ข่าวนี้ที่ 1

GULF เพิ่มทุน 3.2 หมื่นลบ. - ADB ชิงโยนบิ๊กล็อตตัดหน้า

GULF เพิ่มทุน 3.2 หมื่นลบ. - ADB ชิงโยนบิ๊กล็อตตัดหน้า

"กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์"  ประกาศเพิ่มทุน 1.06 พันล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม สัดส่วน 10:1 ที่ราคา 30 บาท/หุ้น  คาดได้เงิน 3.2 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุนโรงไฟฟ้า-โครงสร้างพื้นฐาน และชำระหนี้  ส่วน "บี.กริม เพาเวอร์" ยันไม่มีแผนเพิ่มทุน หลังมีกระแสเงินสดเพียงพอ ด้าน ADB ขายบิ๊กล็อตหุ้น GULF-BGRIM มูลค่ารวม 9.64 พันล้านบาท ก่อน GULF ประกาศแผนเพิ่มทุน  


*** GULF เพิ่มทุน 1.06 พันล้านหุ้น ขายหุ้นละ 30 บาท

     บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจาก 10,666,500,000 หุ้น เป็น 11,733,150,000 หุ้น โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ จำนวน 1,066,650,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 

    โดยจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) อัตราส่วน 10 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ราคาขาย 30 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมายผู้ถือหุ้นไม่ได้รับสิทธิเพิ่มทุน (XR) วันที่ 6 ส.ค.63 และจองซื้อ-ชำระเงินค่าหุ้นวันที่ 14 – 18 ก.ย.63

     การเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทให้มีความแข็งแกร่ง โดยทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน(D/E)อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต และเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่บริษัท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หาก GULF ขายหุ้นเพิ่มทุนได้ทั้งจำนวน จะได้รับเงินทั้งสิ้นประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท

*** เดินหน้าลงทุนพลังงาน-โครงสร้างพื้นฐาน
 
    นอกจากนี้ GULF มีแผนนำเงินเพิ่มทุนไปลงทุนในโครงการที่อยู่ในแผนงาน เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม พลังงานลมในประเทศเยอรมนี โครงการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่น โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โครงการก๊าซธรรมชาติในประเทศโอมาน โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ 

           และเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายธุรกิจในอนาคต โดยบริษัทมองโอกาสในการขยายธุรกิจไปในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และอื่นๆ นอกจากนี้เงินเพิ่มทุนบางส่วนจะถูกนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมที่มีอยู่ เพื่อเป็นการลดภาระดอกเบี้ย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการของบริษัท

*** ADB โยนบิ๊กล็อต GULF-BGRIM รวม 9.64 พันลบ.

    เมื่อช่วงเช้าวันที่  23 ก.ค.63  พบการซื้อขายรายการใหญ่บนกระดาน (บิ๊กล็อต) GULF  จำนวน 2 รายการ รวม 176 ล้านหุ้น  ในราคาซื้อขายเฉลี่ย  35.15 บาท/หุ้น มูลค่าการซื้อขายรวม 6,186.40 ล้านบาท

    และพบ บิ๊กล็อต บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM จำนวน 2 รายการ จำนวน 68 ล้านหุ้น ราคาซื้อขายเฉลี่ย 50.80 บาท รวมมูลค่า 3,454.39 ล้านบาท 

    ทั้งนี้ บิ๊กล็อตทั้ง 2 รายการ เป็นการทำรายการของ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(ADB)

 *** ADB ขายหุ้นปรับพอร์ตลงทุน

    นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน  GULF เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า กรณีที่ ASIAN DEVELOPMENT BANK (ADB)? ขายหุ้นของบริษัทจำนวน 176 ล้านหุ้น จากทั้งหมดที่ถืออยู่ 320 ล้านหุ้น มองว่าเป็นนโยบายของผู้ถือหุ้นเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนบางส่วน โดยยืนยันไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

     โดยบริษัทยังเดินหน้าการลงทุนตามแผนเดิม เพื่อให้ผลประกอบการในปี 63 และปี 64 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เยอรมนี ซึ่งจะรับรู้ผลประกอบการเข้ามาได้ทันที ขณะเดียวกันเชื่อว่าในอนาคตทาง ADB สามารถให้เงินกู้เพื่อพัฒนาโครงการกับทางบริษัทได้ต่อเนื่อง

     "ADB ยังมั่นใจในธุรกิจของบริษัท สาเหตุที่ขายเพราะเป็นนโยบายและเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น และไม่ได้ขายทั้งหมดเพราะยังมั่นใจในพื้นฐานของบริษัทที่ยังแข็งแกร่ง ทั้งปีนี้และปีหน้าก็จะมีกำไรเข้ามาเพิ่ม ทาง ADB ก็มีแผนจะปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต"นางสาวยุพาพิน กล่าว

***  BGRIM มั่นใจไม่กระทบแผนธุรกิจ

     นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร   BGRIM เปิดเผยว่า ไม่ทราบเรื่องที่ ADB ขายหุ้นบริษัท  68 ล้านหุ้น (คิดเป็นสัดส่วน 2.61% ของหุ้น BGRIM) จากที่ถือหุ้นทั้งหมด 123 ล้านหุ้น (4.72% ของหุ้น BGRIM) แต่ถือเป็นนโยบายภายในของ ADB และเป็นสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นเอง เพื่อบริหารพอร์ตการลงทุน และเป็นการบริหารวงเงินภายในของ ADB เพื่อเตรียมสนับสนุนหรือลงทุนในในโครงการของ BGRIM อาทิเช่น Green bond 5,000 ล้านบาทที่ผ่านมา โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม และโครงการอื่นในอนาคต

             ทั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานของ BGRIM เนื่องจาก ADB เป็นผู้ถือหุ้นในลักษณะ passive investor พื้นฐานของ BGRIM ยังคงมีความแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ เดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันมีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 โครงการรวม 3,019 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีกหลายโครงการรวมเป็นกำลังการผลิตทั้งหมด 3,547 เมกะวัตต์

 *** BGRIM ยันยังไม่มีแผนเพิ่มทุน 
 
    นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน  BGRIM เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า  บริษัทไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุนแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสเงินสดในมือ และวงเงินกู้ที่จะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน รวมมากกว่า 30,000 ล้านบาท เพียงพอที่จะใช้ลงทุนในโครงการตามแผนที่วางไว้ว่าจะมีใบอนญาตซื้อขายไฟฟ้าได้ 5,000 เมกะวัตต์ (MW)

     โดยมีแผนที่จะต้องใช้เงินลงทุน 5 ปี (63-67) วงเงิน 70,000-75,000 ล้านบาท ซึ่งได้เตรียมเงินลงทุนในส่วนทุน และจัดหาเงินลงทุนในส่วนเงินกู้ ไว้แล้ว โดยมีโครงการที่จะลงทุน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้า LNG ที่ประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตสูงสุด 3,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเกาหลีใต้ กำลังการผลิตเบื้องต้น 36 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SPP จำนวน 5 แห่งที่ได้รับการต่อสัญญา

     ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน(D/E) อยู่ที่ 1 เท่า บริษัทมีนโยบายที่จะควบคุมไม่ให้เกิน 2 เท่า ถึงแม้เงื่อนไขของเงินกู้ธนาคารและหุ้นกู้ระบุไว้ว่าไม่ให้เกิน 3 เท่าก็ตาม 

         " ในอนาคตถ้ามีโครงการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำเรื่องการเพิ่มทุนมาพิจารณาแต่ตอนนี้ยังไม่มี"

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น GULF ปิดตลาดวันที่ 23 ก.ค.63 ที่ราคา 34.25 บาท ลดลง 7.43% คิดเป็น 2.75 บาท 9,037 ล้านบาท  ส่วน BGRIM ปิดตลาดที่ราคา 51.50 บาท ลดลง 4.19% คิดเป็น 2.25 บาท 2,289 ล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด