ข่าวนี้ที่ 1

กูรูฟันธง กนง.คงดอกเบี้ย-หวั่น GDP ปีหน้าโตไม่ถึง 5%

กูรูฟันธง กนง.คงดอกเบี้ย-หวั่น GDP ปีหน้าโตไม่ถึง 5%

    กูรูประเมิน ประชุมกนง.สัปดาห์นี้ คงดอกเบี้ยที่ 0.5% แต่ให้จับตาตัวเลขศก. หวั่นอาจหั่นเป้าจีดีพีปี 64 โตไม่ถึง 5% หลังภาคท่องเที่ยวยังทรุดหนัก ฟากโบรกฯ คาดยังมีโอกาสลงได้อีกครั้งช่วงปลายปี พร้อมคาด SET (21-25 ก.ย.)ขยับในกรอบ 1,255-1,310 จุด      

* นายแบงก์ ประเมิน กนง.คงดบ.ต่อ 
    
    นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยกับ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 23 ก.ย. นี้ เชื่อว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% ต่อปี 

    โดยแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง แม้เศรษฐกิจไทยจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2/63 แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ เม็ดเงินที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3-4/63 ยังค่อนข้างน้อย

    “สัญญาณล่าสุดคือ เราผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่การฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการใช้จ่าย งบลงทุนต่างๆ ที่แม้จะมีส่วนที่อนุมัติมาแล้วแต่ก็ยังค่อนข้างน้อย ในแง่นโยบายการคลัง เชื่อว่าจะมีความสำคัญมากและยังคงเป็นพระเอกในตอนนี้”นายยรรยง กล่าว

    ด้านนโยบายการเงิน มองว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันค่อนข้างต่ำมากแล้ว แต่ปัญหาหลัก คือ จะทำอย่างไรให้เกิดการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยไปยังภาคเศรษฐกิจจริงให้มีประสิทธิภาพ โดยธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ และลดความเสี่ยงจากภาคเศรษฐกิจให้ได้

* จับตาเป้าจีดีพีปี 64 อาจโตไม่ถึง 5%  

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT กล่าวว่า การประชุมกนง.ในสัปดาห์หน้า คาดว่า กนง.จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน โดยเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในขณะนี้

    อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การประชุม กนง. จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในปี 64 ด้วย ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ได้กลับมาเร็ว และมากเท่ากับที่ผ่านมา และมีโอกาสที่จีดีพีจะขยายตัวได้ไม่ถึง 5% เท่าที่คาดการณ์ไว้

    นายอมรเทพ กล่าวว่า หลังจากนี้ จะต้องจับตาการเปลี่ยนบทบาทจากนโยบายอัตราดอกเบี้ย มาเป็นอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากหากบาทที่แข็งค่ามากอาจจะกระทบกับรายได้ของภาคการส่งออก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากขึ้น หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินอื่นๆในภูมิภาค

    ด้านนายเชาว์ เก่งชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในการประชุมกนง. คาดว่ากนง.จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน และประเด็นของการขับเคลื่อนนโยบายการเงินน่าจะไปอยู่จะทำอย่างไรให้มีการขยายตัวของสินเชื่อไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เนื่องจากปัจจุบันพบว่า ยังมีสภาพคล่องส่วนเกินในระดับสูง และเอสเอ็มอีจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ดี 

* เอเซียพลัส คาดยังเหลือกระสุนอีก 1 นัด ปลายปีนี้ 

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยว่า การประชุม กนง.ในรอบนี้คาดว่ายังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่  0.5% สอดคล้องกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล  (Bond Yield) 1 ปีของไทยที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.51% ทั้งคาดว่า กนง.จะมีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง ราว 0.25% ในช่วงปลายปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงจากการอนุมัติงบประมาณปี 64 ล่าช้า รวมถึงความไม่แน่นอทางการเมือง ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

    นอกจากการประชุมกนง.แล้ว ในสัปดาห์นี้ ยังต้องติดตาม การประชุมคณะรัฐมนตรี (22 ก.ย.63) ที่จะพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ ศบศ. เห็นชอบไปเมื่อ 16 ก.ย.  คือ มาตรการโครงการคนละครึ่ง, มาตรการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการ Top up 500 บาท  และมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากต่างชาติ  ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่นกลุ่มค้าปลีก (CPALL) และกลุ่มอสังหาฯ (NOBLE)
 
     ส่วนวันที่ 23 ก.ย. กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออกและนำเข้าเดือน ส.ค. โดยตลาดคาดว่าส่งออกจะติดลบ 17.8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนนำเข้าคาดติดลบ  23.2%  ทั้งนี้ทางเอเซียพลัสพิจารณาการนำเข้าของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย (สัดส่วนเกือบ 40% ของการส่งออกรวมของไทย) ในเดือน ส.ค. 63 หดตัวเฉลี่ยติดลบ 12.3% เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดที่คาด -17.8%

* โนมูระฯ แนะรอดูนโยบายผู้ว่าฯ คนใหม่ 

    นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการ การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ CNS  กล่าวว่า ในกาประชุม กนง. ในสัปดาห์หน้า คาดว่า กนง.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.5% ต่อปี และคาดว่าจะคงไว้ที่ระดับดังกล่าวจนถึงสิ้นปีนี้

    แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาทิศทางนโยบายของผู้ว่าการธปท.คนต่อไป คือ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งด้วย ว่าจะดำเนินนโยบายการเงินไปในทิศทางใด แต่เชื่อว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างแน่นอน

    “เราคิดว่าการคงอัตราดอกเบี้ยคงไม่ได้มีผลอะไรกับกลุ่มแบงก์ หรือ ภาพรวมของตลาดมากนัก เนื่องจากเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และก็มีการคงอัตราดอกเบี้ยมาแล้วหลายครั้ง ส่วนกลุ่มแบงก์นั้น คงต้องติดตามอีกสัก 1 ไตรมาสว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็มีตัวที่น่าสนใจ เช่น BBL”นายคณฆัส กล่าว

* คาด SET ขยับกรอบ  1,255-1,310 จุด 

    สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดานี้ (21-25 ก.ย.63) ยังคงมีช่วงที่อ่อนตัวลงบ้าง หรือซึมลงบ้าง ซึ่งหากไม่มีปัจจัยที่รุนแรงที่เข้ามากระทบเชื่อว่า จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยประเมินแนวรับที่ 1,255-1,270 สำหรับแนวต้านที่ 1,300-1,310 จุด ส่วนปัจจัยการเมืองยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากต้องรอดูท่าทีการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเป็นหลัก  

    โดยหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุน เช่น CRC- BDMS กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว เช่น HANA- KCE กลุ่มขนาดเล็กที่มีการเก็งกำไรขึ้นมา เช่น HTC - ICHI - SAPPE เป็นต้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด