ข่าวนี้ที่ 1

SET จ่อปรับฐานลงสู่ 1,450-1,400 จุด หวั่นลด QE-ดบ.ขาขึ้น

SET จ่อปรับฐานลงสู่ 1,450-1,400 จุด หวั่นลด QE-ดบ.ขาขึ้น

    หุ้นไทย (22 ก.พ.) ดิ่งปรับฐาน 22.37 จุด หลุด 1,480 จุด หลังตลาดกังวลอัตราเงินเฟ้อพุ่ง กดดันธนาคารกลางทั่วโลกปรับลดวงเงิน QE-ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดหุ้น ด้านโบรกฯมองแนวรับรอบนี้ 1,440-1,450 จุด ในกรณีเลวร้ายอาจลงได้ถึง 1,400 จุด แนะรอสะสมหุ้นบริเวณแนวรับ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้(22 ก.พ.)ปรับตัวลดลงแรง โดยเป็นการปรับฐานลงอีกรอบ หลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเป็นเพราะนักลงทุนกังวลอัตราเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกอาจตัดสินใจลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) รวมถึงอาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง

    โดยวานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,478.14 จุด ลดลง 22.37 จุด หรือ 1.49% มีมูลค่าการซื้อขาย 89,859.24 ล้านบาท นักลงทุน----


*** ตลาดกังวลเงินเฟ้อเร่งตัว-ธนาคารกลางยุติ QE 

    นายณรงค์เดช จันทรไพศาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไอร่า เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) วานนี้ (22 ก.พ.) ปรับตัวลงแรง เนื่องจากนักลงทุนกังวลการเร่งตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทย กำลังอยู่ในช่วงตึงตัวมากขึ้น หลังไม่มีปัจจัยบวกใหม่หนุน

    เช่นเดียวกับนายวีรวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองเช่นเดียวกันว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากตลาดกังวลภาวะเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้สภาพคล่องของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) อาจลดลง และธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณกลับมาฟื้นตัว

*** มอง Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งเร็วใกล้แตะ 1.4% กดดันหุ้นทั่วโลกปรับฐาน 

    ด้านนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน  เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงเนื่องจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล(Bond Yield) ของสหรัฐฯ ประเภท 10 ปี ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็ว โดยปัจจุบันใกล้ระดับ 1.4% กดดันให้ตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวลดลงมา และก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแรงมากแล้วจากสภาพคล่องในตลาดช่วยหนุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มปรับฐาน

    "ส่วนต่างผลตอบแทนหุ้นและพันธบัตรเริ่มปรับตัวกรอบแคบใกล้กัน ส่งผลให้ภาพรวมตลาดทุนเริ่มมีการขายออกมา ซึ่งต้องรอดูว่าทิศทาง Bond Yield จะเร่งตัวขึ้นแรงมากแค่ไหน จะเป็น 1.5% หรือมากกว่านั้นหรือไม่ ซึ่งจะกดดันหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงได้ "นายกรภัทรกล่าว 

*** มองแนวรับต่ำสุด 1,400 จุด 

    นายกรภัทร กล่าวอีกว่า ประเมินแกรอบแนวรับแรกที่ 1,454 จุด และหากทิศทาง Bond Yield ปรับเพิ่มขึ้นต่อ อาจเห็นหุ้นไทยร่วงแรงแตะระดับ 1,440 และ 1,400 จุด ตามลำดับ ด้านแนวต้านประเมิน 1,500-1,515 จุด โดยแนะนำหุ้นที่มี P/E ต่ำ ได้แก่ SPALI , VNT , CPF, KSL และหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการดี เช่น SCGP  

    ด้านนายณรงค์เดช มองตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักฐานครั้งใหม่ ประเมินแนวรับสัปดาห์นี้ที่ 1,440 จุด ขณะที่ แนวต้านประเมินไว้ที่ 1,490 จุด ส่วยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และปิโตรเคมีฯ ที่ปรับตัวขึ้นแรงมาก่อนหน้า ส่งผลให้มูลค่าเริ่มตึงตัว ดังนั้นจึงแนะนำขายทำกำไร ส่วนหุ้นในกลุ่ม โรงไฟฟ้า และค้าปลีก ยังปรับตัวขึ้นไม่มาก เป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเข้าสะสมหุ้นในช่วงดัชนีปรับตัวลงสู่แนวรับสำคัญ บริเวณ 1,440 จุด 

    ส่วนนายวีรวัฒน์ มองว่า ดัชนีปรับฐานในระยะสั้นตามสัญญาณเทคนิค โดยมองแนวรับถัดไปที่ 1,460-1,450 จุด ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1,500-1,515 จุด ซึ่งมองว่าเป็นจังหวะดีสำหรับการเข้าซื้อสะสมหุ้นที่บริเวณแนวรับ โดยแนะนำหุ้นในกลุ่มที่มีผลประกอบการไตรมาส 4/63 ฟื้นตัวดี เช่น หุ้นในกลุ่มยานยนต์ ได้แก่ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH ให้ราคาเป้าหมาย 24.40 บาท และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ให้ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด