ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP ทุ่ม 7.3 หมื่นลบ. ซื้อแหล่งก๊าซฯโอมาน-ดันอัพไซด์ 8 บ.

PTTEP ทุ่ม 7.3 หมื่นลบ. ซื้อแหล่งก๊าซฯโอมาน-ดันอัพไซด์ 8 บ.

    "ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP)" ประกาศทุ่มเงิน 2.45 พันล้านดอลลาร์ (7.35 หมื่นล้านบาท) เข้าซื้อหุ้น 20% ในโครงการ "Oman Block 61" แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในประเทศโอมาน คาดกระบวนการแล้วเสร็จภายในปี 64 ด้านโบรกฯมองช่วยเพิ่มปริมาณผลิตรวม 15-20% เพิ่มมูลค่าหุ้น 5-8 บาท/หุ้น

 

*** ทุ่มงบ 7.35 หมื่นลบ. ซื้อหุ้น 20% ในแหล่งก๊าซฯโอมาน 


    นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 64 บริษัท พีทีทีอีพี มีนา จำกัด ซึ่งบริษัทย่อยของ PTTEP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายสัดส่วนการลงทุน จำนวน 20% ในโครงการ Oman Block 61 (แปลง 61) ในประเทศโอมาน จากบริษัท  บีพี เอ็กซ์พลอเรชั่น (เอปซิลอน) จำกัด หรือ BP

    ทั้งนี้ การเข้าซื้อสัดส่วนลงทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.35 หมื่นล้านบาท อิงค่าเงินบาทที่ระดับ 30 บาท/ดอลลาร์) โดยจะมีการปรับลดมูลค่าและเงินทุนหมุนเวียน และอาจมีการรับรู้มูลค่าการซื้อเพิ่มเติมในจำนวนไม่เกิน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย PTTEP จะชำระมูลค่าการซื้อขายด้วยเงินสดที่มีอยู่ ณ วันที่การซื้อขายมีผลสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการได้รับอนุมัติจากรัฐบาลโอมานและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 64

    หากการซื้อขายเสร็จสิ้น BP ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ จะเหลือสัดส่วนการลงทุน ในโครงการ Oman Block 61 จำนวน 40% จากเดิมที่อยู่ระดับ 60% ส่วนผู้ร่วมทุนอื่นๆ ประกอบด้วยบริษัท Makarim Gas Development LLC (OQ) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติโอมานถือสัดส่วนการลงทุน 30% และบริษัท PC Oman Ventures Limited (PETRONAS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของปิโตรนาส มีสัดส่วนการลงทุน 10% 

 

*** เพิ่มปริมาณขายปิโตรเลียมได้ทันที

    นายพงศธร กล่าวว่า โครงการ Oman Block 61 เป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติ (ก๊าซฯ) บนบกในตอนกลางของประเทศโอมานและมีขนาดพื้นที่ 3,950 ตารางกิโลเมตร โดยผลิตก๊าซฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของปริมาณการผลิตของประเทศในปัจจุบัน  โดยก๊าซฯที่ผลิตได้จะนำไปใช้ในประเทศโอมานและจำหน่ายให้กับ Oman LNG Plant ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของรัฐบาลโอมาน 

    โดยโครงการประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ Khazzan ซึ่งเริ่มการผลิตในปี60 และ Ghazeer ซึ่งเริ่มผลิตในเดือนต.ค.63 โครงการมีศักยภาพในการพัฒนาก๊าซฯ ได้ถึง 10.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และมีกำลังการผลิตก๊าซฯ รวมเฉลี่ยต่อวัน 1.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุต และคอนเดนเสท มากกว่า 65,000 บาร์เรล (สัดส่วน 100% ของโครงการ) นอกจากนี้กลุ่มผู้ร่วมทุนยังมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตอีกด้วย

    "แปลง 61 เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกที่มีปริมาณสำรองขนาดใหญ่ที่มีการผลิตก๊าซธรรมชาติถึงประมาณ 35% ของประเทศ นับเป็นแหล่งก๊าซฯที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับตลาดก๊าซฯของโอมาน ซึ่งการเข้าร่วมทุนครั้งนี้จะสามารถเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและเพิ่มปริมาณการขายให้กับบริษัทได้ทันที รวมทั้งเปิดโอกาสให้ PTTEP ได้มีส่วนร่วมพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพในประเทศโอมานร่วมกับพันธมิตร ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันระดับโลก" นายพงศธร กล่าว

 

*** ต่อยอดการลงทุนในตะวันออกกลาง 

    นายพงศธร กล่าวด้วยว่า การเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 20% ในโครงการข้างต้น เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การลงทุนของ PTTEP ที่ให้ความสำคัญกับการขยายฐานการลงทุนในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเฉพาะโครงการที่มีปริมาณสำรองขนาดใหญ่ มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำและมีผู้ร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนการขายก๊าซฯ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาและตลาดน้ำมันดิบในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจก๊าซแบบครบวงจรของบริษัทด้วย

    ปัจจุบัน PTTEP มีการลงทุนในประเทศโอมาน ทั้งธุรกิจขั้นต้น (Upstream) และธุรกิจขั้นกลาง (Midstream) ได้แก่ โครงการพีดีโอ (แปลง 6),โครงการมุคไคซนา (แปลง 53) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบบนบกขนาดใหญ่,โครงการโอมาน ออนชอร์ แปลง 12 และโครงการโอมาน แอลเอ็นจี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งเดียวในโอมาน

 

*** โบรกฯคาดหนุนปริมาณผลิตพุ่ง 15-20% เพิ่มอัพไซด์ 5-8 บาท/หุ้น

    นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทรีนีตี้ กล่าวว่า การเข้าลงทุนในโครงการ Oman Block 61 เป็นบวกต่อ PTTEP ซึ่งจะทำให้ปีนี้ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นจากแหล่งโอมานอีก 10% หรือราว 65,000 บาร์เรล/วัน โดยคาดกระบวนการเสร็จสิ้นกลางปีนี้ 

    แต่ถ้ารับรู้เต็มปีในปี 65 คาดปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 17% จากปัจจุบันที่ PTTEP ตั้งเป้าปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ราว 370,000 บาร์เรล/วัน  ซึ่งถ้าหากอิงราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 3.5-4 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู จะทำให้ราคาหุ้นมีอัพไซด์เพิ่มขึ้นอีก 5-8 บาท/หุ้น จากเดิมที่ให้ราคาเป้าหมาย 119 บาท พร้อมให้คำแนะนำ "ซื้อ"

    "มองดีลนี้เป็นบวกต่อ PTTEP คาดมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ที่ 75-80% ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันที่ PTTEP มี EBITDA Margin ที่ 70% เพราะเป็นแหล่งก๊าซใหญ่ ซึ่งจะมี EBITDA Margin ที่สูง" นายเอกรินทร์ กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด