียบเทียบช่วยเดียวกันปีก่อนที่มีปริมาณการขายเฉลี่ย 363,411 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน พบว่าปริมาณการขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยหลักมาจากโครงการบงกช และโครงการคอนแทร็ค 4 เนื่องจากผู้ซื้อรับก๊าซธรรมชาติในปริมาณที่เพิ่มขึ้น 

    รวมทั้งโครงการพีดีโอ (แปลง 6) ที่มีการขายน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงเป็น 40.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (สำหรับไตรมาส 1 ปี63: 44.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ)

    สำหรับค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 1,213 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่า 36,764 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในไตรมาสนี้ บริษัทจะมีรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (General & Administrative Expenses) ลดลง แต่บริษัทมีการบันทึกรายจ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในประเทศบราซิล จำนวน 145 ล้านดอลลาร์ และผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่ 107 ล้านดอลลาร์

*** เพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น 4.05 แสนบาร์เรล ต่อวัน

    นายพงศธร  กล่าวว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการขายในปีนี้ขึ้นเป็น 405,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน มีสาเหตุหลักจากการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการมาเลเซีย-แปลงเอช และโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ รวมถึงการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุน 20% ในโครงการโอมานแปลง 61 โดยการซื้อขายได้มีผลสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค.64

    ในด้านการสำรวจปิโตรเลียม หลังค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ จากการเจาะหลุมสำรวจในมาเลเซียหลายแปลง เช่น หลุมโดกง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 417 และหลุมซีรุง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 405บี โดยยังมีแผนการเจาะสำรวจเพื่อค้นหาแหล่งน้ำมันและก๊าซฯ ในแปลงอื่นๆ ด้วย

    ส่วนแหล่งลัง เลอบาห์ ในโครงการซาราวัก เอสเค 410บี ซึ่งค้นพบก๊าซธรรมชาติปริมาณสูงในปีที่แล้ว เมื่อทำการเจาะหลุมประเมินผลในปีนี้ พบว่ามีปริมาณก๊าซฯ มากกว่าที่คาดไว้ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยสำรวจพบ ความสำเร็จเหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมให้กับ PTTEP ในอนาคตแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างฐานการลงทุนของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย

*** อวดฐานะการเงินแกร่ง มีเงินสด 1.7 พันล้านดอลลาร์  

    นายพงศธร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงิน โดยมุ่งเน้นการสร้างวินัยทางการเงินและรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/64 บริษัทมีเงินสดในมือประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์ ภายหลังจากชำระมูลค่าการเข้าซื้อสัดส่วน 20% ในโครงการโอมาน แปลง 61 รัฐสุลต่านโอมานเรียบร้อยแล้ว และยังคงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 0.32 เท่า ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการเงินของบริษัท และมีสภาพคล่องพร้อมรองรับค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับการผลิต พัฒนาโครงการต่าง ๆ การเจาะสำรวจตามแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทได้

*** จับตาแนวโน้มงบไตรมาส 2/64 หลังต้นทุนลดลง

    นายพงศธร กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/64 และทั้งปี 64 ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณการขาย ราคาขายและต้นทุน โดยบริษัทได้ติดตามและปรับเปลี่ยนแนวโน้มผลการดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานและสภาวะอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

    สำหรับราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลังประมาณ 6-24 เดือน บริษัทคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของไตรมาส 2/64 และทั้งปี 64 จะอยู่ที่ประมาณ 5.8 และ 5.6 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูตามลำดับ ลดลงจากปีก่อนหน้าเป็นผลจากการปรับราคาย้อนหลังของราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งได้สะท้อนช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกตกต่ำ

    ด้านต้นทุนไตรมาส 2/64 และทั้งปี 64 คาดว่าจะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยได้ที่ประมาณ 28-29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลงจากปีก่อนหน้าจากการบริหารจัดการต้นทุน และการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการมาเลเซีย-แปลงเอช และโครงการโอมานแปลง 61 ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีต้นทุนต่อหน่วยที่ค่อนข้างต่ำ
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด