ข่าวนี้ที่ 1

กนง.คงดอกเบี้ยที่ 0.5% - หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 3%

กนง.คงดอกเบี้ยที่ 0.5% - หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 3%

 

       "คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)" มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ต่อปี รองรับเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมหั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือขยายตัว 3% จากเดิม 3.2% แต่เพิ่มเป้าส่งออกปีนี้เป็นโต 10% จากประมาณการเดิมที่ 5.7% 

 

*** กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายตามคาด

       นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่เผชิญกับความเสี่ยงและยังมีความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า จึงยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

       ด้านสภาพคล่องโดยรวมอยู่ในระดับสูงและต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ แต่การกระจายตัวยังไม่ทั่วถึงจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามฐานะทางการเงินที่เปราะบาง โดยเฉพาะธุรกิจที่ฟื้นตัวช้าและครัวเรือนที่ถูกกระทบเพิ่มเติมจากการระบาดรอบใหม่

       ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรระยะยาวของไทยปรับสูงขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบดอลลาร์ เคลื่อนไหวอ่อนค่าสอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาค โดยคณะกรรมการให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินและนัยต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของอัตราแลกเปลี่ยน (FX ecosystem) อย่างต่อเนื่อง

 

*** หั่นจีดีพีปีนี้เหลือโต 3% - ส่งออกเพิ่มเป็น 10% 

    นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า ที่ประชุม กนง.ได้ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ไทยปีนี้เหลือโต 3% จากเดิมคาดขยายตัว 3.2% และในปี 65 คาดว่าจะขยายตัว 4.7% จากเดิมคาดขยายตัว 4.8%

    นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกปีนี้เป็นขยายตัว 10% จากประมาณการเดิมที่ 5.7% และในปี 65 คาดว่าส่งออกจะขยายตัว 6.3% จากเดิมคาด 5% ด้านการนำเข้าปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 15.2% จากเดิมคาด 7.7% และในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 6.8% จากเดิมคาด 6.7%

    ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% จากเดิมคาดอยู่ที่ 1% และในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 0.3% และในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 0.4%

    ด้านประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 3 ล้านคน จากเดิมคาด 5.5 ล้านคน และในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 21.5 ล้านคน จากเดิมคาด 23 ล้านคน

    “เงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 64 และจะอยู่ใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเป้าหมายตลอดช่วงประมาณการ โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางยังยืดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย”นายทิตนันทิ์ กล่าว

      ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 1.2 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากประมาณการเดิมคาด 11.6 พันล้านดอลลาร์?และปีหน้าคาดว่าจะเกินดุล 25 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมคาดเกินดุล 29.1 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมัน ทอง และตัวเลขนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

 

*** รับเศรษฐกิจปีนี้โตช้าลง หลังโควิดกระทบท่องเที่ยว

      นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวชะลอลงบ้าง จากการปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวและผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ในช่วงต้นปี แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัวได้เร็วตามการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่รวดเร็วและตรงจุด รวมถึงมาตรการควบคุมการระบาดที่ไม่เข้มงวดเท่าครั้งก่อน ส่งผลให้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้

    “เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ยังไม่เข้มแข็ง และยังต้องได้รับแรงส่งจากภาครัฐต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนในการฟื้นตัว โดยมาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจโดยไม่ขาดช่วง โดยเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูฯหลังสามารถควบคุมการระบาดรอบใหม่ได้ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายด้านอุปทาน เพื่อปรับรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะแรงงาน”นายทิตนันทิ์ กล่าว

      สำหรับการส่งออกสินค้าฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ด้านการนำเข้าสินค้าปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและการส่งออกสินค้าที่ปรับดีขึ้น

      ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ และ การประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 

*** ลุ้นมาตรการรัฐ ดันเศรษฐกิจฟื้นตัว

       นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการประเมินว่า ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยนโยบายการเงินต้องผ่อนคลายต่อเนื่องและสนับสนุนให้เร่งดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่ออกมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้สามารถกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุด ลดภาระหนี้ และสนับสนุนเศรษฐกิจช่วงฟื้นฟูในอนาคต

       นอกจากนี้ ภายใต้กรอบดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดทั้งในและต่างประเทศในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยพร้อมใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด