ข่าวนี้ที่ 1

PROS ได้ฤกษ์เทรดวันแรก กูรูเคาะเป้า 2.70-3 บ. /หุ้น

PROS ได้ฤกษ์เทรดวันแรก กูรูเคาะเป้า 2.70-3 บ. /หุ้น

     "พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง(PROS)" พร้อมเข้าเทรด mai วันแรก 27 เม.ย.นี้ ผู้บริหารมั่นใจนักลงทุนตอบรับคึกคัก พร้อมตุนงานในมือไว้ล็อตใหญ่กว่า 2 พันลบ. ดันผลงานโตต่อเนื่อง ด้านโบรกฯให้ราคาเหมาะสม 2.70-3 บาท/หุ้น คาดกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 47-53%

 

*** PROS มั่นใจหุ้นเทรดวันแรกคึกคัก

    นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกในวันที่27 เม.ย.นี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่องด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากรและระบบการทำงานเพื่อขยายธุรกิจและโอกาสในการเข้าประมูลงานใหม่ๆ และสนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

*** ตั้งเป้ารายได้ 3 ปีข้างหน้า โตฉลี่ยปีละ 10-20%

    นายพงศ์เทพ กล่าวว่า แผนการเติบโตในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2564-2566) บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% โดยจะมาจากงานบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร และรายได้จากงานให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานโยธา คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันกว่า 99% ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่นๆ ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเน้นควบคุมและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี เพื่อความสามารถในการทำกำไรที่ดี โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 6-7% จากปี 2563 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5%

 

*** ฐานะการเงินแข็งแกร่ง คาด D/E ลดลงเหลือ 0.61 เท่า

    นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน PROS เปิดเผยว่า คาด PROS จะเป็นหุ้นไอพีโอที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้วยจุดเด่นบริษัทฯมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยภายหลังจาก IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงเหลือเพียง 0.61เท่าในปี 64 จากปี 63 ก่อน IPO อยู่ที่ 1.18 เท่า มีเงินสดในมือสูง และมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

 

*** ตุนแบ็กล็อกปัจจุบันสูงกว่า 2 พันลบ.

    นายสัมฤทธิ์ชัย กล่าวว่า รายได้และกำไร PROS เติบโตแข็งแกร่งโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากงานโครงการในมือที่ยังไม่ส่งมอบ ณ วันที่ 15 มี.ค.64 จำนวน 768 ล้านบาท และงานที่มีหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้าง (LOI) อีกราว 1,229 ล้านบาท สนับสนุนงานในมือ (Backlog) ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงานในมือทุบสถิติใหม่ของบริษัท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ค่อนข้างมั่นคงและมีเสถียรภาพ และยังไม่รับรวมโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทฯ มีโอกาสเข้าไปร่วมประมูลเพิ่มเติมอีก 

    สำหรับผลงานในปี 2563 แม้ในสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ ก็สามารถทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท เติบโตกว่า 86.66% จากปี 2562 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีศักยภาพในการปรับตัวทางธุรกิจให้มีกำไรต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ส่วนรายได้อยู่ที่ 944.77 ล้านบาท

 

*** ย้ำกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่กอดหุ้นแน่น

    นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น PROS เปิดเผยว่า  นักลงทุนจะให้ความสนใจและการตอบรับหุ้น PROS เป็นอย่างดี จากราคาหุ้น IPO ที่ระดับราคา 2 บาท เป็นราคาที่มีส่วนลดในระดับที่ดีมากให้กับนักลงทุน 

    โดย P/E ของบริษัทฯคาดว่าจะลดลงได้อีกมากจากศักยภาพที่จะเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง จากงานในมือสูงเป็นประวัติการณ์ และจากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้น จะทำให้บริษัทมีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และมีโอกาสได้รับงานอีกมากในอนาคต ตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศ ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

    ด้านผู้บริหารย้ำความมั่นใจกลุ่มครอบครัวรัตนแสงสรวง และผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 3 ราย ซึ่งร่วมก่อตั้งบริษัทมาด้วยกัน โดยถือหุ้นเกิน 50% ติดไซเรนท์พีเรียดและไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกไป โดยผู้ถือรายใหญ่ทั้งหมดให้ความมั่นใจนำหุ้นส่วนที่เหลือจากที่ติด Silent มาติด Lock Up ทั้งหมด

 

*** 3 โบรกฯ ให้ราคาเหมาะสม 2.70 – 3 บาท

    ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าพื้นฐานกลางปี 2565 ของ PROS ที่ 3.00 บาท โดยอิง PE 16.7 เท่า จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังระยาวของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเสาเข็ม ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่ยังไม่รับรู้รายได้อยู่ที่ราว 768.31 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ไปถึงปี 2564-2565 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ชนะประมูลหรือได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้างแล้ว จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 1,229.48 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่ระหว่างร่วมประมูลทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ารวม 2,694 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการปี 2563-2565 เติบโตถึง 47%

    บล.ทรีนีตี้ จำกัด ระบุความน่าสนใจในการรลงทุน PROS ได้แก่ 1. ประมาณการรายได้และกำไรโตต่อเนื่อง จากงานในมือที่ทยอยรับรู้ต่อเนื่อง รวมถึงงานใหม่ โดยคาดรายได้เติบโต (CAGR) ปี 2563-2565 ราว 28.6% ต่อปีและคาดกำไรสุทธิปี 63-65 เติบโตราว 53.3% ต่อปี,2. ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยหลังจากการ IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนจะลดลงมาเหลือเพียง 0.03 เท่าในปี2564 จาก 0.06 เท่าก่อน IPO โดยมีสถานะเป็น Net Cash มีเงินสดในมือสูงและมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และ3. ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์ในธุรกิจมากว่า 25 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2564 เท่ากับ 2.77 บาทต่อหุ้น

    บล. ฟินันเซีย ไซรัส ระบุแม้ว่ารายได้จะลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามภาวะการลงทุนในประเทศที่หดตัว แต่ด้วย Backlog ราว 2 พันล้านบาท จึงคาดว่ากำไรปีนี้จะโตก้าวกระโดด 99.6% จากปีก่อน และโตต่อเนื่อง 15.5% และ 11.4% ในปี 65-66 พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 2.70 บาท อิงค่าพีอี 15 เท่า โดยเทียบเคียงจากความสามารถในการทำกำไรของ FLOYD และ PLE ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจคล้ายคลึง PROS โดยให้น้ำหนักกับ FLOYD มากกว่าเพราะธุรกิจใกล้เคียงกันที่สุด PROS มี ROE สูงกว่าทั้ง 2 บริษัท แต่อัตรากำไรปี62 ซึ่งเป็นปีปกติต่ำกว่า FLOYD แต่สูงกว่า PLE จึงให้ PE ต่ำกว่า FLOYD เล็กน้อยและสูงกว่า PLE ทั้งนี้ที่ระดับ PE 15 เท่า มีส่วนลดประมาณ 12% จาก PE เฉลี่ยกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ใน SET จึงถือว่าเหมาะสม







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด