ข่าวนี้ที่ 1

OR กระหึ่ม!วอลุ่มทุบสถิติไอพีโอ-วางงบซื้อกิจการหมื่นลบ.

OR กระหึ่ม!วอลุ่มทุบสถิติไอพีโอ-วางงบซื้อกิจการหมื่นลบ.

    "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(OR)" วันแรกเทรดสนั่น! วอลุ่มพุ่งกระฉูด 4.73 หมื่นลบ. ทุบสถิติหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ให้ผลตอบแทน ณ ราคาปิด 62.50% มาร์เก็ตแคปทะลุ 3.5 แสนลบ. ด้านผู้บริหารยอมรับเหนือความคาดหมาย คาดหุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI-FTSE ก.พ.-มี.ค.นี้ พร้อมวางงบ 1 หมื่นลบ. ใช้ซื้อกิจการ-ลุยธุรกิจใหม่ ยันไม่ปิดโอกาสทำธุรกิจ"กัญชง"

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)วันแรก(11 ก.พ.) ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยการซื้อขายหุ้น OR มีปริมาณหุ้นหมุนเวียนตลอดทั้งวันสูงถึง 1.82 พันล้านหุ้น มีมูลค่าการซื้อขายรวม 4.73 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ
    ขณะที่ราคาหุ้นเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 26.50 บาท เพิ่มขึ้น 47.22% จากราคาไอพีโอที่ 18 บาท ก่อนที่จะปรับตัวลดลงแตะจุดต่ำสุดที่ 22.10 บาท และปรับตัวขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 29.50 บาท ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.25 บาท เพิ่มขึ้น 11.25 บาท หรือ 62.50% จากราคาไอพีโอ 
    ทั้งนี้ หากอ้างอิงราคาปิดของ OR ที่ 29.25 บาทต่อหุ้น จะทำให้ OR มีมาร์เก็ตแคปสูงถึง 3.51 แสนล้านบาท  

*** คาดหุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI -FTSE ก.พ.-มี.ค.นี้    
    
    นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  OR เปิดเผยว่า การซื้อขายหุ้นวันแรก บริษัทมีความพอใจและเหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าหุ้นจะได้เข้าไปคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ด้วยเกณฑ์ Fast-track ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือวันที่ 17 ก.พ.64 อีกทั้งยังคาดว่าจะได้เข้าไปคำนวณในดัชนี FTSE ในวันที่ 19-20 ก.พ.นี้ และเข้าคำนวณในดัชนี MSCI ในช่วงต้นเดือนมี.ค.64 ในลำดับถัดไป

*** วางงบ 1 หมื่นลบ. ซื้อกิจการ-ร่วมลงทุน-ลุยธุรกิจใหม่

    นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า บริษัทได้จัดเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับซื้อกิจการ (M&A) และธุรกิจร่วมลงทุน (JV) รวมถึงลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เช่น Mobility และ Lifestyle ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวแบ่งออกมาจากงบลงทุนรวมตามแผน 5 ปี ที่บริษัทตั้งไว้มูลค่ารวม 74,600 ล้านบาท
    ทั้งนี้ คาดหวังว่าจะเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA) จากการลงทุนดังกล่าวราว 10% ส่วนแผนการลงทุนในธุรกิจหลักทั้ง 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจน้ำมัน, ธุรกิจ Non-oil (ค้าปลีกและบริการอื่น ๆ) และธุรกิจต่างประเทศภายใน 5 ปีนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจน้ำมัน แต่การลงทุนในธุรกิจ Non-oil จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยวางเป้าหมาย EBITDA ของธุรกิจ Non-oil เติบโตสัดส่วน 32-33% จากเดิม 25% และธุรกิจต่างประเทศเติบโตเป็น 13% จากเดิมราว 5% ขณะที่ธุรกิจน้ำมันจะปรับตัวลงมาเล็กน้อยเหลือ 52% จาก 68-69%
    นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขยายสาขาสถานีบริการน่้ำมันปตท. ในประเทศเฉลี่ย 100 สาขาต่อปี และสาขาร้านกาแฟ Cafe Amazon จำนวน 400 สาขา อีกทั้งยังมีการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon รวมถึงโรงงานเบเกอร์รี่ในปีนี้ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ขณะเดียวกันก็ยังมีการลงทุนต่อเนื่องใน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย สปป.ลาว, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์ โดยตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมันปตท.เป็น 650 แห่ง จากเดิม 350 แห่ง, ร้านกาแฟ Cafe Amazon เพิ่มเป็น 550 แห่ง จากเดิม 200-240 แห่ง
    สำหรับการขยายลงทุนในต่างประเทศ บริษัทยังคงเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นมาร่วมเป็นพันธมิตรด้วย และมองโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เข้าไปในประเทศจีนตอนใต้ เพื่อขยายตลาดร้านกาแฟ Cafe Amazon และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น รวมถึงให้สิทธิ์พิเศษแฟรนไชส์ แก่บริษัทน้ำมันแห่งชาติโอมาน ในการดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ในประเทศโอมาน

*** ไม่ปิดกั้นโอกาสทำธุรกิจกัญชง หากไม่เกณฑ์ ESG 
    
    นางสาวจิราพร กล่าวว่า การพัฒนาสินค้าและบริการของร้านกาแฟ Cafe Amazon บริษัทฯ ยังคงมองโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดภาครัฐได้อนุมัติให้เอกชนสามารถประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชงได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวบริษัทไม่ได้ปิดกั้นในการทำธุรกิจดังกล่าว หากไม่ผิดต่อข้อกฎหมายหรือผิดหลักเกณฑ์ด้าน ESG







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด