ข่าวนี้ที่ 1

อสังหาฯ-รับเหมา อ่วมปิดแคมป์ก่อสร้าง ฉุดโครงการใหม่-ผลงานหด

อสังหาฯ-รับเหมา อ่วมปิดแคมป์ก่อสร้าง ฉุดโครงการใหม่-ผลงานหด

   กลุ่มอสังหาฯ โอดปิดแคมป์ก่อสร้าง ฉุดโครงการใหม่ชะงัก กดราคาหุ้นร่วงถ้วนหน้า ด้าน PSH-SPALI รับกระทบผลการดำเนินงานและการก่อสร้างโครงการในแผนชะลอออกไป แถมกระทบยอดโอนทั้งกลุ่มวูบ 3-4 หมื่นลบ.  โบรกฯ คาดกระทบกลุ่มคอนโดฯมากกว่าแนวราบ ขณะที่รับเหมาฯ หนักไม่แพ้กัน กระทบกำไรกลุ่มไตรมาส 3/64 จากการรับรู้รายได้เลื่อนและมีค่าใช้จ่ายคนงานเพิ่มฟาก ขณะที่การล็อกดาวน์ 10 จังหวัด กระทบต่อ GDP รวม  1.52% คาดไตรมาส 2-3/64 ชะลอตัวลง มีโอกาสติดลบ

 

***หุ้นอสังหาฯ-รับเหมาร่วง สังเวยประกาศปิดแคมป์ก่อสร้าง 1 เดือน

    ผู้สื่อข่าวรายงานพบความเคลื่อนไหวหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังรับแรงกดดันจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน ใน 10
จังหวัดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของภาครัฐ โดยสะท้อนได้จากดัชนีกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ปรับตัวลดลง 1.13% มาอยู่ที่ระดับ 71.02 จุด หรือลดลง 0.81 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 1,457 ล้านบาท นำโดย บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ราคาลดลง 2.95% หรือ 0.14 บาท มาอยู่ที่ราคา 4.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 34.28 ล้านบาท,บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ลดลง 1.64% หรือ 0.04 บาท มาอยู่ที่ราคา 2.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 315 ล้านบาท และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ลดลง 1.44% หรือ 0.20 บาท มาอยู่ที่ราคา 13.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 194 ล้านบาท


    ส่วนดัชนีกลุ่มอสังหาฯลดลง 1.13% มาอยู่ที่ระดับ 225.43 จุด หรือลดลง 2.57 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 3,153 ล้านบาท นำโดย บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ลดลง 1.67% หรือ 0.15 บาท มาอยู่ที่ราคา 8.85 บาท มูลค่าการซื้อขาย 90.21 ล้านบาท,บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ลดลง 0.96% หรือ 0.05 บาท มาอยู่ที่ราคา 5.15 บาท มูลค่าการซื้อขาย 42.41 ล้านบาท และบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ลดลง 0.95% หรือ 0.20 บาท มาอยู่ที่ราคา 20.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 98.20 ล้านบาท

 

***PSH รับยอดโอนวูบ 2-3 พันลบ./เดือน และกระทบทั้งกลุ่มหาย 3-4 หมื่นลบ.

    นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่ากรณีการปิดแคมป์คนงาน 30 วัน ป้องกันการระบาดของโควิด-19 คาดว่าส่งผลกระทบต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทหายไป 2,000-3,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนด้านผลกระทบภาพรวมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์หายไป 30,000-40,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

***คาดกระทบคอนโดฯสร้างเสร็จปีนี้ 1 โครงการ

    โดยยอมรับว่าจากกรณีนี้ส่งผลให้กำหนดการสร้างโครงการคอนโดมิเนียมให้แล้วเสร็จในปีนี้ต้องเลื่อนออกไป 1 โครงการ จากจำนวนทั้งหมด 7 โครงการ ซึ่งจะทำให้รับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ช้าลง อีกทั้งการที่บริษัทไม่สามารถส่งมอบโอนโครงการได้ตามกำหนดอาจต้องจ่ายค่าปรับให้กับลูกค้าหรือลูกค้ามีโอกาสยกเลิกสัญญาเพิ่มมากมากขึ้น ซึ่งนโยบายดังกล่าวหากกินระยะเวลานานกว่าประกาศคือ 1 เดือนอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมบริษัทจะต้องทบทวนแผนการดำเนินงานใหม่ในปีนี้ลง จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จะมียอดขายที่ 32,000 ล้านบาท และเป้ารายได้(ยอดโอนกรรมสิทธิ์) ที่ 32,000 ล้านบาท รวมถึงแผนการเปิดตัว 29 โครงการใหม่ในปีนี้

    "การประกาศหยุดแคมป์คนงานก่อสร้างค่อนข้างฉุกละหุก เรามองว่าหยุด 1 เดือน เรายังมีแผนออกแคมเปญขายสต็อกเดิมได้ แต่ถ้าหยุดนานกว่านี้ก็อาจจะกระทบหนักกว่าเดิมที่เราคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ของเราจะหายไป 2-3 พันล้านบาท ส่วนภาคอสังหาหายไป 3-4 หมื่นล้านบาท และเราอาจจะปรับเป้าหมายผลงานลง" นายปิยะ กล่าว

 

***ชงรัฐเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม ป้องกันปัญหาปิดไซต์งานซ้ำ

    อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงภาครัฐบาลว่าควรมีมาตรการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมและรวดเร็ว รวมถึงกลุ่มภาคเรงงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่เพื่อหยุดการระบาดและไม่ต้องปิดไซต์งานก่อสร้างซ้ำ ซึ่งหลังจากนี้บริษัทยังคงต้องรอดูนโยบายต่างๆและผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ประกอบกัน

 

***SPALI รับ 40 โครงการส่อชะงัก

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในเขตกรุงเทพและปริมณฑลฯรวมประมาณ 40 โครงการ และส่งผลกระทบต่อการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือของปี 64 ถึงปี 65 จะต้องถูกเลื่อนออกไป 1 เดือน อย่างไรก็ตามแผนการเปิดโครงการใหม่ปีนี้ปัจจุบันยังคงวางเป้าหมายเปิดตัว 31 โครงการ ซึ่งแผนการเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่หรือไม่นั้น ขอประเมินผลกระทบจากการปิดแคมป์คนงานในครั้งนี้ก่อนว่าสร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด

    "เรามีช่วงให้เลื่อนเปิดโครงการได้ 1 เดือน เนื่องจากปกติเราไม่ได้เปิดตัวโครงการใหม่เดือนธ.ค.อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นช่วง ต.ค.-พ.ย.เยอะสุด จึงไม่ปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ทั้งปีนี้ แต่หากผลกระทบยังกินเวลาต่อเนื่องก็ต้องมาดูกันอีกที" นายไตรเตชะ กล่าว

 

***มั่นใจไม่กระทบผลงานทั้งปี

    สำหรับภาพรวมยอดโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะโอนกรรมสิทธิ์ช่วงปลายปี โดยบริษัทเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบและมั่นใจว่าจะสามารถโอนได้ทันภายในปีนี้ทั้งหมด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าจะทยอยโอนในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ ขณะที่งานก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วเสร็จและสามารถรับมอบได้และบางส่วนเป็นการเก็บงานหรือซ่อมแซมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามมองว่าการปิดแคมป์คนงานที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบผลการดำเนินงานทั้งปี เนื่องจากบริษัทมีสินค้าพร้อมขาย(สต็อก) ในช่วง 3 เดือนนี้สามารถชดเชยได้ โดยภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปียังคงวางเป้าหมายรายได้ที่ 28,000 ล้านบาท และด้านยอดขายที่ 27,000 ล้านบาท

 

***SEAFCO รับชะลอ 7-8 โครงการ รายได้หาย 100-200 ลบ.

    นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO เปิดเผยว่าบริษัทต้องปิดแคมป์ก่อสร้างขนาดใหญ่ 1 แห่ง ซึ่งมีแรงงานกว่า 60 คน โซนคลองสามวา และส่งผลกระทบให้งาน 7-8 โครงการต้องล่าช้าออกไปเป็นเวลา 1 เดือน ทำให้รายได้หายไปประมาณ 100-200 ล้านบาท/เดือน หรือกระทบไปถึงช่วงไตรมาส 3/64 อย่างไรก็ตามมองว่าภาพรวมการดำเนินงานทั้งปีนี้ แม้รายได้อาจไม่เติบโตแต่หวังว่ายังมีผลกำไรสุทธิได้ หลังบริษัทยังคงเน้นลดต้นทุนทุกด้านและยังมีกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ

    "ค่อนข้างกระทันหัน ที่เราถูกสั่งให้ปิด 1 จุด ตอนนี้ยังตอบอะไรมากไม่ได้ ซึ่งเบื้องต้นคงต้องทำตามภาครัฐไปก่อน เราก็ไม่รู้หรอกว่าการปิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจะถูกหรือผิด แต่เราได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งผลการดำเนินงานทั้งปีอาจจะไม่ดี แต่คงไม่ถึงขั้นเจ๊ง เพราะบริษัทเรายังมีกระแสเงินสดเพียงพอ ซึ่งหายไป 1 เดือนรายได้คงหายไป 100-200 ล้านบาท" นายณรงค์ กล่าว

 

***บล.โนมูระฯ คาดกระทบกลุ่มคอนโดมากกว่าแนวราบ

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่าการปิดสถานที่ก่อสร้างและแคมป์คนงานอย่างน้อย 30 วันในกรุงเทพฯและปริมณฑลเชื่อว่าจะผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมมากกว่าตลาดแนวราบ เพราะเข้าข่ายการต้องหยุดก่อสร้างตามประกาศข้างต้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในขณะที่การสร้างบ้านแนวราบผลกระทบจำกัดกว่า เพราะเป็นไซด์ขนาดเล็กและไม่เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน ทำให้มองยังมีโอกาสก่อสร้างได้

    โดยสำหรับโครงการแนวราบยังมีสต็อกเหลือขายโดยเฉลี่ยราว 1-2 เดือนของแต่ละผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้ถ้าหากถูกปิด 1 เดือนจะยังกระทบไม่มาก แต่ถ้าคอนโดถูกชะลอการก่อสร้าง 1 เดือนจะกระทบแผนการก่อสร้างทั้งโครงการให้ช้าลง โดยเฉพาะคอนโดที่จะรอโอนในไตรมาส 4/64 ที่อาจเสร็จไม่ทันภายในปี โดยในนี้จะมีคอนโดใหม่ที่รอโอนกว่า 21
โครงการ มูลค่ารวม 5.86 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะรอโอนในไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 21% ของมูลค่ารวมหรือราว 1.21 หมื่นล้านบาท

 

***  กระทบกำไรกลุ่มรับเหมาฯงวดไตรมาส 3/64

    ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างคาดกระทบต่อการรับรู้รายได้และภาระค่าใช้จ่าย โดยมอง Negative ต่อการประกาศปิดสถานที่ก่อสร้าง เพราะคาดกระทบกำไรกลุ่มรับเหมาฯใน ไตรมาส 3/64 จากการรับรู้รายได้เลื่อนออกไปและมีค่าใช้จ่ายคนงานเพิ่ม (อ้างอิงจากข่าวรัฐชดเชยค่าแรงให้ 50%และขยายเวลาก่อสร้างให้ตามระยะเวลามาตรการควบคุมดังกล่าว) ประกอบกับอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหลังมาตรการควบคุมจากต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมแรงงานและอาจสร้างความกังวลต่อเนื่องถึงการเลื่อนลงนามฯหรือเปิดประมูลงานรัฐออกไปชั่วคราว

 

***ASPS ห่วงล็อคดาวน์ 10 จังหวัดฉุดจีดีพีทรุด 1.52% กดดันตลาดหุ้น

    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส (ASPS) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่าประเมินมาตรการรัฐล็อคดาวน์ 10 จังหวัดคุมโควิดจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และตลาดหุ้น โดย ASPS ประเมินจะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจในงวดไตรมาส 3/64 ชะลอตัวลงและส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ยิ่งใช้ยิ่งได้ และคนละครึ่งเฟส 3 มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง เพราะช่องทางการใช้จ่ายของประชนจะถูกจำกัดมากขึ้นและอาจการเพิ่มความท้าทายต่อแผนการเปิดประเทศภายใน 120 วันของรัฐได้เช่นกัน

    พร้อมคาดว่าการ Lockdown จะกระทบต่อ GDP รวมทั้งประเทศประมาณ 1.52% คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ไทย งวดไตรมาส 2-3/64 ชะลอตัวลงในและมีโอกาสติดลบทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าก่อนที่จะไปฟื้นงวดไตรมาส 4/64 เนื่องจากฐานงวดไตรมาส 3/63 ที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเชื่อว่า GDP น่าจะไม่ชะลอไปมากเท่าปี 63 เนื่องจากในปีนี้ภาคส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้น หลังธปท.คาดขยายตัวทั้งปีที่ 17% อาจมาช่วยหักล้างการชะลอตัวลงของGDP ปี 64 ได้ในบางส่วน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด