ข่าวนี้ที่ 1

THAI-AAV กอดคอพลิกกำไรปี66 รับการบินฟื้น-ฐานะการเงินแกร่ง

THAI-AAV กอดคอพลิกกำไรปี66 รับการบินฟื้น-ฐานะการเงินแกร่ง

    THAI แย้มปี 66 พลิกมีกำไร - รายได้แตะ 1 แสนล้านบาท หลังเดินหน้าลดค่าใช้จ่าย และธุรกิจการบินเริ่มดีขึ้น หลังการเปิดประเทศ เล็งเปิดเที่ยวบินเพิ่มเป็น 440 เที่ยวบิน/สัปดาห์ พร้อมเร่งรัดคลังสนับสนุนเงินทุนอีก 2.5 หมื่นล้านบาท ด้าน AAV คาดปี 66 พลิกกลับมามีกำไร หากเปิดการบินในประเทศ-ตปท. ได้ 100% พร้อมคาดปีหน้าจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 13.5 ล้านคน - Load Factor แตะ 80-83%

 

*** THAI ลุ้นปี 66 พลิกมีกำไร-รายได้แตะ 1 แสนลบ. 

    นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 65 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นมาเป็นมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากแผนการบินที่จะเพิ่มเส้นทางการบินยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงหวังว่าจะเปิดเส้นทางเอเชีย เช่น จีน และ ประเทศในอินโดจีนมากขึ้น จากปัจจุบันที่กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินกว่า 30% ทั้งนี้ คาดการณ์ดังกล่าวอยู่บนเงื่อนไขว่าจะไม่เกิดสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดระลอกใหม่ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายชดเชยให้พนักงานจะหมดในเดือน ก.ค.65 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นได้

    ขณะที่ในปี 66 เชื่อว่าการบินไทยจะกลับมามีกำไรแน่นอน พร้อมคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดแตะ 1 แสนล้านบาท และภายในปี 67 คาดว่ารายได้จะเพิ่มเป็นราว 1.4-1.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีคงเทียบกับก่อนเกิดโควิดที่มีรายได้ 1.8 แสนล้านบาทไม่ได้ เพราะจำนวนเครื่องบินลดลงเหลือ 54 ลำ จากก่อนหน้ามีประมาณ 100 ลำ

 

*** เร่งเปิดเที่ยวบินเพิ่มเป็น 440 เที่ยวบิน/สัปดาห์ 

    นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ  THAI กล่าวว่า ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทตามแผนการฟื้นฟูกิจการ บริษัทยังดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการหารายได้จากการพัฒนาระบบตัวแทนจำหน่าย การบริหารช่องทางการขายตรง ตลอดจนการลงทุนนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามายกระดับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ คู่ขนานมาโดยตลอด มีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตด้านรายได้อย่างต่อเนื่องและทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

    ทั้งนี้ บริษัทมีแนวโน้มผลดำเนินงานดีต่อเนื่อง โดยในเดือนต.ค.สามารถทำรายได้สูงสุด 1.2 พันล้านบาท และตั้งแต่การเปิดประเทศ ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 10 วันแรก ในเดือนพ.ย.64 บริษัทมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 750 คน/วัน จากก่อนหน้าอยู่ที่ 300 คน/วัน บริษัทฯจึงทำการเพิ่มเส้นทางบินและเที่ยวบินทั้งในส่วนของบริษัทฯ และสายการบินไทยสมายล์ไปยัง 44 จุดหมายปลายทางหลักในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 400 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

    ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าหลังผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่อง หวังว่าส่วนของผู้ถือหุ้นจะติดลบลดลง หลังการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟู ต้องรอดูผลประกอบการไตรมาส 4/64 ที่ชัดเจน

 

*** จี้คลังเร่งใส่เงินทุนอีก 2.5 หมื่นลบ. หวั่นสัดส่วนถือหุ้นลดลงเหลือ 8%

    นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ส่วนเงินกู้จากสถาบันการเงินจำนวน 25,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับเงินงวดแรกในช่วงต้นปี 65 หรือไม่เกินไตรมาส 1/65 ในขณะที่ไม่ได้มีการกู้เงินจากรัฐบาล เนื่องจากได้รับการยืนยันว่าจะไม่มีการให้กู้ แต่การเป็นสายการบินแห่งชาติจำเป็นต้องได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐต่อไป

    ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่มีการสนับสนุนเงินให้บริษัทจำนวน 25,000 ล้านบาท จำเป็นต้องมีการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ เนื่องจากได้กำหนดอยู่ในแผนฟื้นฟูไว้ก่อนแล้ว ซึ่งต้องมีการนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อขออนุมัติแผนใหม่ ส่วนการแก้แผนใหม่จะเป็นรูปแบบแปลงหนี้เป็นทุนหรือไม่เป็นเรื่องที่คลังต้องแจ้งมา เพราะหากมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน ในราคา 2.54 บาท สัดส่วนการถือหุ้นของคลังจะลดลง จาก 48% เหลือ 8%

    “กระทรวงการคลังต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ภายในเดือนพ.ย. นี้ จะแปลงหนี้หรือจะเพิ่มทุน หากคลังไม่มีคำตอบคือ ไม่แปลงหนี้เป็นทุนและไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน จะมีเอกชนเข้ามาซื้อหุ้มเพิ่มทุนแทน ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของคลังจะลดลงเหลือ 8% จาก 48 % และการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่าการบินไทยจะยังคงต้องเป็นสายการบินแห่งชาติต่อไปนั้น น่าจะหมายความว่ารัฐบาลยังจะต้องมีหุ้นในการบินไทยเพิ่มขึ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนหรือซื้อหุ้นเพิ่มทุน"

 

*** เผยงบ 9 เดือน พลิกมีกำไร 5.1 หมื่นลบ.

    ด้าน THAI รายงานผลดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 64 พลิกมีกำไรสุทธิ 51,121.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 49,552.53 ล้านบาท หลังมีรายได้พิเศษกว่า 73,000 ล้านบาท จากการขายหุ้น BAFS-NOK รวมถึงกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้และการขายทรัพย์สิน

 

*** AAV คาดปี 66 พลิกมีกำไร หวังเปิดบินในประเทศ-ตปท.ได้เต็ม 100%

    นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า ในปี 66 บริษัทจะสามารถมีกำไรจากการดำเนินงานได้ โดยอยู่บนเงื่อนไขการกลับมาบินได้ 100% ทั้งในเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ จากที่ปีหน้าอาจยังเห็นผลขาดทุนอยู่ เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาสถานการณ์โควิด-19 จึงไม่สามารถทำการบินได้เต็มที่ 100%

    อย่างไรก็ตามล่าสุดบริษัทได้กลับมาเปิดเส้นทางการบินต่างประเทศแล้ว โดยเริ่มที่แรกมัลดีฟ ซึ่งเปิดให้จองในวันนี้เป็นวันแรกไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ที่ราคา 1,990 บาท และ จะทำการบินในปลายปีนี้ โดยบริษัทคาดหวังอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร(Load Factor) จะอยู่ที่ 70-75% ซึ่งก่อนโควิดเคยขึ้นมาอยู่ที่ 90% โดยมาจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก 

 

*** ลุ้นปี 65 จำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 13.5 ล้านคน- Load Factor 80-83%

    นายสันติสุข กล่าวว่า ขณะที่อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร(Load Factor) ในปี 65 จะอยู่ที่ 80-83% และ คาดจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 13.5 ล้านคน จากปีนี้ที่คาด 3 ล้านคน ซึ่งไม่ได้เป้าหมายที่วางไว้ต้นปีที่ 9 ล้านคน เนื่องจากเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด โดย 9 เดือนมีจำนวนผู้โดยสารแล้ว 1.8 ล้านคน 

    ด้านเส้นทางบินต่างประเทศในไตรมาส 1/65 คาดจะเห็นจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาประมาณ 5-10% โดยคาดจะมีประเทศที่เปิด เช่น มาเลย์เซีย,สิงค์โปร์, เวียดนาม, ฮ่องกง และอินเดีย ส่วนไตรมาส 2/65 คาดประเทศจีนจะสามารถเปิดประเทศได้ ซึ่งคาดจะเห็นจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาประมาณ 20-30%  ส่วนไตรมาส 3/65 ประเทศที่จะเปิดเพิ่ม คือ ญี่ปุ่น และไตรมาส 4/65 คาดจะเห็นจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาประมาณ 60-70%

    ส่วนเส้นทางบินในประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ยังมีจำนวนผู้โดยสารไม่สูง ประมาณ 20% และ มีการใช้เครื่องบินประมาณ 10 ลำ เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มกลับมาเปิดการบิน แต่ในเดือนต.ค. และ พ.ย. จำนวนผู้โดยสารปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 40% และ มีการใช้เครื่องบินประมาณ 20 ลำ และ คาดว่าในเดือนธ.ค. นี้จำนวนผู้โดยสารปรับตัวเพิ่มขึ้น 70-80% และ คาดว่าจะกลับมาบินเส้นทางในประเทศได้ 100% ในเดือนม.ค. 65


*** คาดนักลงทุนใหม่ใส่เงินราว 1.1 หมื่นลบ.ภายในธ.ค.นี้

    นายสันติสุข กล่าวว่า กรณีที่บริษัทจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ให้กับ 6 นักลงทุนรายใหญ่บุคคลธรรมดา ได้แก่ นายพิธาน องค์โฆษิต ,นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ,นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ ,นางปิยะพร วิชิตพันธุ์ ,นายสุวพล สุวรุจิพร และนายวรพจน์ อำนวยพล คาดว่าได้รับเงินจากนักลงทุนใหม่เดือนธ.ค.นี้ ประมาณ 11,000 หมื่นล้านบาท และ ในเดือนม.ค. 65 อีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวบริษัทจะนำไปใช้ชำระหนี้และเป็นทุนในการดำเนินงาน ในขณะที่ซอลฟ์โลนจากทางรัฐบาล ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด