ข่าวนี้ที่ 1

ธปท.จ่อหั่นเป้าจีดีพีปี 64-65 โควิดฉุดศก.ฟื้นช้ากว่าคาด

ธปท.จ่อหั่นเป้าจีดีพีปี 64-65 โควิดฉุดศก.ฟื้นช้ากว่าคาด

    ธปท. เตรียมหั่นเป้าจีดีพีไทยปี 64-65 หลังโควิดระลอก 3 ระบาดรุนแรงในวงกว้าง กระทบแผนเปิดประเทศ ทำเศรษฐกิจไทยฟื้นช้ากว่าคาด ด้านสมาคมธนาคารไทย มองโควิดฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 2-3/64 ชะลอ ส่วนจีดีพีไทยปีนี้มีลุ้นเติบโตเพียง 1.5%

 

*** ธปท.จ่อหั่นจีดีพีไทยปี 64-65 หลังศก.ฟื้นช้ากว่าคาด

    นางสาวชญาวดี ชันอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมจะปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปี 64-65 ใหม่ ในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ โดยจะปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมุมมองต่อเศรษฐกิจในอนาคต 

    ทั้งนี้การปรับประมาณการดังกล่าวสอดคล้องกับที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธปท. ระบุก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถกลับมาฟื้นตัวเท่ากับก่อนโควิด-19 ระบาดได้ในช่วงไตรมาส 3/66 ช้ากว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-3/65  เนื่องจากการระบาดในระลอกที่ 3 มีความรุนแรงและขยายวงกว้าง รวมถึงอาจส่งผลให้การเปิดประเทศล่าช้ากว่าที่ประมาณการไว้ จึงส่งผลต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

    อย่างไรก็ตามหากการฟื้นตัวช้ากว่าประมาณการเดิมจะทำให้กระทบเศรษฐกิจไทยปี 65 หรือไม่ คงต้องเข้าสู่ปรับประมาณการอีกรอบ เพราะในแง่ของข้อมูลวัคซีน การกระจายวัควีนและการแพร่ระบาดมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา โดยในเดือน มิ.ย.จะมีทบทวนประมาณการใหม่ และคงมีการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงมุมมองในอนาคตคงมีการปรับแน่นอนจากเดือนมี.ค.

    “คงต้องเข้าสู่การปรับประมาณการจีดีพีอีกรอบ โดยมีข้อมูลมากมาย ทั้งวัคซีน การกระจายวัคซีน การแพร่ระบาดที่มีการปรับเปลี่ยนรายวัน โดยในเดือนมิ.ย.นี้จะทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด” นางสาวชญาวดี กล่าว

 

*** ศก.เดือนเม.ย.เจอพิษโควิด ฉุดภาคบริโภค-ลงทุนเอกชนชะลอ

    นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจไทยในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ยอมรับว่า เริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนลดลงตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวจากมาตรการกจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ 

    ด้านการส่งออกในเดือนเม.ย. ขยายตัว 19.1% และนำเข้าขยายตัว 25.9% โดยการส่งออกที่ขยายตัวตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าและช่วยพยุงการผลิตภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การนำเข้าขยายตัวตามการนำเข้าหมวดเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ ด้านการนำเข้าวัตถุดิบและสิ้นค้าขั้นกลางอื่นๆ ยังทรงตัวในระดับสูง สอดคล้องกับการส่งออกที่ฟื้นตัว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังมีบทบาทในการพยุงเศรษฐกิจต่อเนื่อง

 

*** เงินเฟ้อทั่วไปเม.ย.อยู่ที่ 3.4% เหตุฐานต่ำ-แค่ปัจจัยชั่วคราว

    นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย. เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.8% โดยเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ประกอบกับมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาของภาครัฐสิ้นสุดในเดือนก่อนหน้า รวมถึงราคาพลังงานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านตลาดแรงงานยังเปราะบาง

 

*** ห่วงกิจกรรมศก.เดือนพ.ค.ลดลง หลังโควิดระบาดหนัก

    นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ส่วนเดือนพ.ค. มองว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลง เป็นผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง และมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดที่กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

 

*** ส.ธนาคารไทย คาดโควิดระลอก 3 ฉุดศก.ไตรมาส 2-3/64 ชะลอ

    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ใหม่ในครั้งนี้ได้สร้างความรุนแรงและขยายวงกว้างในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ประเมินว่าการระบาดระลอกใหม่นี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์

 

*** คาดศก.ไทยปีนี้โต 1.5%

    นายผยง กล่าวว่า ในเดือนพ.ค.นี้ทาง กกร. ได้ปรับลดการประมาณการจีดีพีปีนี้เหลือเพียงขยายตัวในกรอบ 0.5-2.0% ซึ่งตัวเลขนี้ ได้รวมผลลัพธ์จากมาตราการของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศออกมาแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นจีดีพีเติบโตได้ 1.5% ถ้าภาครัฐกระตายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงในเดือนก.ค.นี้ แต่ถ้าลากยาวออกไปถึงเดือนส.ค. ผลกระทบก็จะเกิดเป็นระลอก ๆ

    “ตอนนี้ระบบธนาคารเปิดทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางตรงแต่ละธนาคาร หรือ ธนาคารอื่นที่ประชาชนหรือลูกค้าใช้บริการอยู่ รวมไปถึงทางธปท.และกระทรวงการคลังก็ติดตามผลเป็นระยะๆ ตอนนี้สภาพล่องในระบบยังมี ภาคธนาคารอยากให้กลับไปอยู่ในมือของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและก่อให้เกิดการต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ บอบช้ำทางเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด ก้าวผ่านช่วงเปาะบางในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้านี้ไปให้ได้ ถ้าทำได้ ก็จะฟื้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการฉีดวัควีนให้ทั่วถึงภายในเดือนก.ค.นี้ก็เชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจะเป็นแบบก้าวกระโดด ถ้าท่านบอบช้ำน้อยโอกาสที่เป็นความชันการฟื้นตัวก็จะสูง แต่ถ้าบอบช้ำมากการฟื้นตัวก็จะเป็นไปในลักษณะต้องใช้พลังเยอะมาก” นายผยง กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด