ข่าวนี้ที่ 1

AWC-CENTEL-SHR ขาดทุนลดลง ส่งซิกหุ้นโรงแรมฟื้นตัว Q4/64

AWC-CENTEL-SHR ขาดทุนลดลง ส่งซิกหุ้นโรงแรมฟื้นตัว Q4/64

    ผลประกอบการหุ้นกลุ่มโรงแรม Q3/64 ทยอยฟื้นตัว แม้โดยรวมยังขาดทุน นำโดย AWC ที่ธุรกิจหลักยังขาดทุน 698 ลบ. ด้าน CENTEL ขาดทุนลดลงเหลือ 803 ลบ. ดีขึ้นเล็กน้อย ส่วน SHR ขาดทุนลดลงเหลือ 281 ลบ. ระบุส่วนใหญ่เป็นผลจากการบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ และธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศฟื้นตัว ด้านโบรกฯมอง Q4/64 ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังขาดทุน มองเริ่มพลิกกำไรปลายปี 65-ต้นปี 66 

*** AWC เผย Q3/64 ธุรกิจหลักยังขาดทุน 698 ลบ.

    บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 3/64 ว่า มีกำไรสุทธิ 686.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246% จากงวดเดียวกันปี 63 ที่ขาดทุน 470.59 ล้านบาท  อย่างไรก็ตามบริษัทได้รับกำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยหากไม่รวมมูลค่ายุติธรรมยังขาดทุน 698 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 44.7%
    ถึงแม้ว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงก.ค.-ส.ค.64 แต่หลังจากที่คลายล็อกดาวน์ในเดือนก.ย. ทางบริษัทสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยบริษัทมีรายได้รวม ในไตรมาส 3/64 เท่ากับ 2,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  99.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมเพิ่มขึ้น  64.2% โดยรายได้ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมเท่ากับ 296 ล้านบาท ลดลง 40.8% เนื่องจากวิกฤตการณ์ COVID-19 ระลอก 4 รวมถึงการล็อกดาวน์ในช่วงต้นไตรมาส 
    ส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เท่ากับ 2,193 ล้านบาท เพิ่ม 159.4%   เนื่องจากอัตราการเช่าพื้นที่ของธุรกิจอาคารสำนักงานยังอยู่ในระดับที่สูง และได้รับกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น

    งวด 9 เดือน ปี 64 ขาดทุน 105.49 ล้านบาท  ขาดทุนลดลง 88.5% จากงวดเดียวกันปี 63 ที่ขาดทุน 919.31 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยไม่รวมมูลค่ายุติธรรม บริษัทจะขาดทุน  1,943 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนเพิ่มขึ้น 104.9%
    โดยบริษัทมีการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และได้รับกำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์  เพื่อการลงทุน
    บริษัทมีรายได้รวมตามงบการเงินสำหรับ 9 เดือนของปี 64 เท่ากับ 5,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% รายได้ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมเท่ากับ 1,054 ล้านบาท ลดลง 51.2%  ส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์  เท่ากับ 4,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  65.5%
 
*** SHR เผย Q3 ขาดทุนลดลงเหลือ 281 ลบ. ท่องเที่ยว UK-มัลดีฟส์ หนุน
  
    บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR สรุปผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/64 ขาดทุนสุทธิ 281.86 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 599.53 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 53% ส่วนงวด 9 เดือน ปี 64 ขาดทุนสุทธิ 1,164.19 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันปีก่อนที่ผลขาดทุนสุทธิ 1,175.22 ล้านบาท
     สาเหตุที่ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 64 ดีขึ้น มาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐมัลดีฟส์


*** CENTEL เผย Q3/64 ขาดทุนลดลงเหลือ 803 ลบ.

      บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/64 ว่า มีผลขาดทุนสุทธิ 803.32 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 897.42 ล้านบาท
    บริษัทมีรายได้รวม 2,424 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรมต่อธุรกิจอาหาร อยู่ที่ 17% ต่อ 83% ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 1,255 ล้านบาท ลดลง 17% ลดลงจากธุรกิจอาหาร เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดโควิดระลอก 2 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 51% ของรายได้ เป็น 54% โดยมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 650% เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของโรงแรมที่มัลดีฟส์

    ส่วนงวด 9 เดือน มีผลขาดทุนสุทธิ 1,885.54 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,408.03 ล้านบาท
    บริษัทมีรายได้รวม 7,887 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้ธุรกิจโรงแรมต่อธุรกิจอาหาร อยู่ที่ 16% ต่อ 84% ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 4,202 ล้านบาท ลดลง 22% ลดลงจากธุรกิจอาหาร คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 56% ของรายได้ มี EBITDA รวม 1,027 ล้านบาท ลดลง 33%
    สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/64 บริษัทยังเดินหน้าบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงแผนการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยดูแลงบลงทุนอย่างใกล้ชิดและให้อยู่ระดับต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรับรู้รายได้บางส่วนจากการเปิด 2 โรงแรมใหม่ คือ โรงแรมเซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ ที่เปิดดำเนินงานเมื่อ 14 ต.ค.64 และ โรงแรมเซ็นทารา รีเสิร์ฟ สมุย ที่กำหนดเปิดให้บริการ 1 ธ.ค.นี้
 
***โบรกฯมองผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องใน Q4/64 แต่ยังขาดทุน

    นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า มองผลประกอบการกลุ่มโรงแรมออกมาดีขึ้น คือขาดทุนน้อยลง แต่ก็แย่กว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากการฟื้นตัวของโรงแรมมีปัจจัยถ่วงคือการปรับลดราคาห้องพัก แม้มีการใช้จำนวนห้องพักมากขึ้นจริง แต่ราคาปรับลดลง ซึ่งถ้าราคาปรับลดลงต้องใช้เวลากว่าจะดีขึ้น
    
    แนวโน้มไตรมาส 4/64 คาดว่าผลประกอบการน่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3/64 คือขาดทุนน้อยลง และยังมองผลประกอบการในไตรมาสถัดไปก็จะขาดทุนน้อยลงเรื่อยๆ โดยรวมยังขาดทุนอีกหลายไตรมาส เพราะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพฯเยอะ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ราคาเลย ราคาถูกมาก แม้เปิดเมือง เปิดการท่องเที่ยว โรงแรมในต่างจังหวัดไม่ได้ช่วยเท่าไร ประเมินว่าการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก ต้องมีอัตราใช้ห้องพัก 50% ที่พอจะคาดหวังให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวกได้ ขณะที่ช่วงแรกนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็มีจำนวนจำกัด ทั้งนี้ มองไตรมาสที่คาดหวังจะลุ้นผลกำไรได้น่าจะปลายปี 65 หรือกลางปี 65 เป็นต้นไป หรือไม่ก็ต้นปี 66
    คำแนะนำ ภาพรวมกลุ่มโรงแรม แนะซื้อ แต่กลยุทธ์การลงทุนจะเน้นให้เก็งกำไรเล่นรอบ เพราะผลประกอบการยังขาดทุนอีกหลายปี เช่น อาจจะมีแรงเก็งกำไรตามข่าวการเปิดเมือง แต่ตัวเลขผลประกอบการยังฟื้นช้ากว่าที่คาดการณ์ 
    แนะ"ซื้อ" AWC เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะผู้ประกอบการรายอื่นทำธุรกิจโรงแรมเน้นการท่องเที่ยว แต่ AWC เป็นโรงแรมที่รายได้กระจายตัวสูงเพราะมีทั้งรับนักท่องเที่ยว มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ มีอาคารสำนักงานให้เช่า ผลกระทบเชิงบวกก็จะฟื้นตัวได้มากกว่ารายอื่น ให้ราคาเป้าหมายที่ 5.40 บาท อย่างไรก็ตาม หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/64 แล้วจะมีการปรับประมาณการหรือไม่ รอประเมินอีกครั้ง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด