ข่าวนี้ที่ 1

PTG กำไรพ้นจุดต่ำสุด กูรูมองครึ่งปีหลังฟื้น

PTG กำไรพ้นจุดต่ำสุด กูรูมองครึ่งปีหลังฟื้น

 

"พีทีจี เอ็นเนอยี" คงเป้า EBITDA โต 10-12% จากปีก่อน แม้ลดเป้าปริมาณเติมน้ำมัน แต่ค่าการตลาดยังเหมาะสม บวกกับมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น มองครึ่งปีหลังธุรกิจนอน-ออยล์ สดใส ตามภาคท่องเที่ยว ด้านโบรกฯ ประสานเสียงกำไรQ2 ฟื้นเด่นชัด "ทรีนีตี้" เคาะราคาปีหน้า 20 บาท 
 
 
***คงเป้าการเติบโต EBITDA 10-12%  

 

นายรังสรรค์ พวงปาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า บริษัทฯ ยังคงประมาณการกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 63 เติบโต 10-12% จากปีก่อน ที่ทำได้ 5,200 ล้านบาท เป็นผลจากปริมาณการเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และค่าการตลาดอยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน
เพิ่มขึ้น

บริษัทได้ปรับลดเป้าปริมาณการเติมน้ำมันในปีนี้เหลือ 5,100 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ 5,400 ล้านลิตร แต่ปริมาณการเติมในปีนี้จะมากกว่าในปี 62 ที่ทำได้เพียง 4,600 ล้านลิตร เนื่องจากในช่วง Q1/63ปริมาณการเติมน้ำมันเติบโตอย่างมาก ขณะที่ใน Q2/63 ถึงแม้จะมีการ Lock Down แต่ปริมาณการเติมจากกลุ่มลูกค้ารีเทล หรือค้าปลีกเติบโต 2% แต่ปริมาณเติมของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมลดลง

 

***คาดค่าการตลาดเฉลี่ยในปีนี้  1.8 บาทต่อลิตร 

 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ คาดว่าค่าการตลาดเฉลี่ยในปีนี้ จะอยู่ที่ 1.8 บาทต่อลิตร ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะลดลงเหลือ 1.75 บาทต่อลิตร หรือปรับเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 2.1 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นผลจากการปรับราคาขายปลีกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและลดลง บริษัทฯ จะพยายามรักษาระดับคงค้างสต็อก และบริหารจัดการภายในเพื่อให้ค่าการตลาดสามารถคงอยู่ระดับ 1.8 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี63 คาดว่าธุรกิจนอน-ออยล์ จะปรับตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านกาแฟ ซึ่งเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงในปีนี้จะมีส่วนกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจปาล์ม คอมเพล็กซ์ จำนวน 240-250 ล้านบาท เนื่องจากสูตรการคำนวณราคา ตั้งไว้ตามพื้นฐานของราคาปาล์มในประเทศจึงทำให้ไม่มีผลกระทบต่อกำไร

บริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มงบลงทุนปีนี้ เป็น 3,000-3,500 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปรับลดลงมาเหลือ 2,000-2,500 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท สาเหตุที่บริษัทปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งเป็นเพราะจะมีการปรับปรุงสถานีให้บริการน้ำมันเดิมที่มีอยู่ แต่จะขยายสถานีใหม่เพียง 50-100 สาขา และจะปรับปรุงร้านกาแฟให้ดึงดูดลูกค้ามากขึ้น

กรณีที่ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดเป็นผลจากนักลงทุนคาดการณ์ผลประกอบการ Q2/63 ของบริษัท เนื่องจากมีนักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจของ PTG จะเติบโตต่อเนื่องจากปริมาณการเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากความไว้ใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัท และการให้สิทธิพิเศษของการเป็นสมาชิกบัตร MaxCard


***โบรกฯ ประสานเสียงกำไร Q2/63ฟื้น-เคาะเป้าปีหน้า 20 บาท 

บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ คาดกำไรของ PTGใน Q2/63 จะกลับมาเติบโตสูง QoQ แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 16.80 บาท (PER 20 เท่าปี 63) โดยทิสโก้ฯ ยังมีมุมมองที่ดีต่อการดำเนินงานในปีนี้ของPTG ด้วย 3 เหตุผลคือ 

(1) มองว่ากำไรสุทธิของบริษัทผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q1/63 (2)ปริมาณขายน้ำมันที่ฟื้นตัวได้เร็วหลังจากหดตัวในเดือน เม.ย.โดยคาดปริมาณขายสามารถเติบโตได้ 4% YoY ใน Q2/63 และ (3) ค่าการตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นมาที่ 1.80-1.90 บาท/ลิตร จาก 1.60 บาท/ลิตรใน Q1/63 จากระดับราคาน้ำมันในตลาดที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น 

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับ PTG ได้แก่ (1) ค่าการตลาดที่อ่อนตัวกว่าที่เราคาดไว้ (2) ปริมาณขายน้ำมันที่ต่ำกว่าคาด และ (3) ความล่าช้าของธุรกิจนอน-ออยล์  

บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ มองเหมือนกันคือ คาดว่าแนวโน้มกำไร Q2/63-Q3/63 จะฟื้นตัวอย่างเด่นชัด ทั้งจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางกลับสู่ปกติ และค่าการตลาดที่ระดับ 2 บาทต่อลิตร แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี64 ที่ 20 บาท อิง PER -0.5SD ที่ 18 เท่า

ราคาหุ้นปัจจุบัน คิดเป็น Market cap per station มีมูลค่าเพียง 13 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าการสร้างสถานีน้ำมันเองที่ต้องลงทุน 15-20 ล้านบาท  นอกจากนี้ ข้อมูล Google Big Data บ่งบอกการเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใกล้สู่สภาวะปกติจาก -55% เหลือแค่ -9% และช่วงหยุดยาวเดือน ก.ค. อาจจะเห็นการเดินทางกลับมาเป็นเติบโตจากก่อนหน้าเกิด COVID-19 ได้

      
 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด